ในเดือนเมษายน 2015 นักลงทุนสถาบันเกือบ 1,400 แห่งจากทั่วโลก ได้ร่วมลงนามในหลักการลงทุนที่รับผิดชอบต่อสังคมขององค์การสหประชาชาติ
เพื่อเป็นสักขีพยานว่า ในการลงทุนของตนเอง จะผนวกเรื่องของการรับผิดชอบต่อสังคมเข้าไว้ในนโยบายการลงทุนอย่างเป็นกิจลักษณะ
เป็นที่ทราบดีแล้วว่า ในการบริหารจัดการเพื่อพัฒนาธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน เรื่องของการแสดงความรับผิดชอบในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และปกป้องสภาวะการเปลี่ยนแปลงอากาศ รับผิดชอบดูแลชุมชนและสังคมให้เข้มแข็ง ลดความเหลื่อมล้ำ และรับผิดชอบดูแลกำกับกิจการให้มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริหารสมัยใหม่ให้ความสนใจ
ทั้ง 3 เรื่องนี้ ก็คือ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล เป็นที่มาของคำย่อที่จะมีความหมายเพิ่มมากขึ้นทุกวัน คือ ESG ซึ่งย่อมาจาก Environment (สิ่งแวดล้อม) Social (สังคม) และ Governance (ธรรมาภิบาล) ซึ่งเป็นหลักสำคัญของการพัฒนาสู่ความยั่งยืน
ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ภาคสังคม ภาครัฐ และภาคการเงิน
การที่นักลงทุนสถาบัน หันมาให้ความสนใจในเรื่องของ ESG ทำให้บริษัทต่างๆ ที่ต้องการจะระดมทุนหรือหาแหล่งเงินทุน ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัททั่วไป จำเป็นที่จะต้องแสดงออกต่อสาธารณะและผู้มีส่วนได้เสียกับธุรกิจให้เห็นว่า ธุรกิจไม่ได้ละเลยที่จะพัฒนาความยั่งยืนของตนตามหลักการของ ESG
โดยกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง จะต้องแสดงถึงการบริหารจัดการธุรกิจอย่างรอบคอบในทุกด้าน เพื่อให้พร้อมที่จะเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืน เริ่มตั้งแต่การกำหนดนโยบาย การจัดทำกลยุทธ์ การส่งเสริมและผลักดันโยบายต่างๆ เพื่อแก้ปัญหานี้ในระยะยาว เช่น การสนับสนุนพลังงานทางเลือก หรือใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพแต่ประหยัดพลังงาน เป็นต้น
ส่วนนักลงทุน ก็จะยินดีและเต็มใจในการเลือกลงทุนกับธุรกิจที่ใส่ใจในเรื่องของ ESG มากกว่าคู่แข่งที่ไม่ได้คำนึงถึงเรื่องของ ESG
วิธีหนึ่งที่ธุรกิจจะแสดงได้ถึงความมุ่งมั่นกับความรับผิดชอบต่อสังคมและ ESG ก็คือการนำเสนอข้อมูล ESG ของบริษัท ควบคู่ไปกับการรายงานผลประกอบการประจำปี เพื่อให้นักลงทุนและผู้สนใจในกิจการของบริษัทนำมาวิเคราะห์โอกาสและความเสี่ยงด้านที่ไม่สามารถอธิบายอย่างเป็นรูปธรรมได้ในงบการเงินประจำปี
ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงเชิงสังคมและสิ่งแวดล้อมในระดับที่อาจทำให้กิจการได้รับผลกระทบเสียหายอย่างรุนแรง
ในการนำเสนอข้อมูล ESG ที่ดี บริษัทจะต้องระบุให้ทราบตั้งแต่การกำหนดนโยบาย การสร้างกลยุทธ์ดำเนินการ การรายงานผลการดำเนินกิจกรรมหรือโครงการในรอบปี การวิเคราะห์ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการตามกลยุทธ์ และแนวทางที่จะดำเนินการต่อไป
แนวคิดของการลงทุนเพื่อพัฒนาความยั่งยืน ยังไม่ได้หยุดลงเพียงที่การให้ความสำคัญและน้ำหนักในการลงทุนกับธุรกิจที่ยอมรับและประยุกต์แนวคิดการพัฒนาธุรกิจสู่ความยั่งยืนและการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมเท่านั้น แนวคิดนี้ยังได้ขยายต่อไปยังธุรกิจอื่นๆ ที่มีความเชื่อมโยงกับธุรกิจ ESG อีกด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน หรือ Supply Chain เดียวกัน
ตัวอย่างเช่น การที่มีธุรกิจหรือบริษัทใดบริษัทหนึ่ง ได้จัดหาสินค้าหรือบริการที่มีส่วนช่วยเหลือ สนับสนุน หรือช่วยยกระดับ ESG ให้กับอีกบริษัทหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม บริษัทนั้นๆ ก็จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเชิง ESG ด้วย
หรือตัวอย่างเช่น บริษัทที่ปรึกษา บริษัทรับช่วงงานวิจัยพัฒนา บริษัทรับช่วงการออกแบบและผลิต ให้กับบริษัทอื่นที่นำผลที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมเชื่อมโยงเหล่านี้ มาสร้างผลตอบแทนเชิงพาณิชย์ที่แสดงการคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและการสร้างความยั่งยืนให้แก่ธุรกิจ
ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทที่เกี่ยวข้องในหลังฉากเหล่านี้ ต่างก็จะมีศักยภาพที่จะเติบโตไปพร้อมกับกระแส ESG ได้เช่นกัน
บริษัทเหล่านี้ จะอยู่ในข่ายของการให้ความสนใจจากนักลงทุนเชิง ESG โดยพื้นฐานความเชื่อที่ว่า การที่จะช่วยเหลือสังคมและทรัพยากรของโลกที่ริเริ่มโดยภาคธุรกิจเอกชนนั้น จำเป็นที่จะต้องทำไปพร้อมๆ ในลักษณะของเครือข่ายที่มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน จึงจะเกิดประสิทธิภาพขึ้นอย่างแท้จริงในวงกว้างและในระยะเวลาที่สมเหตุผล
ตัวอย่างของธุรกิจในห่วงโซ่อุปทาน ที่มีความเชื่อมโยงในการดำเนินการตามแนวทางของ ESG เช่น อุตสาหกรรมหรือโรงงานที่กำหนดนโยบายและเริ่มดำเนินการวางแผนเปลี่ยนมาใช้ หรือจัดซื้อพลังงานสะอาดจากบริษัทผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์หรือพลังงานทางเลือก เพื่อลดการใช้พลังงานที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
แม้ว่าค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะเป็นต้นทุนที่สูงในระยะเริ่มต้น แต่จะกลายเป็นผลดีต่อบริษัทในอนาคต และเป็นการช่วยยกระดับภาพลักษณ์และตอกย้ำการแสดงความรับผิดชอบด้าน ESG ของบริษัทให้สูงขึ้นด้วย
ส่วนในด้านของ ผู้ผลิตและให้บริการพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นธุรกิจสีเขียว หรือธุรกิจ ESG โดยตรง ก็ถือได้ว่าเป็นสินค้าหรือบริการที่สร้างรายได้และแสวงหากำไรได้ไปพร้อมๆ กับการช่วยลดสภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และการรักษาทรัพยากรธรรมชาติเป็นวัตถุประสงค์หลักในการทำธุรกิจ
แถมยังเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอนาคตได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
ธุรกิจที่ต้องใช้องค์ความรู้ประกอบ ซึ่งเป็นรากฐานที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งของการพัฒนาสู่สังคมความรู้ เช่น บริษัทออกแบบและก่อสร้างอาคารสำนักงานและที่อยู่อาศัยสีเขียวเพื่อลดการใช้พลังงาน ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมและนวัตกรรมที่จะนำไปสู่แนวคิดใหม่ในการป้องกันสภาวะโลกร้อนและภัยพิบัติทางธรรมชาติ การอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม บริษัทที่ปรึกษาด้านการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของชุมชนจากโครงการขนาดใหญ่ ฯลฯ ล้วนเป็นตัวอย่างธุรกิจที่จะเข้ามาช่วยผลักดันให้เกิดระบบนิเวศทางธุรกิจที่เอื้อให้เกิดการขยายตัวของธุรกิจ ESG ได้ในวงกว้าง
รวมไปถึงสถาบันการเงินหรือธนาคารพาณิชย์สีเขียว ที่จะช่วยสนับสนุนด้านการเงินให้กับโครงการต่างๆ รวมถึงการสร้างช่องทางในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับธุรกิจขนาดเล็กที่ทำธุรกิจ ESG
ธุรกิจเหล่านี้ จะเป็นเป้าหมายการลงทุนให้กับนักลงทุน และนักลงทุนสถาบันต่างๆ ที่มองเห็นศักยภาพและความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของธรุกิจที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับ ESG ที่เพิ่มมากขึ้นอยู่ตลอดเวลา
จนมีแนวโน้มที่ว่า ธุรกิจเดิมๆ ที่มองข้ามเรื่องของการทำ ESG อาจจะกลายเป็นธุรกิจที่ได้รับความสนใจและได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าที่มีหัวใจสีเขียวลดน้อยลง จนอาจถึงขั้นที่มีผลกัดกร่อนความยั่งยืนของธุรกิจไปได้อย่างรวดเร็ว






