โดรน (Drone) กำลังกลายเป็นเทคโนโลยีพื้นฐาน ที่ใครก็สามารถหยิบฉวยมันมาใช้ ผสานกับแนวคิดใหม่เพื่อสร้างประโยชน์ที่หลากหลาย
คงจำกันได้ว่าหลังจากที่ Google ได้ปฏิวัติวงการสืบค้นข้อมูลออนไลน์ด้วยการให้บริการ Google search ซึ่งแม้ว่าจะมาทีหลังแต่กลับได้รับความนิยมมากกว่า ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มี Search engine เยอะแยะมากมายหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Yahoo MSN หรือ Alta vista และอื่นๆอีกมากมาย จนปัจจุบันต้องถือว่า Google กลายเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีพื้นฐานในโลกอินเทอร์เน็ต (platform technology)
แต่เทคโนโลยีพื้นฐานด้านแผนที่ (Google map) กลับเป็นสิ่งที่มีคนนำมาประยุกต์ใช้ในการสร้างงานบริการอื่นๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา สาธารณสุข สังคม สิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่ทางด้านธุรกิจ ด้วยการสร้างชั้นของข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งบริษัท ร้านค้า และสถานที่สำคัญต่างๆบนชั้นของแผนที่กูเกิลอีกขั้นหนึ่ง
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ Google map กับการพยากรณ์อากาศของเว็บไซต์ weather.com ที่เราคุ้นเคยกันดี แต่ที่เหนือไปกว่านั้นและเป็นความต้องการของผู้คนในโลกนี้ คือปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่กำลังจะกลายเป็นหัวข้อที่น่าจะร้อนแรงที่สุดของโลกในอนาคต เพราะไม่ใช่เพียงสภาพอากาศเท่านั้นที่เราสนใจ หากแต่มลพิษที่ปนเปื้อนอยู่ในสิ่งแวดล้อมก็เป็นสิ่งที่คนทั่วโลกกังวล
กูเกิลได้มีการทดลองร่วมกับบริษัทเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านสำรวจสภาพอากาศที่ชื่อว่า Aclima มาตั้งแต่ปี 2014 ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดอากาศ Aclima Mobile air sensors บนรถ Google Street View car ซึ่งทำให้สามารถอ่านข้อมูลมลพิษทางอากาศเก็บไว้ในเชิงสัมพัทธ์กับตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ จนนำมาซึ่งการลงนามความร่วมมืออย่างเป็นทางการในปี 2015 ซึ่งแน่นอนในอนาคตเราอาจจะได้ใช้แผนที่มลพิษ ซึ่งทำให้เรารู้ว่าสถานที่ต่างๆในโลกนั้น แหล่งใดมีสภาพอากาศที่ดีร้ายแตกต่างกันอย่างไร (ชมภาพและอ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่ http://www.citylab.com/weather/2015/09/coming-soon-to-google-maps-street-level-air-pollution/407740/ )
อีกอุปกรณ์หนึ่งซึ่งเริ่มมีบทบาทอย่างมาก และมีประสิทธิภาพสูงขึ้นตามลำดับคือ Drone เทคโนโลยียานบินขนาดจิ๋ว เชื่อว่าหลายคนรู้จักและเคยเห็น โดรน (Drone) กันมาบ้างแล้ว แต่สิ่งนี้กำลังจะกลายเป็นเทคโนโลยีพื้นฐาน (platform technology) ที่ใครก็ตามสามารถหยิบฉวยมันมาใช้ ผสานกับแนวคิดใหม่ๆ (new idea) เพื่อทำประโยชน์หลากหลาย ไม่ต่างจาก เทคโนโลยีแผนที่ ที่เราคุ้นเคยกัน เช่น Google map ที่ทำให้เกิดการประยุกต์ใช้งานบนตัวมันอีกมากมาย
นับตั้งแต่มี Drone หรือยานบินน้ำหนักเบาขนาดเล็ก ที่สามารถขึ้นลงแนวดิ่งเฉกเช่นเดียวกับ เฮริคอปเตอร์ โดยอาศัยใบพัดขนาดจิ๋วบริเวณปีกที่มีอยู่รอบตัวในการขึ้นลงพื้นดิน ช่วยพยุง และสามารถเคลื่อนที่ไปในทิศทางต่างๆในแนวราบได้
แม้ว่าในช่วงแรกหลายคนอาจจะมองเหมือนของเด็กเล่น เพื่อความบันเทิง เกมกีฬา แต่เริ่มมีการประยุกต์ใช้งานให้ได้เห็นกันมากขึ้น หลังจากที่พัฒนาจนมีสมรรถนะสูงขึ้น รับน้ำหนักสิ่งของได้มากขึ้น
ที่เราพบเห็นอยู่บ่อยก็คงเป็นด้านสื่อสารมวลชน ที่มีการติดตั้งกล้องดิจิตัล ซึ่งเล็กและมีน้ำหนักเบา ผนวกกับอุปกรณ์ควบคุมระยะไกล (Remote control) ทำให้ได้ภาพในมุมสูงที่ในอดีตต้องใช้ต้นทุนสูงมากในการให้ได้ภาพแบบนั้น
ในด้านการขนส่ง เริ่มมีการนำมาทดลองส่งพัสดุที่มีน้ำหนักไม่มากนัก แม้ว่าระยะทางการขนส่งอาจจะยังแพ้นกพิราบ แต่ความสามารถในการกำหนดสถานที่จัดส่งเป้าหมายที่มีความหลากหลายมากกว่า เป็นข้อได้เปรียบ
ในด้านคลังสินค้า เมื่อนำมาผนวกกับ RFID ก็ทำให้กลายเป็นคลังสินค้าอัจฉริยะ ทีโดรน สามารถบินตรวจจับ ตรวจนับ หรือถ่ายภาพสินค้าได้อย่างง่ายดาย
Drone จักรกลการเกษตรยุคใหม่
ลองคิดในเชิงการประยุกต์ใช้งาน เมื่อนำเอา Drone + เทคโนโลยีอื่นๆ + ความต้องการตลาด เราสามารถสร้างนวัตกรรมการบริการใหม่ๆ ได้อีกมากมาย
เช่น Drone + Google map + AI ทำให้มันสามารถเดินทางไปไหนต่อไหน แบบคิดเองได้ไม่ยาก
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้งานด้านการเกษตร ไม่ว่าจะสำรวจพื้นที่ เก็บภาพ/ตรวจนับผลผลิต ตรวจสภาพพืชสวนพืชไร่ในช่วงเวลาต่างๆ และอื่นๆอีกมากมาย
อ่านเพิ่มเติม ผลงานวิจัยของ Dr Cheryl McCarthy วิศวกรเครื่องกลอัจฉริยะ (Mechatronic Engineer) กับผลงานการทดลองของเธอ
http://www.abc.net.au/…/drones-driverless-tractor-f…/6888352
การสร้างนวัตกรรมใหม่จึงเป็นเรื่องไม่ยากนัก แต่อย่างน้อยท่านควรจะมีคุณสมบัติพื้นฐานอย่างหนึ่งคือ มีความเป็นนักวิจัย (ชอบศึกษาค้นคว้า) หรือเป็นนักประดิษฐ์ (ชอบรื้อ ชอบสร้าง ชอบปรับ ชอบแต่ง) เพียงแต่เพิ่มเติมความใส่ใจในความต้องการของผู้คน มากกว่าการทำสนองความต้องการของตัวเองเทานั้น เพียงแค่นี้ไอเดียดีๆ ก็จะออกมาเป็นสินค้าหรือบริการ ที่ตอบโจทย์โดนใจลูกค้าและตลาดในที่สุด ที่สำคัญคือต้องมีคุณภาพสูงดีจริง และมีความเสถียรมากพอ
นวัตกรรม = แนวคิดใหม่ + เทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์(ล่าสุดได้ยิ่งดี) + ความต้องการของตลาด
ด้วยสูตรสมการพื้นฐานง่ายๆดังกล่าวข้างต้น เชื่อว่าใครก็ตามก็สามารถสร้างผลงานนวัตกรรมใหม่ๆได้ ไม่ว่าจะเป็นส่วนบุคคล (นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไป) หรือองค์กร (ไม่ว่าจะเป็นราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน หรือเอกชนก็ตาม)






