วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฝ่ากระแสวิตกโลกถดถอย

ตลาดหุ้นหลักๆ ของโลกเดินหน้าปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง

 เพราะนักลงทุนพากันวิตกว่าเศรษฐกิจโลกจะถดถอย หลังจากช่วงที่ผ่านมาการเติบโตของเศรษฐกิจโลกดำเนินไปอย่างเชื่องช้า สภาพการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับผลประกอบการของธุรกิจต่างๆ ซึ่งล่าสุดที่ตกเป็นกระแสคือภาคธนาคาร ที่นักลงทุนวิตกว่ามีแนวโน้มจะเผชิญการผิดนัดชำระเงินกู้ อีกทั้งอัตราดอกเบี้ยยังอยู่ในระดับต่ำ จนกดดันส่วนต่างกำไรของธุรกิจภาคนี้

ราคาน้ำมันที่ดำดิ่งเป็นอีกปัจจัยที่กระทบ ต่อบริษัทที่ทำธุรกิจด้านโภคภัณฑ์ อันส่งผลกระทบไปถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตลาด และก่อให้เกิดกระแสวิตกต่อเนื่อง ว่าผลเสียจากราคาน้ำมันดำดิ่งที่เป็นเรื่องดีสำหรับผู้บริโภค ในแง่ที่ใช้น้ำมันในราคาถูกลง แต่ส่งผลเสียต่อบริษัทพลังงาน โดยเฉพาะบริษัทยักษ์ใหญ่ของตะวันตกนั้น จะกระเทือนมาถึงสภาพเศรษฐกิจหรือไม่ ในช่วงที่บางแห่งมีการปรับลดตำแหน่งงาน และปรับแผนการลงทุน

ความปั่นป่วนในตลาดหุ้น-เงินของโลก และความซบเซาของเศรษฐกิจ ย่อมกระทบต่อประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกอย่างสหรัฐแน่นอน ดังที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐระบุว่าเงื่อนไขทางการเงินในสหรัฐระยะหลังนี้ สนับสนุนการเติบโตได้น้อยลง อีกทั้งราคาหลักทรัพย์ยังลดลง ต้นทุนกู้ยืมสูงขึ้นสำหรับผู้กู้ที่มีความเสี่ยง ประกอบกับเงินดอลลาร์แข็งค่า หากสภาพการณ์เหล่านี้ดำเนินไปอย่างยืดเยื้อ ก็อาจถ่วงแนวโน้มเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน

ประธานธนาคารกลางสหรัฐคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐ จะขยายตัวในระดับปานกลางปีนี้ พร้อมชี้ว่าการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับค่าแรงที่สูงขึ้น น่าจะสนับสนุนให้รายได้เพิ่มขึ้น และทำให้ผู้บริโภคเพิ่มการใช้จ่ายขึ้นในที่สุด อย่างไรก็ตาม ความปั่นป่วนในตลาดโลกมีผลต่อแนวโน้มทางเศรษฐกิจของสหรัฐเช่นกัน และอาจถ่วงการเติบโตได้ นอกจากนั้น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ดำดิ่ง ส่วนหนึ่งเกี่ยวพันถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจีน อาจจะเป็นชนวนให้เกิดความตึงตัวทางการเงินในประเทศที่ส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์และบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์

แม้สภาพการณ์รอบตัวมีความไม่แน่นอนมากมาย แต่ประธานเฟดคาดว่าจะไม่อยู่ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องลดดอกเบี้ยเร็วๆ นี้ อีกทั้งเฟดเองยังมองว่าระบบการเงินสหรัฐมีสถานภาพแข็งแกร่งดีพอรับมือผลกระทบต่างๆ ได้ สำหรับการร่วงลงของราคาหุ้นก็อาจถือเป็นโอกาสปรับตลาดสินทรัพย์ในประเทศให้เข้าที่เข้าทางมากขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงของธนาคารรายใหญ่ๆ ของสหรัฐต่อภาคน้ำมันและต่อตลาดเกิดใหม่นั้น มีอยู่จำกัด

ประธานเฟดระบุด้วยว่ากำลังวิเคราะห์แนวโน้มของดอกเบี้ยติดลบ แต่วิธีนี้ไม่ใช่ทางเลือกอันดับต้นๆ ซึ่งท่าทีนี้มีขึ้นหลังจากธนาคารกลางสวีเดนเพิ่งลดดอกเบี้่ยลงสู่แดนลบมากขึ้นไปอีก ด้วยเหตุผลว่ามีความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะลดลงทั้งที่เศรษฐกิจแข็งแกร่ง ซึ่งในท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทั่่วโลกและกระแสวิตกว่าเศรษฐกิจโลกจะถึงขั้นถดถอยนั้น ประเทศต่างๆ ย่อมต้องจัดทำนโยบายและจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อจะได้สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน รวมถึงไทยด้วยเช่นกันที่ต้องมีฐานที่แข็งแกร่ง เพื่อหนุนนำการเติบโตของประเทศ ในช่วงที่บรรยากาศภายนอกไม่ค่อยมั่นคงนัก