รายงานการสำรวจรายได้ของคนทำงานของ Adecco เมื่อปีที่ผ่านมา บอกว่ากว่า 3 ใน 4 คนทำงานในบ้านเรา
กำลังทำงานอย่างไม่มีความสุข โดย 2 ใน 4 คนพยายามหางานใหม่ ส่วน 1 ใน 4 คนยอมรับว่าทนทำงานไปวันหนึ่งๆ ซึ่งหมายความว่าครึ่งหนึ่งของคนที่ทำงานอยู่กับท่านผู้บริหารคิดอยู่ในใจว่าจะหางานใหม่ที่ไหนดี อีกกว่า 20% ทำงานแบบทนอยู่ไปแต่ละวัน ถ้าทราบแบบนี้แล้ว ใครที่เรียกตัวเองว่าผู้บริหารคงต้องหันมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น หลายท่านคงนึกในเบื้องแรกว่าช่วงทำมาค้าไม่ขึ้น ข้าวยากหมากแพง คนคงอยากได้เงินเดือนค่าจ้างเพิ่มเติม เลยคิดหางานใหม่กันเยอะอย่างนี้ แต่รายงานบอกว่าคนเกินครึ่งพอใจกับค่าตอบแทนที่ตนเองได้รับ พอใจเงินเดือนแต่ทำงานอย่างไม่มีสุข อยากหางานใหม่แปลว่าอะไร
รายงานฉบับนี้บอกต่อไปว่า รายได้ที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงแค่ 30% ของที่มาของการเปลี่ยนงานใหม่ อีก 70% มาจากเหตุอื่น เงินเดือนเป็นเรื่องสำคัญก็จริง แต่ยังมีเรื่องอื่นที่สำคัญไม่น้อยกว่ากัน คนหนึ่งคนจาก 3 คนเปลี่ยนงานเพราะอยากได้เงินเดือนเพิ่ม แล้วคนอีก 2 คนเปลี่ยนงานเพราะอะไร ทั้งๆ ที่คนเหล่านั้นอาจพอใจค่าตอบแทนที่ได้อยู่แล้ว ผู้บริหารในวันนี้จึงไม่ใช่แค่ให้เงินค่าจ้างเยอะๆ เพราะ 2 ใน 3 คนเปลี่ยนงานไม่ใช่เพราะเงินเดือน เขาเปลี่ยนเพราะเรื่องอื่น
ถ้ามองดูคนวัยทำงานทุกวันนี้ จะพบว่ากำลังหลักไม่ใช่คนกลุ่มที่เกิดมาหลังสงครามโลกที่แค่มีงานทำก็พออกพอใจแล้ว กำลังหลักในวันนี้เป็นคนที่เกิดมาในสหัสวรรษใหม่ คนกลุ่มนี้ไม่ใช่ต้องการแค่มีงานให้ทำ พวกเขาเกิดมาในโลกที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ที่มาจากพัฒนาการของเทคโนโลยีที่ก้าวไปอย่างรวดเร็วมาก เมื่อเทียบกับการเปลี่ยนแปลงที่คนรุ่นก่อนเคยพบเห็นมา
เมื่อ 40 ปีก่อนใครจะเชื่อว่าเราจะมีสมาร์ทโฟนที่ทำได้สารพัดอย่างเหมือนที่เรามีทุกวันนี้ ใครจะเชื่อว่าเรามีเพื่อนกันได้เป็นพันเป็นหมื่น คนรุ่นที่เป็นกำลังหลักในวันนี้จึงต้องการมีงานที่ท้าทาย และต้องการงานที่เขาสามารถทำแบบที่เขาถนัดเขาชอบได้ การงานวันนี้ต้องมุ่งไปที่ผลลัพธ์มากกว่ากวดขันกระบวนวิธีให้เหมือนกับที่เคยทำมา
วันนี้ไม่ใช่วันที่จะบอกว่า มาทำงานกับฉัน ต้องทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ ทำผิดไปจากขั้นตอนทำงานที่ฉันบอกเมื่อใด ฉันด่าเมื่อนั้น วันนี้ต้องบอกว่าผลลัพธ์ที่ฉันต้องการคืออันนี้ กรอบวิธีการทำงานห้ามเกินเลยกว่านี้ ส่วนเธอจะทำวิธีไหนเป็นเรื่องของเธอ ถ้าผู้บริหารท่านใดมองกำลังหลักในการงานวันนี้ว่าเหมือนกับตัวท่านเมื่อยังหนุ่มยังสาว แล้วนึกว่าฉันอาบน้ำร้อนมาก่อน วิธีทำงานของฉันคือวิธีทำงานที่เธอต้องทำตาม ท่านจะเป็นคนหนึ่งที่ลูกน้องครึ่งหนึ่งพอใจกับเงินเดือน แต่กำลังหางานใหม่เพื่อไปให้พ้นผู้บริหารแบบท่าน การมอบหมายงานที่ท้าทายและมีความเป็นตัวของตัวเองในการทำงานจะช่วยรักษาลูกน้องฝีมือดีไว้ให้อยู่กับท่านได้
1 ใน 3 คนเปลี่ยนงาน เพราะเบื่อหน่ายวัฒนธรรมของหน่วยงานเดิม ที่ยังติดกับดักของความเชื่อดั่งเดิม เคยเชื่ออย่างไรก็เชื่ออยู่อย่างนั้น ความเชื่อดั่งเดิมปรากฏเป็นรูปธรรมในกฎระเบียบต่างๆ และกฎระเบียบเหล่านั้นถูกปฏิบัติจนกลายเป็นวัฒนธรรม ที่บางครั้งก็ตอบไม่ได้ว่าทำอย่างนั้นเพื่ออะไร เคยเชื่อว่าจะทำงานได้ต้องพร้อมอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน จะทำงานได้ดีต้องมาแต่เช้ากลับดึกๆ เชื่อเช่นนี้เลยมีเครื่องบันทึกเวลาทำงาน มีกล้องวงจรปิดจับตาดูพนักงาน ซึ่งแต่ก่อนนั่งทำงานก็ทำงานได้อย่างเดียว อย่างอื่นมีได้แค่โทรศัพท์คุยกับเพื่อนฝูง
วันนี้ตัวนั่งอยู่ที่ทำงานก็จริง แต่ใจไปอยู่ที่โรงหนัง ห้างสรรพสินค้า รวมทั้งล่องลอยไปเที่ยวกับเพื่อนที่อีกซีกโลกหนึ่งก็ได้ ด้วยอิทธิฤทธิ์ของอินเทอร์เน็ต วัฒนธรรมที่เกี่ยวกับเวลาทำงานที่มีมาแต่ดั่งเดิมเหมือนยาหมดอายุแล้ว ใช้ต่อไปไม่ใช่แค่ไม่ได้ผล แต่อาจให้ผลร้ายตามมาเสียด้วยซ้ำ
วันนี้ผู้บริหารและคนทำงานต้องคุยกันให้รู้เรื่องว่า อะไรที่ควรเปลี่ยนแปลง วัฒนธรรมเปลี่ยนแปลงได้เพราะมนุษย์เป็นคนสร้างวัฒนธรรมขึ้นมา
ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นไหน ใครๆ ก็ชอบให้คนอื่นเห็นความสำคัญของตนเอง ผู้บริหารที่อยากสร้างความรู้สึกดีๆ ให้เกิดขึ้นในหมู่คนทำงานกับท่าน ต้องแสดงออกให้เขาเห็นว่าท่านเห็นความสำคัญของเขา และเปิดโอกาสให้เขาแสดงบทบาทนำบ้างตามโอกาสอันสมควร ไม่ใช่ทุกอย่างฉันว่าเองหมด ความสำเร็จทุกอย่างบังเกิดขึ้นเพราะตัวฉัน ผู้บริหารที่เก่งต้องมองเห็นความเก่งในตัวลูกน้อง และส่งเสริมให้ลูกน้องใช้ความเก่งนั้น ตามวิถีทางที่เขาถนัด ภายใต้วัฒนธรรมที่เปิดกว้างให้เขาปรับตัวเข้าร่วมได้อย่างไม่อึดอัดใจเกินไป
หัวหน้าวันนี้ต้องมองออกว่า ใครเก่งด้านไหน แล้วยอมเปิดหูตนเองรับฟังเรื่องที่เขาเก่งอย่างตั้งอกตั้งใจ ยอมให้เขาสอนท่านได้ในเรื่องที่เขาเก่งได้ มีมหาวิทยาลัยหนึ่งให้อาจารย์รุ่นหนุ่มสาวไฟแรงช่วยกันทำวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัย ทำเสร็จก็ไม่ยอมใช้ที่พวกเขาทำมาโดยบอกว่าไม่ตรงกับภาพอนาคตของมหาวิทยาลัยนั้นที่ผู้บริหารมองเห็น
วันนี้ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งที่เก่งจนมองเห็นข้างหน้าได้หมดทุกเรื่องในโลกปัจจุบันนี้ หัวหน้าที่อวดเก่งทำเป็นรู้ไปหมดทุกเรื่องนั้น จะเป็นหัวหน้าที่น่าเวทนาในสายตาของคนรุ่นใหม่ และเป็นหัวหน้าที่น่าเบื่อ






