ปี 2559 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และผ่านมาได้เกือบครึ่งเดือนแล้ว ด้วยบรรยากาศที่ยังไม่ค่อยจะสดใสนักเพราะมีเหตุการณ์
หลายประการ ที่ยังไม่เอื้ออำนวย นับตั้งแต่ปัจจัยต่างประเทศที่ตลาดหุ้นจีนต้องมีการปิดการซื้อขายถึง 2 ครั้ง เนื่องจากมีแรงเทขายหุ้นของนักลงทุน เพราะมีความวิตกกังวลว่าเศรษฐกิจจีนจะเข้าสู่ภาวะถดถอย จนกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลกให้ตกดิ่งลงตามไปด้วย
และล่าสุดคือเหตุก่อวินาศกรรมของกลุ่มไอเอส ที่มีการใช้ระเบิดฆ่าตัวตายใจกลางแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของตุรกีที่บริเวณจตุรัสสุลต่านอาห์เหม็ด สุเหร่าสีเงิน (บลูมอส) ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที่ 10 คนและบาดเจ็บสาหัสอีก 15 คน มีลักษณะคล้ายกับการระเบิดใจกลางราชประสงค์ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนว่าการก่อการร้ายจะยังมีขึ้นในจุดต่างๆ ของโลก ซึ่งก็ต้องขอบพระคุณรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารทุกท่านที่เสียสละทำงานหนักในวันหยุดเทศกาลปีใหม่ ดูแลความสงบเรียบร้อยทำให้คนไทยได้เฉลิมฉลองปีใหม่กันอย่างมีความสุข
เปิดศักราชปีใหม่มารัฐบาลก็ต้องเผชิญกับปัญหาหนักที่รออยู่ คือ ปัญหาราคายางพาราตกต่ำถึงระดับ 20-30 บาทต่อกิโลกรรม จนมีการเรียกร้องให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง เป็นโจทย์ยากที่ต้องแก้ไขเพราะต้องใช้เงินจำนวนมาก และหากยอมตามข้อเรียกร้องแล้วก็จะต้องเผชิญกับพืชไร่ประเภทอื่นๆ ตามมา และที่รออยู่ข้างหน้าในอีก 2-3 เดือนข้างหน้าที่กำลังจะเกิดขึ้นคือ วิกฤติขาดแคลนน้ำ ที่ในบางพื้นที่เริ่มขาดแคลนน้ำแล้ว ซึ่งจะต้องมีการจัดสรรการน้ำให้ดี จึงขอวิงวอนชาว กทม และคนไทยทั้งประเทศห้ช่วยกันประหยัดการใช้น้ำกันด้วย
อย่างไรก็ตาม ปัญหาต่างๆ ต้องช่วยกันแก้ไขให้ผ่านพ้นไปด้วยดี สิ่งสำคัญคือ ต้องมีความเชื่อมั่นและความคิดทางบวกว่า เหตุการณ์ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นในปัจจุบันก็จะคลี่คลายดีขึ้นได้ ต้องมีความหวังและความมั่นใจในการร่วมกันสู้
เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ได้แถลงรายงานต่อรัฐสภาอเมริกัน ซึ่งเป็นการแถลงรายงานประจำปีและในปีนี้ จะเป็นครั้งสุดท้ายของประธานาธิบดีโอบามา ที่เป็นบุคคลหนึ่งที่มีความสามารถในการพูดโน้มน้าวใจผู้ฟังได้ดีมาก จากผลงานที่เคยประกาศนโยบาย “Changes” ที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงสหรัฐอเมริกา จนได้รับชัยชนะการเลือกตั้งเมื่อ 7 ปีก่อน ซึ่งผู้เขียนเห็นว่ามีประเด็นที่น่าสนใจที่อยากจะสรุปให้ผู้อ่านได้รับทราบด้วย ดังนี้
หนึ่ง สิ่งที่ท่านต้องการจะพูดในวันนี้ จะเน้นถึงการวางรากฐานสำหรับประเทศในอนาคต 5 ปีข้างหน้า ไม่ได้เน้นเฉพาะปีนี้ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของการดำรงตำแหน่ง สำหรับสิ่งที่ได้หยิบยกมาเป็นผลงานก็คือ ได้มีการปฏิรูประบบการรักษาพยาบาล ที่ได้ทำไปในระดับหนึ่งแม้จะยังไม่มีความก้าวหน้าเท่าที่ควร และในทางด้านเศรษฐกิจนั้นได้อ้างผลงานว่า “สถานการณ์เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาในปัจจุบันมีความแข็งแกร่ง และทนทานมากที่สุดในโลก” มีการสร้างงานให้กับชาวอเมริกันมากที่สุด ทำให้อัตราการว่างงานลดลงเกือบครึ่งหนึ่งจากในช่วงวิกฤติการเงินในปี 2008-2009 ลงมาอยู่ในระดับร้อยละ 5 ในปัจจุบัน มีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีจนทำให้ธุรกิจสามารถไปตั้งอยู่ที่ใดๆ ก็ได้ ทำให้ครอบครัวชาวอเมริกันที่ทำงานหนักสามารถหลุดพ้นจากความยากจนได้ ซึ่งข้อมูลในส่วนนี้สังเกตว่า เขาจะใช้คำว่าสำหรับคนที่ทำงานหนักเท่านั้น ไม่ใช่ชาวอเมริกันทุกคน
สอง ในอีก 5 ปีข้างหน้า สหรัฐจะต้องเน้นในประเด็นที่สำคัญ 4 คือ
(1) ความเท่าเทียมกันในด้านโอกาสที่เท่าเทียมกัน (a fair start of opportunity) ของชาวอเมริกัน หมายถึงโอกาสในการศึกษา การมีงานทำ และการประกอบธุรกิจ ที่กล่าวอย่างชัดเจนว่าจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยจะสามารถรับได้สำหรับชาวอเมริกันทุกคน การมีสวัสดิการพื้นฐานและการรักษาพยาบาล เพราะการทำให้ประชาชนมีเงินออมเพื่อการเกษียณที่แรงงานจะออมให้มีเพียงพอได้ยากลำบากมากขึ้น
(2) การประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยีและนวตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังเช่นอัลวา เอดิสัน ที่คิดประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า หรือพี่น้องตระกูลไร้ท์ที่คิดประดิษฐ์เครื่องบิน และอื่นๆ ซึ่งได้เน้นถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ และพลังงานสะอาด
(3) การทำให้ชาวอเมริกันมีความปลอดภัยและเป็นประเทศที่มีความแข็งแกร่ง ซึ่งได้กล่าวชัดเจนว่าสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศมหาอำนาจทางการทหาร ที่มีการใช้จ่ายทางการทหารสูงสุดมากกว่ามหาอำนาจอีก 8 ลำดับถัดไปรวมกันเสียอีก ซึ่งจะให้ความสำคัญในการปกป้องคุ้มครองชาวอเมริกา และพร้อมที่จะไล่ล่าผู้ที่ก่อการร้ายต่อสหรัฐอเมริกา
และ (4) การมีการเมืองที่ดีขึ้น (a better politic) ที่การเมืองจะต้องยึดเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง การเมืองที่ดีไม่ได้หมายถึงการต้องมีความเห็นพ้องกันทั้งหมด อาจมีความเห็นที่ต่างกันได้ที่สามารถมีการโต้แย้งกันได้อย่างเปิดเผย ระบบการเมืองจะไม่เอื้อต่อคนรวยหรือธุรกิจขนาดใหญ่ แต่เสียงของชนชั้นกลางจะต้องได้รับการรับฟัง นักการต่างพรรคกันที่มีความเห็นไม่เหมือนกับตนเองก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รักชาติ
คำแถลงข้างต้นมีหลายประเด็นที่น่าจะเป็นข้อคิดสำหรับประชาชนและนักการเมืองไทยไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะประเด็นทางด้านการเมืองที่ควรตระหนักว่าประเทศชาติและประชาชนย่อมจะมาก่อนเรื่องอื่นใด






