วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โชคดีแค่ไหนแล้ว...ที่ท่านมีลูกน้อง!

ผมว่านะ บางที เราๆ ท่านๆ ก็อาจจะไม่เคยคิดว่า เราโชคดีแค่ไหน...ที่มีลูกน้อง แม้ลูกน้องที่มีจะเป็นลูกน้องที่ดี หรือจะแย่ในมุมมองของท่านก็ตาม!

แต่ก็อีกนั่นแหละ...ทำไมบรรดาผู้บริหาร หรือหัวหน้างานทุกระดับ มักจะคิดและมองมุมเดียว ที่สำคัญ "เลือกที่จะมองแต่มุมมืดๆ ตอกย้ำทุกๆ วัน จนมองไม่เห็นมุมและด้านดีๆ ในเรื่องลูกน้องเลย!”

มุมมืดที่บรรดาผู้บริหารมักจะคิดตอกย้ำทุกๆ วัน (ไม่ว่ามุมนั้นจะจริง เท็จมากหรือน้อยก็ตาม) ก็เช่น...

"ทำไมมีแต่ลูกน้องที่ไม่เก่ง?"

เป็นมุมมืด ที่ได้ยินบ่อยมากจากคนที่มีลูกน้อง...(อย่าบอกนะ ว่าท่านก็เป็นหนึ่งในคนที่คิดและบ่นแบบนี้อยู่บ่อยๆ!)ก่อนที่จะคิดและบ่นแบบนี้โดยที่ไม่มีอะไรดีขึ้น..ลองมองอีกมุมดูนะครับ

ที่บอกลูกน้องไม่เก่ง...เป็นเพราะว่าลูกน้องอาจจะไม่เก่งจริงๆ หรือ..เรามองไม่เห็นความเก่งของลูกน้อง? หรือเราไม่เคยสอนไม่เคยสร้างไม่เคยเป็น Coach ให้ลูกน้องได้มีโอกาสพัฒนาขึ้น หรือเก่งขึ้นเลย!?

กรุณา "อย่าแถ" ว่า ก็อุตส่าห์ส่งไปเข้าอบรมสัมมนาข้างนอกมาแล้ว 1 วัน ไม่เห็นเก่งขึ้นเลย!

แหม่! อย่าโลกสวยสิครับ! ถ้าส่งไปเข้าอบรมแบบ Public Course ที่จัดๆ กันแค่ 1 วัน แล้วเก่งขึ้น ป่านนี้ คนเก่งคงล้นบริษัทแล้วมั้งครับ! มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว เพราะความเก่ง ต้องใช้หลายรูปแบบและระยะเวลาในการสร้าง อย่าคิดว่ากินยาพาราเม็ดเดียวแล้วจะรักษาโรคได้ครอบจักรวาลสิครับ!

ถ้าผมจะบอกว่า...บรรดาคุณท่านผู้จัดการและผู้บริหารทั้งหลายโชคดีขนาดไหนที่มีลูกน้องไม่เก่ง! ไม่ทราบว่าอ่านถึงตรงนี้แล้ว จะสตั๊นท์และเงิบไป 3 วินาทีหรือเปล่าครับ?

ไม่ได้พูดเล่นนะครับ ที่บอกว่าโชคดี เพราะ...

ถ้ารู้ว่าลูกน้องไม่เก่งจริงๆ (ในกรณีที่ไม่อคติจนเกินไป หรือคาดหวังเกินกว่าความเป็นจริงไป) เป็นโอกาสที่จะ สร้าง และพัฒนาลูกน้องของเราให้เก่งขึ้น (แค่เจียดเวลาที่มานั่งบ่นเรื่องนี้ เอามาพัฒนาลูกน้อง พูดคุย และพยายาม Coaching ลูกน้องแค่วันละครั้ง...ไม่กี่สัปดาห์ลูกน้องจะค่อยๆ พัฒนาขึ้น เก่งขึ้นทีละนิดครับ!

ว่าแต่ว่า...ที่บอกว่า ลูกน้องไม่เก่ง อันที่จริงแล้ว...ลูกน้องหรือเจ้านายกันแน่ที่ไม่เก่ง!?

เพราะผู้นำทีมที่เก่ง...จะไม่ปล่อยให้ลูกน้องไม่เก่งครับ! เพียงแต่ว่าความเก่งของลูกน้องแต่ละคนอาจจะแตกต่างกัน ไม่เท่ากันบ้าง ไม่เชื่อลองสังเกตดูสิครับ บรรดาผู้จัดการ ผู้นำทีมที่เก่งจริงๆ จะมีแต่ลูกน้องที่เก่งๆ ส่วนบรรดาผู้จัดการหรือผู้นำทีมที่ "คิดว่าตัวเองเก่งอยู่คนเดียว"...นอกจากลูกน้องไม่เก่งแล้ว ตัวเองก็ใช่ว่าจะเก่งจริงนะครับ!

"ทำไมลูกน้องชอบสร้างปัญหา!?"

อันนี้ก็คือโอกาสชัดๆ เลยขอบอก! เพราะถ้าลูกน้อง "ความสามารถต่ำ แต่ความพยายามในการสร้างปัญหาให้กับหน่วยงานมีสูง" ก็อย่างที่เคยย้ำไปหลายครั้งแล้วว่า...ถ้าไม่กล้าตัดออก หรือ กำจัด แสดงว่าปัญหาที่ยังคาราคาซังอยู่ ก็เพราะมีเจ้านายหรือผู้นำทีมที่อ่อนแอ ขาดความเด็ดขาด!

แต่ถ้าเรา มโนไปเองว่า ลูกน้องมักจะสร้างปัญหา ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ปัญหาเกิดจากวัฒนธรรมขององค์กร หรือเกิดจากการบริหาร การสื่อสารที่ผิดพลาดของผู้จัดการ จนปัญหาไปเกิดกับลูกน้อง กลายเป็นแพะว่าเป็นผู้สร้างปัญหา...

ในกรณีนี้ ไม่ควรกำจัดลูกน้องที่เรา "มโนไปเอง" ว่าสร้างปัญหา แต่ต้องกำจัดที่ปัญหาจริงๆ!

เป็นโอกาสที่จะสืบเสาะ วิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง ว่าเกิดจากอะไร อาจต้องใช้เวลาและความพยายามบ้าง แต่ถ้าหาสาเหตุพบและพอจะแก้ไขได้...ลูกน้องที่เราคิดว่าเป็นคนสร้างปัญหา จะเป็นลูกน้องที่สร้างผลงานให้กับท่านเอง!

เพราะลูกน้องรู้สึกและรับรู้ได้ว่า ท่านไม่ใช่ "ผู้เชี่ยวชาญในการหาแพะ" (อย่างที่เคยเผลอเป็นบ่อยๆ)!

แต่ท่านพยายามแก้ พยายามช่วย จนปัญหาคลี่คลายได้ ทั้งความสัมพันธ์ ทั้งผลงานโดยรวมก็จะค่อยๆ ดีขึ้น

ส่วนผู้บริหารหลายๆ ท่าน ที่มีลูกน้องส่วนมากที่ดีอยู่แล้ว ก็ยิ่งถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ "โชคดีฝุดๆ แล้ว!" ที่เหลือก็คือพยายามรักษาลูกน้องที่ดีเอาไว้ ต่อยอดพัฒนาเพื่อให้ดียิ่งขึ้น

เพราะฉะนั้น...ถ้าท่านเปลี่ยนมุมมอง...เลิกมองแต่มุมมืด หยุดการ "มโนไปเอง"  ลดอคติลง แล้วทำ "จิตใจให้กว้างๆ” เข้าใจความเป็นคนที่ต้องมีผิดบ้าง พลาดบ้าง...ท่านก็จะมองเห็นมุมดีๆ ของลูกน้องท่านเองเพิ่มขึ้นอย่างที่ท่านเองก็จะคาดไม่ถึง

ข้อสังเกตที่น่าสนใจ..ตราบใดที่ท่านยังมองลูกน้องในมุมมืด...ตัวท่านกับลูกน้องก็จะอยู่แต่ในมุมมืด!

ท่านกับลูกน้องก็จะทำงานร่วมกัน "ด้วยความเครียด" ลูกน้องก็หวาดระแวง ส่วนท่านก็จะจ้องจับผิดลูกน้องตลอดเวลาโดยที่ท่านก็ไม่รู้ตัว เป็นเพราะท่านอยู่ในมุมมืด และมองลูกน้องด้วยมุมมืด!

วันใดที่ท่านก้าวออกจากมุมมืดด้วยวิธีการง่ายๆ อย่างที่บอก ท่านก็จะมองลูกน้องด้วย "จิตใจและสายตาที่เปลี่ยนไป"

ไม่ใช่ลูกน้องไม่เก่ง หรือ ลูกน้องเอาแต่สร้างปัญหา....แต่เป็นเพราะ เราเองที่มัวแต่ มองมุมมืด แล้วไม่เคยลงไป คลุก ไปแก้ ไปสร้างลูกน้องอย่างจริงๆ จังๆ!

ไม่ว่ายังไงก็แล้วแต่...ก็ต้องถือว่า โชคดีแค่ไหนแล้ว ที่ท่านมีลูกน้องคอยช่วยงานท่าน และลูกน้องจะช่วยงานท่านได้ดียิ่งขึ้น ถ้าท่านจะ "กรุณา" ช่วยพัฒนาลูกน้องก่อน!