ถ้าคุณคิดว่า 2015 เป็นปีแห่งความผันผวน ปีนี้ 2016 จะเป็นปีที่แปรปรวนสุดหยั่งคาด หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญ
ของความแปรปรวนนั้นก็คือ จีน
เปิดต้นปีมา ตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ถูกถล่มขายอย่างหนัก กลายเป็น Panic ที่ฉุดตลาดหุ้นทั่วโลกทรุดตามไปด้วย มันเกิดจากอะไร? เราต้องย้อนกลับไปที่เดือนสิงหาคม 2015 หลังจากธนาคารกลางจีนลดค่าเงินหยวนอย่างเหนือคาดหมายความวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวรุนแรง ทำให้เกิดแรงขายในตลาดหุ้นอย่างหนัก
รัฐบาลจีนแก้เกมโดยอัดฉีดเงินเข้าระบบและออกมาตรการห้ามผู้ถือหุ้นเกิน 5% (ในบริษัทจดทะเบียน) ขายหุ้นเป็นเวลา 6 เดือน มาตรการจะครบกำหนดกุมภาพันธ์นี้ จึงมีกองทุนจำนวนมากชิงลงมือขายตัดหน้าเสียก่อน ผลคือตลาดหุ้นจีนร่วงหนัก
ไม่เพียงตลาดหุ้น ค่าเงินหยวนก็ถูกถล่มหนักเช่นกัน จอร์จ โซรอส และแมคโครเฮดจ์ฟันทั้งหลาย ยัง Short เงินหยวนอย่างหนัก (ในตลาดฮ่องกงที่เปิดเสรี)โดยหวังทำกำไรจากหยวนที่อ่อนค่าลง ทั้งยังประโคมข่าวว่า เศรษฐกิจจีนจะเผชิญวิกฤติใหญ่ในปีนี้
เงินทุนสำรองของจีนเคยสูงสุดที่ 3.99 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนมิถุนายน 2014 และค่อยๆ ลดลง หลังจากสิงหาคม 2015 เงินทุนไหลออกอย่างรวดเร็วเหลือ 3.33 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อสิ้นปี 2015 ธนาคารกลางจีนแจ้งล่าสุดว่า เดือนมกราคม 2016 มีเงินไหลออกอีก 9.95 หมื่นล้านดอลลาร์ ทำให้เงินทุนสำรองอยู่ที่ 3.23 ล้านล้านดอลลาร์
เมื่อรวมกับข้อมูลที่เงินหยวนอ่อนค่าไปแล้วกว่า 5% (จากสิงหาคม 2015) และจีดีพีปี 2015 อยู่ที่ 6.9% ต่ำสุดในรอบ 25 ปี มันกลายเป็นข้ออ้างอย่างดีของโซรอสและพรรคพวก
เกิดอะไรขึ้นกับจีน? ก่อนตอบคำถามนี้ เราต้องเข้าใจที่มาที่ไปก่อน ในบทความ New Normal กล่าวว่า“...New Normal ของเศรษฐกิจจีน ไม่ได้เจาะจงที่การผูกติดหรือลอยตัวค่าเงิน แต่หมายถึง (30 ปีของ) การใช้ค่าเงินหยวนเป็นเครื่องมือหลักในการบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจโดยรวม...” (
New Normal ของเศรษฐกิจจีน เริ่มตั้งแต่กันยายน2008 ที่เสาร์ขึ้นวงรอบใหม่ (Saturn Return) จีนปรับค่าเงินแข็งขึ้นจาก 8.2 เป็น 6.2 หยวน/ดอลลาร์ และใช้มันเรื่อยมา เมื่อเฟดพิมพ์เงินจากมาตรการ QE เพื่อแก้วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ เงินดอลลาร์มหาศาลไหลเข้าจีน ทำให้เงินทุนสำรองเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ก็เกิดผลข้างเคียงคือเงินหยวนแข็งค่าเกินจริง การส่งออกถดถอย เศรษฐกิจชะลอตัว
เมื่อเฟดกลับลำส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยเงินดอลลาร์แข็งค่า จีนปรับตัวด้วยการลดค่าเงินในเดือนสิงหาคม 2015 แต่นั่นช้าเกินมันกลายเป็นสัญญาณให้เฮดจ์ฟันโจมตีค่าเงิน เงินทุนยิ่งไหลออกยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้หนักหนาสาหัสจนปัจจุบัน นี่คือตรรกะทางเศรษฐกิจ
แต่ในมุมโหราศาสตร์ เหตุการณ์นี้เป็นไฟลท์บังคับ เสาร์เดิมอยู่ที่ 20 องศาราศีสิงห์ เสาร์คือดาวเจ้าเรือนภพ 2 ที่สถิตในภพ 8 ซึ่งหมายถึงการลงทุน-กระแสเงินทุน-ค่าเงิน ตั้งแต่ 2 พฤศจิกายน 2014 เสาร์จรเข้าพิจิก เป็นเกณฑ์ 4 กับเสาร์เดิมอันเป็น Waxing-Square Phase ของวงรอบ นี่คือด่านทดสอบที่เงินหยวนต้องผ่านไปให้ได้ ก่อนเข้าสู่พัฒนาการขั้นต่อไป
เสาร์จรเข้าทำมุม 90 กับเสาร์เดิม (Orb 5 องศา) ตั้งแต่ 14 ธันวาคม 2015-13 ธันวาคม 2016 รวมเวลา 1 ปี โดยมีจังหวะทำมุมสนิท 3 ครั้ง คือ (1) วันที่ 31 มกราคม (2) วันที่ 21 พฤษภาคม (3) วันที่ 29 ตุลาคม ช่วงเวลาแห่งการทดสอบและความยากลำบากของเงินหยวนเป็นประมาณนี้
ถึงแม้จะพ้นมุม 90 แต่เสาร์จรพิจิกก็ยังส่งกระแสเป็นเกณฑ์ 10 ไปถึงเสาร์เดิมอยู่ (ตามหลักโหราศาสตร์ฮินดู) ช่วงที่เงินหยวนปลอดโปร่งจริงๆ คือช่วงที่เสาร์จรยกเข้าธนูอันมี 2 จังหวะได้แก่ (1) ตั้งแต่ 26 มกราคม-21 มิถุนายน 2017 และ (2) ตั้งแต่ 26 ตุลาคม 2017 เป็นต้นไป
เมื่อเสาร์จรธนู ตรีโกณกับเสาร์เดิม เงินหยวนจะมีพัฒนาการดีขึ้นและเข้มแข็งขึ้นอย่างชัดเจน แต่จีนจะดำเนินการอย่างลับๆ ไม่ให้ตกเป็นเป้าสายตาของใครอีก นั่นเพราะเสาร์จรตกภพ12 ของดวงเมืองจีน ภพ 12 แปลว่า ความลับ การปกปิด
คำถามสำคัญคือ เงินหยวนจะรอดไปถึงวันนั้นหรือเปล่า? เราหาคำตอบได้จาก 2 มุม คือ
(1) ดวงเมืองจีน ในบทความ “เศรษฐกิจจีน” กล่าวไว้ ความลับของความยิ่งใหญ่ของจีน อยู่ที่พื้นดวงที่เข้มแข็งทั้งในราศีจักรและนวางค์จักรดังนั้น ย่อมมีโอกาสรอดสูง(
(2) ดวงจร พฤหัสจรสิงห์ถึง 11 สิงหาคม 2016 พฤหัสทับเสาร์เดิมในภพ 8 และเล็งภพ 2 พฤหัสคุ้มเช่นนี้ Hard Landing เกิดยาก เงินหยวนควรรอด จากนั้นเมื่อพฤหัสเข้ากันย์ถึง 12 กันยายน 2017 พฤหัสก็ทับอาทิตย์เดิม-ดาวเจ้าเรือนภพ 8 ทั้งยังตรีโกณลัคน์และจันทร์เดิม ดวงยิ่งแข็งขึ้นไปอีก
แต่เพราะอิทธิพลอังคาร-เสาร์-ราหูจรที่เบียดราศีสิงห์ แม้จะรอด เงินหยวนและเศรษฐกิจจีนก็ต้องเผชิญความท้าทายและปัญหาหนักมาก ซึ่งจะส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อเศรษฐกิจประเทศเกิดใหม่ โดยเฉพาะอาเซียน ไทยคงหลีกไม่พ้นแน่
ไม่เพียงค่าเงิน ทะเลจีนใต้เป็นอีกเรื่องที่อ่อนไหวมาก แทนที่จะปล่อยให้ทุกชาติเจรจาและแก้ปัญหากันเอง แต่สหรัฐกลับเสี้ยมหลายชาติ เช่น ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ขัดแย้งและตอบโต้จีนอย่างรุนแรง ทั้งยังส่งกองเรือรบเข้ามาก่อกวนสถานการณ์อีก นี่คือระเบิดเวลาลูกใหญ่ของจีน
สุริยคราส (สรรพคราส) วันที่ 9 มีนาคม 2016 ที่ 24 องศา 51 ลิปดาในราศีกุมภ์ เป็นสัญญาณอันตรายของปัญหาทะเลจีนใต้ เพราะเส้นทางคราส (Eclipse Path) ผ่านอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และใกล้กับทะเลจีนใต้ มิหนำซ้ำ จุดคราสยังทำมุม 90 กับภพ 11 ของดวงเมืองจีนสนิท ภพ 11 คือพรรคพวกเพื่อนฝูง มันชี้ถึงโอกาสอย่างสูงที่จีนจะขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน
ดวงเมืองจีนมีลัคน์มังกร ราศีเมษคือภพที่ 4 อันหมายถึงดินแดน มีอังคารเป็นดาวเจ้าเรือน อังคารยังเป็นดาวเจ้าเรือนภพ 11 (พิจิก) ด้วย อังคารเดิมเป็นนิจจ์ในภพ 7 แปลว่าความขัดแย้งต่อต้าน (หรือเป็นศัตรูกัน) เรื่องดินแดนกับเพื่อนบ้านใกล้เคียง
ตั้งแต่ 20 กุมภาพันธ์ 2016 อังคารจรเข้าพิจิก เป็นเกษตร์ (Ruler) ร่วมเสาร์ จีนเดินหน้าแก้ไขความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะอังคารเสาร์เป็นดาวคู่ศัตรูกัน ความกังวลอยู่ที่ปีนี้อังคารพักร (ถอยหลัง) ด้วย ตั้งแต่ 17 เมษายน-18 มิถุนายน ที่หนักขึ้นไปอีกคือจังหวะนั้นเสาร์พักรด้วย
อังคาร เสาร์ที่ถอยหลังพร้อมกันนี้เอง คือช่วงเวลาอันตรายที่สุด ทั้งคู่ถอยในพิจิก พิจิกเป็นราศีธาตุน้ำ หมายถึงดินแดนที่อยู่ (หรือ) ใกล้น้ำ พิจิกเป็นภพ 11 ของจีน ดินแดนนั้นเกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้าน ดวงดาวบอกชัดเจนขนาดนี้ เห็นทีการศึกในทะเลจีนใต้จะหลีกเลี่ยงได้ยาก ไทยต้องเตรียมการณ์ให้ดี
โลกวุ่นวาย เภทภัยกรายใกล้ตัว เราท่านทั้งหลายพึงตั้งอยู่ในความไม่ประมาทเถิด
หนังสือดี AstroCelebrity : ถอดรหัส (ดวง) มหาเศรษฐี ผลงานใหม่ของผู้เขียน








