ลาปีเก่าเตรียมรับสิ่งใหม่ๆ

ลาปีเก่าเตรียมรับสิ่งใหม่ๆ

ปี 2558 กำลังจะสิ้นสุดลงในวันนี้ (31 ธ.ค.)

 เป็นอีกหนึ่งปีที่เราได้เผชิญหลากหลายเรื่องราว ทั้งสุข และเศร้า การเปลี่ยนแปลงต่างๆ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจแล้ว หลายๆ ฝ่ายมองรอบปีนี้ น่าผิดหวัง การขยายตัวของเศรษฐกิจ ทำได้ต่ำกว่าที่สำนักวิจัยทางเศรษฐกิจประมาณการไว้ค่อนข้างมาก เช่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วงต้นปี 2558 (16 ก.พ.) ไว้ที่ 3.5-4.5% ต่อมา 18 พ.ค. ปรับลดลงเหลือ 3-4% ก่อนจะปรับลดลงอีกครั้งเหลือ 2.7-3.2% วันที่ 17 ส.ค. และยังปรับเหลือ 2.9% เมื่อวันที่ 16 พ.ย.นี้ เวลาไล่ๆ กันสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจไทยเมื่อ 12 ก.พ. ไว้ที่ 3.9% ก่อนจะปรับลดคาดการณ์การเติบโตเหลือ 3.7% ในวันที่ 29 เม.ย. ต่อมา 28 ต.ค.ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจไทยอีกครั้งเหลือ 2.8% ขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจไทยช่วงต้นปี (20 มี.ค.) ไว้ 3.8% ก่อนปรับลดเหลือ 3% ในวันที่ 19 มิ.ย. ต่อมา 25 ก.ย.ปรับลดลงอีกครั้งเหลือ 2.7% แต่ล่าสุดวันที่ 25 ธ.ค. ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 2.8%

ขณะที่ความเคลื่อนไหวราคาทองคำปี 2558 ยังเป็นขาลงต่อเนื่อง ปัจจัยหลักเป็นเรื่องของภาพเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ดีขึ้น รวมถึงการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อีกทั้งการปรับดอกเบี้ยของสหรัฐช่วงปลายปี 2558 ยิ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำตลาดโลกให้ปรับลดลงต่อเนื่อง ผลดังกล่าวทำให้ราคาทองคำที่เปิดการซื้อขายที่ 1,192 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวมาอยู่ในช่วงปลายปีที่ 1,070 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ทองคำในประเทศอยู่ที่ ระดับ 18,000 บาทต่อบาททองคำ การปรับตัวลดลงของราคาทองคำกระทบกับการนำเข้าทองคำให้ปรับตัวลดลงด้วย การนำเข้าทองคำจากต้นปีถึงเดือนพ.ย. 2558 อยู่ที่ 132 ตัน ลดลงจากปีก่อนที่ 165 ตัน หรือลดลงกว่า 20% เป็นการนำเข้าต่ำสุดในรอบ 4 ปี เป็นผลมาจากราคาทองคำที่ลดลง ทำให้การซื้อทองคำแท่งเพื่อเก็งกำไรปรับลดลงไปด้วย ซึ่งปกติจะนำเข้าทองคำเพื่อแปรรูปเป็นทองรูปพรรณ 60-70 ตันเท่านั้น

ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมๆ ของปี 2558 เป็นไปชนิดต้องลุ้นกันวันต่อวัน สัปดาห์ต่อสัปดาห์ ผู้ค้าต้องหากลยุทธ์มาพยุงความอยู่รอดของธุรกิจ แม้กระทั่งอุตสาหกรรมไอซีที ที่เคยเติบโตต่อเนื่องมาโดยตลอด หากช่วง 2-3 ปีหลังสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว จากการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี และความต้องการใช้งานของคน ซึ่งไม่ได้เกิดสถานการณ์นี้เฉพาะแต่ประเทศไทย หากเป็นไปทั่วโลก ตลาดที่ค่อนข้างดีหน่อยจะเป็นอุปกรณ์มือถือ สมาร์ทโฟน ที่ผู้บริโภคต้องการสัมผัสประสบการณ์ใช้งานโซเชียล มีเดีย เช่น ไลน์ เฟซบุ๊ค อินสตาแกรม เหมือนเพื่อนๆ และผู้คนในสังคม จึงได้เห็นตลาดสมาร์ทโฟนเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน และพิสูจน์ถึงโอกาสที่จะทำตลาดได้จากการแข่งขันการประมูลใบอนุญาต 4จี ที่คุณสมบัติสำคัญคือ การใช้งานดาต้า จำนวน 2 คลื่นความถี่ คือ 1800 และ 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่จะทยอยทำรายได้เข้ารัฐรวมแล้ว 232,730 ล้านบาท

ส่วนสถานการณ์ปี 2559 จะเป็นเช่นไร ยากต่อการคาดเดา แต่มนุษย์ดำรงชีพอยู่ด้วยความหวัง ซึ่งทุกอุตสาหกรรมต่างหวังว่า ปีหน้าที่กำลังจะมาถึงจะต้องเป็นปีที่ดีกว่าปีนี้ อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจต้องเพิ่มขึ้น หรืออย่างน้อยๆ ก็ทรงตัว ไม่ทรุดลงกว่าเดิม นอกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐแล้ว ภาคเอกชนเองก็กำลังสรรหาแนวทาง กลยุทธ์สู้ศึกปีลิงกันอย่างไม่ย่อท้อ ขอให้ทุกภาคส่วน ทุกคน มีขวัญและกำลังใจในการต่อสู้ ฟันฝ่าอุปสรรค และพบสิ่งดีๆ ในปีใหม่นี้โดยทั่วหน้า