วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บทเรียนการเช่าที่ดิน 99 ปี

ขอคัดข่าว “‘สมคิด’ สั่งธนารักษ์เร่งสรุปแก้ กม.เช่าที่ 99 ปี” ซึ่งเผยแพร่ในเว็บไซต์หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2558 มาให้ผู้อ่านอ่านอีกครั้งดังนี้

“นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี สั่งให้กระทรวงการคลัง กรมธนารักษ์ เร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อยุติการแก้ไขกฎหมายเช่าที่ดินได้ยาว 99 ปี เนื่องจากระยะเวลาการเช่า 50 ปี ยังเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ไม่จูงใจการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีระยะเวลาการคืนทุนที่ยาวนาน ส่งผลให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศไม่กล้าตัดสินใจลงทุน แต่หากแก้สัญญาให้นักลงทุนเข้ามาบริหารดูแลโครงการถึง 99 ปี จะจูงใจนักลงทุนต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น

ที่ผ่านมากรมธนารักษ์ได้เสนอครม.แก้ไข พ.ร.บ.การเช่าอสังหาริมทรัพย์จาก 50 ปี เป็น 99 ปี โดยให้เหตุผลความจำเป็นว่า ให้ไปตามมติคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือ ซุปเปอร์บอร์ด ที่จะพัฒนาพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยให้ รฟท. โอนที่ดินมาให้กรมธนารักษ์เพื่อนำมาบริหารให้เอกชนเข้ามาทำประโยชน์เป็นระยะเวลา 99 ปี เหมือนกับกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐ สหราชอาณาจักร และกลุ่มประเทศเออีซี ได้กำหนดเวลาเช่าอสังหาริมทรัพย์ 99 ปี เพื่อดึงดูนักลงทุนต่างประเทศเพิ่มขึ้น นายสมคิด สั่งการให้กรมธนารักษ์หารือกับหน่วยงานดังกล่าว และสรุปการเช่าที่ 99 ปี ให้ได้ภายในเดือนนี้ เพื่อส่งให้ ครม. เห็นชอบและดำเนินการแก้ไขกฎหมาย จะได้ดำเนินโครงการลงทุนต่างๆ ขนาดใหญ่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศในระยะปานกลางและระยะยาว” (จาก)

 เนื้อข่าวกล่าวถึงการแก้ไข “พ.ร.บ.การเช่าอสังหาริมทรัพย์จาก 50 ปีเป็น 99 ปี” ซึ่งก็คือ พระราชบัญญัติ พระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 ออกในสมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี โดยกำหนดเวลาเช่าไว้ในมาตรา 3 “‘การเช่า’ หมายความว่า การเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมหรืออุตสาหกรรมที่กำหนดเวลาเช่าไว้เกินสามสิบปีแต่ไม่เกินห้าสิบปี” มาตรา 5 วรรค 2 กำหนดเงื่อนไขสำคัญข้อหนึ่งไว้ว่า “การเช่าที่ดินที่มีเนื้อที่เกินกว่าหนึ่งร้อยไร่จะต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง”

การผลักดันให้แก้ไขกฎหมายเช่าที่ดินให้เป็น 99 ปีเคยเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2547 ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษ ตามความเห็นชอบของมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 11 ม.ค.2548 เนื้อหาสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ มาตรา 3 และ มาตรา 5 ของ พระราชบัญญัติการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม พ.ศ. 2542 ที่ยกมาข้างบนก็คือ มาตราของ ร่างพระราชบัญญัติเศรษฐกิจพิเศษ ฉบับทักษิณ ในมาตรา 26 กำหนดให้ต่างชาติ เช่าที่ดินได้ไม่ต่ำกว่า 50 ปี แต่ไม่เกิน 99 ปี (จากเดิม 30 ปี แต่ไม่เกิน 50 ปี) และมาตรา 27 กำหนดให้การให้เช่าหรือเช่าช่วงที่ดินเกิน 100 ไร่ ได้โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมที่ดิน และเงื่อนไขสัญญาจะต้องให้เช่าช่วงได้ (จากเดิมต้องได้รับอนุญาต)

ปรากฏว่าถูกต่อต้านอย่างหนักจากภาคประชาชนที่ไม่เห็นด้วย เพราะเกรงว่าจะเป็นการยกที่ดินให้ต่างชาติครอบครอง โดยมีการเปรียบเทียบกับรัฐบาลจีนในอดีตที่ให้อังกฤษเช่าเกาะฮ่องกงและกรณีอื่นอีก โดยเฉพาะมีหลายมาตราชวนให้คิดว่าจะเป็นไปเช่นนั้น เช่น มาตรา 78 กำหนดให้ทรัพย์สินของเศรษฐกิจพิเศษไม่อยู่ในความรับผิดชอบแห่งการบังคับคดี ยึดทรัพย์ไม่ได้ หรือ มาตรา 99 ที่กำหนดว่า ถ้าคนไทยเข้าไปเขตเช่าของต่างชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต กำหนดโทษให้จำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท จนฝ่ายคัดค้านถึงขนาดประณามว่าเป็นกฎหมายขายชาติ ต่อมาเรื่องก็ยุติไปไม่มีการประกาศใช้กฎหมายนี้

ในเนื้อข่าวข้างต้นกล่าวว่า การแก้ไขกฎหมายให้เช่าที่ดินได้ถึง 99 ปี เพราะที่กำหนดไว้เดิมไม่เกิน 50 นั้นเป็นอุปสรรคคือไม่สร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศเข้ามาลงทุนพัฒนาที่ดินในเชิงเศรษฐกิจผ่านโครงการขนาดใหญ่ เช่น ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย

การแก้ไขกฎหมายดังกล่าว หากทำกันจริง ซึ่งคงไม่ยากเกินกำลังของรัฐบาลปัจจุบันที่มาโดยอำนาจพิเศษและมีอำนาจพิเศษในการจัดการเรื่องต่างๆ ดังนั้นจึงขอให้ตระหนักถึงผลกระทบที่จะตามมาในระยะยาวในประเด็นเดียวกับที่ภาคประชาชนเคยวิตกและต่อต้านในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร หากมีเพียงการแก้ไขกฎหมายให้สามารถเช่าที่ดินได้ถึง 99 ปีเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีมาตรการป้องกันใดๆ ก็อาจเป็นการยกแผ่นดินไทยให้ต่างชาติ โดยเฉพาะที่ดินการรถไฟนั้นเป็นสมบัติของชาติ จึงต้องคิดให้จงหนักก่อนจะกระทำการใดๆ มิฉะนั้นต่อไปภายหน้าเมื่อท่านไปจากอำนาจวาสนาแล้วลูกหลานอาจตราหน้าว่าเป็นคนขายชาติเอาได้

โปรดศึกษาบทเรียนให้ถ่องแท้ด้วยนะครับท่าน