หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันมาก หลังจากเมื่อ 2 กุมภาพันธ์
ที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีอารมณ์ฉุนเฉียว หลังสื่อมวลชนซักถามเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ และตอกย้ำการเลือกตั้ง
จากนั้น 3 กุมภาพันธ์ นายกฯ ยังมีอาการหงุดหงิดกับคำถามของสื่อ จนกลายเป็นจุดที่ทำให้โลกออนไลน์ นำเอาสิ่งที่ปรากฏอารมณ์ฉุนเฉียวของนายกฯ ไปโพสต์ใน“เฟซบุ๊ค” ทั้งในส่วนของคำพูดและคลิปวีดีโอกันอย่างแพร่หลาย แม้กระทั่งทีวีเกือบทุกช่อง
อารมณ์ฉุนเฉียวของนายกฯ อาจจะมาจากแรงกดดันหลายๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรัฐธรรมนูญที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ หรือแม้แต่กระทั่งปัญหาเศรษฐกิจ เชื่อว่าทุกเรื่องคงสร้างความหนักอกหนักใจให้กับนายกฯ ทีเดียวในฐานะ“ผู้นำ”
แน่นอนในยามที่มีแต่ปัญหา มีแต่สิ่งที่ต้องแก้ไขปรับปรุง เมื่อมีกระบวนการขวางกั้น หรือกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย ประเภทพวก “กวนน้ำให้ขุ่น” ย่อมจะทำให้ผู้ที่กำลังตั้งอกตั้งใจมีอาการหงุดหงิดเป็นธรรมดา และเมื่อถูกถามคำถามเดิมๆ อย่างที่นายกฯ เคยพูดบ่อยๆ ก็ยิ่งสร้างความหงุดหงิดเพิ่ม เสมือนการ“ตอกย้ำ”
ไม่แปลกใจกับอารมณ์ที่เกิดขึ้นของนายกฯ ความหงุดหงิด โมโห ฉุนเฉียว มนุษย์ทุกคนย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ เมื่อมีแรงกดดันอะไรอยู่ในตัว บางครั้งก็รู้ตัว บางครั้งอาจจะไม่รู้ตัว และเชื่อว่าทุกคนมีอารมณ์ความโมโหทั้งสิ้น อยู่ที่ว่าใครจะเก็บอาการได้มากกว่ากัน
ครั้งหนึ่งเคยไปสัมภาษณ์ผู้บริหารระดับประธานบอร์ด ที่เป็นองค์กรใหญ่เลยทีเดียว ระหว่างสัมภาษณ์ดูเหมือนจะเป็นมิตรกันทุกคำถาม “โลกสวย”ไปเสียหมด อาจจะด้วยคำถามเริ่มต้นที่ดีเรียกว่า “เข้าทาง”ผู้ให้สัมภาษณ์ แต่พอเริ่มคำถามที่ดูเหมือน “ไม่โลกสวย” อย่างที่คิด
ประธานท่านนี้มีอาการขึงขัง โมโห หน้าแดง เสียงดัง ยิ่งกว่านี้มีทุบโต๊ะโชว์อีกต่างหาก อาจต้องการให้เรารู้สึกกลัว หรือไม่ก็เลิกถามไปซะ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเพราะเราถามไม่“โดนใจ” หรือไม่ก็ถามไม่ตรงคำตอบนั่นเอง นี่ก็เป็นตัวอย่างง่ายๆ ของความโมโหของคน จริงๆประธานท่านนี้บริหารแค่องค์กรเดียวยังมีอาการได้มากขนาดนี้
ฉะนั้นนายกฯในฐานะผู้นำประเทศ ที่ต้องรับผิดชอบทั้งประเทศ หากจะมีอาการหงุดหงิด โมโหบ้าง ไรบ้าง เป็นธรรมดา แต่ถ้าวิเคราะห์ให้ดีทุกครั้งที่นายกฯมีอาการหงุดหงิดโมโหจะเสียงดังแค่ไหน ก่อนหันหลังให้กับสื่อมวลชน ก็ดูเหมือนจะพูดดี แถมยิ้มให้เล็กน้อยเสียทุกครั้ง หากมองมุมกลับนายกฯ อาจจะไม่มีอะไรกับสื่อ แต่อาจจะฝากอะไรถึงใครผ่านสื่อเสียมากกว่า
ยิ่งเห็นช่วงเย็นๆ วานนี้ ที่ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาบอกว่า “นายกฯฝากขอโทษต่อสื่อมวลชน และประชาชน” จากกรณีให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
พล.ต.สรรเสริญ ยังเชื่อว่านายกฯคงรู้สึกไม่สบายใจ และคงมีแรงกดดันมากพอสมควร กับความคาดหวังของประชาชนว่าจะเป็นหัวหอกนำพาประเทศไปในทิศทางส่วนใหญ่ที่สังคมต้องการ
พล.ต.สรรเสริญ บอกด้วยว่าเขาคิดเอาเองว่านายกฯ อาจรู้สึกว่า เมื่อท่านเหลียวไปข้างหลัง ท่านเดินอยู่คนเดียวหรือไม่ เพราะสังคมไทยส่วนใหญ่จะนิ่ง รอรับฟัง ทำให้คนตั้งใจแก้ไขปัญหารู้สึกอ้างว้างและเดียวดาย
การออกมาขอโทษสื่อและประชาชนของ พล.ต.สรรเสริญ แทนนายกฯ ก็เพราะนายกฯติดภารกิจต้อนรับแขกต่างประเทศ
สิ่งที่ปรากฏเมื่อช่วงเย็นวานนี้ เชื่อว่านายกฯ คงคิดดีแล้ว ที่ให้ พล.ต.สรรเสริญ ในฐานะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ถือเป็นสิ่งที่ต้อง“ชื่นชม” และให้กำลังใจการทำงานนายกฯ กันต่อไป เพื่อบ้านเมือง






