ปีใหม่กับงานที่ท้าทาย

ปีใหม่กับงานที่ท้าทาย

ปิดฉากปีเก่าไปอย่างคึกคัก กับมาตรการช็อปช่วยชาติ

ในรูปของการจับจ่ายซื้อของต่างๆ แล้วนำไปลดหย่อนภาษี โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระบุว่าต้องการให้ประชาชนได้จับจ่ายใช้สอย ได้สินค้าราคาถูก มีการหมุนเวียนการใช้จ่ายเงินในพื้นที่ โดยเฉพาะในเรื่องของการค้าขายและทำให้เกิดวงจรการผลิต ทำให้เกิดการลงทุน ขณะที่มาตรการนี้ อธิบดีกรมสรรพากรประเมินว่า จะช่วยทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 140,000-150,000 ล้านบาท

หากย้อนไปจะเห็นว่ารัฐบาลได้พยายามกระตุ้นเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ตามงบประมาณวงเงิน 1.3 แสนล้านบาท เพื่อเป็นมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อยและมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการเห็นชอบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ในระดับหมู่บ้าน ในรูปแบบของโครงการให้สินเชื่อกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

การเห็นชอบมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับตำบล เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยในต่างจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ซึ่งมีผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชนผู้มีรายได้น้อย โดยมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ในระดับตำบลจะช่วยให้เกิดการจ้างงาน การบริโภค และการลงทุนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นจากการจัดสรรงบประมาณลงในระดับตำบล

นอกจากนั้น ยังมีในส่วนของมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจ้างงานและส่งเสริมให้มีการลงทุนทั้งในส่วนกลางและต่างจังหวัด จากนั้นก็ตามมาด้วยมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งประกอบด้วยการเพิ่มโอกาสให้ผู้ที่ถูกธนาคารพาณิชย์ปฏิเสธการปล่อยสินเชื่อซื้อบ้าน สามารถขอกู้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์ ขณะเดียวกันยังให้สิทธิ์ผู้ที่ซื้อบ้านต่ำกว่า 3 ล้านบาท ให้สามารถนำเอา 20% ของมูลค่าบ้านที่ซื้อไปหักภาษีบุคคลธรรมดาได้เป็นเวลา 5 ปี

มาตรการที่ทยอยจัดทำมาของภาครัฐ จะประคับประคองเศรษฐกิจได้แค่ไหน ก็เป็นสิ่งที่ต้องดูกันต่อเนื่อง จริงๆ แล้วในภาพรวมของหลายประเทศนั้น มีการออกมาตรการมากบ้างน้อยบ้าง เพื่อกระตุ้นในด้านต่างๆ อันดูเหมือนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในท่ามกลางภาวะที่หลายประเทศทั่วโลก ยังมีการเติบโตที่ไม่มั่นคง ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐที่แม้เศรษฐกิจฟื้นตัวดีจนเริ่มขึ้นดอกเบี้ยได้ แต่ก็ยังเป็นประเด็นที่ต้องจับตา หรือจีนที่กำลังปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและต้องดูว่าดำเนินไปอย่างราบรื่นหรือไม่

แม้แต่กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ยังมองว่าเศรษฐกิจโลกปี 2559 ส่อแววน่าผิดหวัง เพราะการขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐและการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน มีส่วนให้เกิดความไม่แน่นอน โดยการเริ่มต้นปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐและการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของจีน เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำ และถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี แต่ก็ต้องดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและให้ราบรื่นมากที่สุด ดังนั้นในปีนี้หลายภาคส่วนของไทย จึงมีภารกิจและสิ่งท้าทายให้ต้องขบคิด รวมถึงจัดทำอีกมากมาย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าให้มั่นคงในทุกด้าน