วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เสียงครวญจาก เอสเอ็มอีส่งออก

นายปรเมธี วิมลศิริ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้สัมภาษณ์ผ่าน “รอยเตอร์” ว่า เศรษฐกิจไทยปี 2559 มีปัจจัยหนุน จากการลงทุนภาครัฐ

และการท่องเที่ยวที่ยังมีแนวโน้มขยายตัว ตลอดจนการบริโภคภาคเอกชนที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน ในด้านการส่งออกจะกลับมาเติบโตได้ 3.0 % จากปี 2558 คราวที่แล้วคาดไว้โต 3-4 % แต่คงไม่ถึง 3 % ดูแล้วโลกแย่กว่าเดิม โดยเฉพาะปัจจัยเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน

ในรอบสองปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการ SME ที่ส่งออกสินค้าไปต่างประเทศประสบปัญหาอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการ SME ส่งออกส่วนใหญ่ยังติดเงื่อนไข ที่ไม่สามารถเข้าถึงมาตรการทางการคลังที่รัฐบาลใช้เงินจำนวนมากในการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบการ SME

เมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ร่วมรับฟังปัญหาของผู้ประกอบการ SME ส่งออก กลุ่มสมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย ซึ่งเข้าพบกับผู้บริหารของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม มีข้อมูลที่น่าสนใจที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนควรทราบเพื่อหามาตรการในการช่วยเหลือให้ตรงกับปัญหาต่อไป

สมาพันธ์ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ไทย เป็นสมาพันธ์ที่ก่อตั้งจากกลุ่มผู้ส่งออก 6 สมาคม ได้แก่ สมาคมการค้าเครื่องใช้ในครัวเรือนไทย มีสมาชิก 150 บริษัท สมาคมสินค้าตกแต่งบ้าน มีสมาชิก 350 บริษัท สมาคมของขวัญและของชำร่วย มีสมาชิก 400 บริษัท สมาคมอุตสาหกรรมของเล่นไทย มีสมาชิก 140 บริษัท สมาคมผู้ผลิตและส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ มีสมาชิก 230 บริษัท และสมาคมเครื่องเขียนและเครื่องใช้สำนักงานไทย มีสมาชิก 250 บริษัท มีอัตราการจ้างแรงงาน รวมกว่า 500,000 คน

สมาชิกเกือบ 90 % เป็นบริษัทส่งออก มียอดส่งออกกว่า 60,000 ล้านบาท ต่อปี ที่ผ่านมาได้เข้าร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ จัดงานแสดงสินค้า ชื่องาน BIG&BIH ปีละ 2 ครั้ง ต่อเนื่องมา 20 ปี เป็นงานแสดงสินค้าที่มีชื่อเสียง มีชาวต่างประเทศเข้าชมงานและสั่งซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก ตลาดหลักของผู้ส่งออกกลุ่มนี้คือ สหรัฐอเมริกา และยุโรป ที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวกว่าสองปี ทำให้ยอดส่งออกน้อยลง คู่ค้ายืดเวลาในการชำระเงิน ทำให้ประสบปัญหาสภาพคล่องอย่างรุนแรง บางรายค้างชำระหนี้กับสถาบันการเงินกลายเป็น NPL

ผู้ส่งออกกลุ่มนี้ถือเป็นขุนพลของ SME ที่นำเงินตราต่างประเทศเข้ามาไม่น้อย เป็นผู้ที่มีความสามารถทั้งด้านการผลิตและการตลาดอย่างลึกซึ้ง มีสินค้าที่มีคุณภาพ บางรายมี BRAND ที่ได้รับการยอมรับในต่างประเทศ ที่สำคัญคือมีแรงงานคุณภาพที่ควรรักษาไว้ เป็นกลุ่มที่สร้างรายได้ให้กับธนาคาร ทั้งดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมและอัตราแลกเปลี่ยน

ปัญหาของพวกเขาคือไม่สามารถเข้าถึงการช่วยเหลือจากภาครัฐได้ ขณะนี้พยายามแก้ปัญหาด้วยการควบคุมต้นทุนการผลิต ลดเวลาการจ้างแรงงานลง และเจรจากับคู่ค้าและสถาบันการเงิน เพื่อรอคอยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงการเร่งแสวงหาตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ

นอกจากการช่วยเหลือผู้ประกอบการใหม่ ที่ต้องใช้เวลาหาประสบการณ์ ทั้งเรื่องการผลิตและการตลาด รัฐควรให้ความช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มนี้ เพราะเป็นกลุ่มที่มีตลาดและยังมีสถานะมีคำสั่งซื้อ พวกเขาต้องการความช่วยเหลือเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่อง งบส่งเสริมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ๆ รวมทั้งงบประมาณส่งเสริมในการแสวงหาตลาดใหม่

จากประสบการณ์ที่เคยมีส่วนร่วมในการออกมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกค้า SME ที่ประสบปัญหาวิกฤติในปี2540 ตอนที่ยังทำงานอยู่ที่ธนาคารกรุงไทย ผมเชื่อว่าถ้าภาครัฐให้ความช่วยเหลือผ่านสถาบันการเงินที่มีประสิทธิภาพ คิดค้นผลิตภัณฑ์ที่มีการจัดการเรื่องความเสี่ยงที่ดี เป็นผลิตภัณฑ์พิเศษที่ตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง พวกเขาจะผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ และจะเป็นกำลังสำคัญในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ

กลุ่มผู้ประกอบการกว่า 1500 บริษัท มีการจ้างงานกว่า 500,000 คน ถือเป็นกลุ่มผู้ประอบการ ที่ควรได้รับการช่วยเหลือเร่งด่วน จากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายครับ