วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รัฐสภาพม่าใหม่เปิดประชุม : ซูจีจะเลือกใครเป็นประธานาธิบดี?

การเมืองพม่ากำลังเริ่มคึกคักแล้ว เพราะเมื่อวานคือวันแรก

ที่รัฐสภาใหม่เปิดประชุมหลังจากพรรค NLD ของ ออง ซานซูจี ชนะเลือกตั้งวันที่ 8 พฤศจิกายนอย่างถล่มทลาย ได้ที่นั่งถึงร้อยละ 80

ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงจำนวนที่นั่งในสภาบนและล่างใหม่ ที่แยกให้เห็นที่นั่งของพรรค NLD และพรรค USDP ของทหาร อีกทั้งยังมีที่นั่งตามโควตา 25% ให้กับกองทัพ

ชัดเจนว่าพรรค National League for Democracy ของอองซานซูจีมีเสียงข้างมากในสภา สามารถตั้งรัฐบาลได้โดยไม่ต้องร่วมมือกับพรรคไหน

ยกเว้นพรรคทหาร

เพราะอย่างไรเสียเธอก็ยอมรับว่า แม้จะชนะใจประชาชนที่ไว้วางใจให้เธอปกครองประเทศ แต่ตามรัฐธรรมนูญเธอยังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไม่ได้

และก็ต้องจับมือกับกองทัพเพื่อสร้างความปรองดอง นำพาประเทศเข้าสู่การเมืองยุคใหม่ ที่มีรัฐบาลพลเรือนกับทหาร ที่ต้องพยายามอยู่ร่วมกันเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งจนบ้านเมืองเดินไม่ได้

ถึงวันนี้อองซานซูจีก็ไม่ได้เผยรายละเอียดว่าเธอจะปกครองประเทศในฐานะอะไร นอกจากที่เคยพูดเอาไว้ว่าเธอจะ “อยู่เหนือประธานาธิบดี” เพราะเธอจะเป็นคนตัดสินใจว่าใครจะมานั่งตำแหน่งนั้น

เธอกลายเป็น “ผู้มีบารมีเหนือประธานาธิบดี”

เหมือนที่อินเดีย นางซอนย่า คานธี ในฐานะหัวหน้าพรรคคองเกรส เคยมีบารมีเหนือนายกรัฐมนตรีเพราะเธอเป็นคนตั้งเอง

มีข่าวลือว่าออง ซานซูจี กับผู้นำทหารอย่างผู้บัญชาการทหารบก นายพลมินอ่องหลาย มีข้อตกลงกันว่าอาจจะมีการให้รัฐสภา “ระงับ” การใช้บางมาตราในรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เธอสามารถขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีได้

แต่ก็ยังเป็นเพียงข่าวลือข่าวคาดการณ์ ทั้งเธอและผู้นำทหารไม่มีใครยอมแย้มพรายก้าวต่อไปของการเมืองพม่าเลย

อองซานซูจีปิดปากเงียบ บอกแต่เพียงว่าคนที่เธอจะเสนอเป็นประธานาธิบดี จะเป็นพลเรือนและเป็นสมาชิกปัจจุบันของพรรค

พอชื่อของอูวินมัน (U Win Myint) ได้รับการเสนอให้เป็นประธานสภาล่าง ก็แปลว่าคนใกล้ชิดของอองซานซูจีคนนี้ไม่ได้ตำแหน่งหัวหน้ารัฐบาลแล้ว

ส่วนรองประธานสภาสองคน คนหนึ่งมาจากพรรค USDP ชื่อ T Khun Myat และอีกคนเป็นคนของพรรคชนกลุ่มน้อย Arakan National Party (ANP) ชื่อ Aye Thar Aung

อีกคนหนึ่งที่เป็นตัวเต็งคือนายแพทย์ส่วนตัวของอองซานซูจีที่ชื่อ ทิน มโยวิน (Dr Tin Myo Win)

ที่กลายเป็นเป้าของข่าวลือเพราะอยู่ดี ๆ คุณหมอก็ปรากฏตัวพร้อมกับเธอในการพบปะกับผู้บัญชาการทหารบกมินอ่องหลาย

ช่วงที่เธอถูกกักบริเวณโดยทหารนั้น คุณหมอทินเป็นคนเดียว ที่นายพลทั้งหลายอนุญาตให้พบเธอได้ อย่างสม่ำเสมอที่บ้านบนถนนยูนิเวอร์ซิตี้

ว่ากันว่าช่วงหลัง ๆ นี้คุณหมอมีบทบาทคึกคักในการเมืองของพรรค และเป็นมือร่างนโยบายประกันสุขภาพของพรรคคนสำคัญทีเดียว

นักข่าวบีบีซีประจำพม่าบอกว่าก่อนหน้านี้เคยโทรไปถามคุณหมอตรง ๆ ว่าจะรับตำแหน่งประธานาธิบดีไหม เขาตอบว่า

“ผมไม่สนใจ ผมเป็นหมอผ่าตัด ผมอยากทำงานของผมมากกว่าทำอย่างอื่น...”

แต่นักข่าวคนนี้บอกว่าเขาเริ่มจะคิดว่าหมออาจจะเปลี่ยนความคิดแล้ว

“ถ้าคุณหมอไม่สนใจตำแหน่งการเมือง ไฉนเขาจึงเป็นหนึ่งในสี่คนที่ออง ซานซูจี เลือกให้ไปนั่งติดกับผมระหว่างพูดคุยเรื่องสำคัญกับผู้นำกองทัพ?”

การที่อองซานซูจีเก็บเงียบเรื่องการเจรจาแบ่งสรรอำนาจกับฝ่ายกองทัพ และสั่งห้ามคนของพรรคคนใดเปิดเผยเรื่องราวของการต่อรองกัน สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนของกระบวนการเจรจากับฝ่ายกุมกองกำลัง เพราะเธอเจอทุกคนในแวดวงระดับสูงทางทหาร ตั้งแต่อดีตผู้นำเผด็จการนายพลตานฉ่วย (ที่สั่งกักบริเวณเธอ) ผู้บัญชาการทหารบกมินอ่องหลาย ประธานาธิบดีเต็งเส่งที่กำลังก้าวลงจากตำแหน่งและอดีตประธานสภาฯฉ่วยมาน

ต้องไม่ลืมว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันยังให้อำนาจกองทัพคุมกระทรวงกลาโหม มหาดไทยและกิจการชายแดน

และรัฐธรรมนูญจะแก้ไม่ได้หากกองทัพไม่เล่นด้วย เพราะกำหนดไว้ว่าการจะแก้ต้องมีเสียงในสภาไม่น้อยกว่า 75%

เมื่อกองทัพมีโควตาที่นั่งตายตัว 25% อองซานซูจีจึงไม่สามารถจะแก้รัฐธรรมนูญได้ แม้จะชนะเลือกตั้งอย่างล้นหลามก็ตาม

ข่าววงในของพรรคบอกว่าเธอจะประกาศการตัดสินใจว่าเลือกใครเป็นประธานาธิบดีภายในวันที่ 31 มีนาคม...เพราะคณะรัฐมนตรีใหม่จะเข้ารับตำแหน่งต้นเดือนเมษายนต้อนรับสงกรานต์พอดี

แต่ละก้าวย่างของอองซานซูจีจึงต้องระแวดระวัง ต้องใช้ทั้งศาสตร์ ศิลป์และจิตวิทยาผสมผสานเพื่อประคับประคองไม่ให้ “เสียของ” เช่นกัน!