'สมชาย'...ที่หายไป

'สมชาย'...ที่หายไป

เกือบจะ 12 ปีแล้ว “พี่สมชาย” ที่ผมใช้เรียกทนายความร่างเล็ก

 สวมแว่นตา หอบสำนวนพะรุงพะรัง จากสำนักงานกฎหมายฝั่งตรงข้ามศาลอาญา มาว่าความให้ลูกความ ได้หายตัวไป

12 ปีที่แล้ว สำนักงานกฎหมายสมชาย นีละไพจิตร เป็นที่พอกพูนความรู้ เป็นตำราที่มีชีวิต ผมซึ่งเรียนจบศิลปศาสตร์ อ่านกฎหมายเป็น ก็ได้ความรู้จากที่นี่

12 ปี ที่ครอบครัว นีละไพจิตรรอ สมชายกลับมา

จากการรอ กลายเป็นการตามหาความจริง ใคร? ทำให้ ‘สมชาย’ หายไป

คดีฟ้องร้องตำรวจ 5 นาย มีส่วนรู้เห็นกับการหายตัวไปของ ‘สมชาย’ กระทั่ง 29 ธ.ค. 2557 ศาลฎีกา วินิจฉัยปัญหา ว่า ฎีกาของอัยการโจทก์กล่าวหาว่าจำเลยทั้ง 5 ร่วมกันกระทำผิดหรือไม่ โจทก์นำสืบถึงมูลเหตุจูงใจของจำเลยทั้ง 5 ไม่พอใจที่ ‘สมชาย’ เข้าไปว่าความช่วยเหลือทางคดีเกี่ยวกับความมั่นคง (คดีปล้นอาวุธปืนและก่อเหตุความไม่สงบภาคใต้เมื่อปี 2547 ‘สมชาย’ ทำหนังสือร้องเรียนต่อผบ.ตร.กรณีที่ผู้ต้องหาระบุว่า ถูกพวกทำร้ายร่างกายเพื่อกลับคำให้การ

ประเด็นนี้ศาลฎีกา เห็นว่าจำเลยทั้ง 5 ไม่ได้พบหรือเคยเห็น ‘สมชาย’ มาก่อน ขณะที่การทำหนังสือร้องเรียนนั้นก็ฟังได้ว่า ‘สมชาย’ ไม่ใช่ผู้ลงชื่อในหนังสือโดยตรง ดังนั้น จึงยังฟังไม่ได้ว่าพวกจำเลยจะรู้ว่า ‘สมชาย’ เป็นผู้ลงลายมือชื่อในหนังสือเพื่อยื่นเรื่องร้องเรียน

ศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นพยานบุคคล 5 ปาก ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่เห็น ‘สมชาย’ เป็นครั้งสุดท้ายบริเวณ ถ.รามคำแหง แม้เป็นประจักษ์พยาน แต่คำให้การในชั้นสอบสวนในหลายประเด็นยังมีข้อพิรุธขัดแย้งกับความเป็นจริง และคำเบิกความในชั้นศาลทั้งในเรื่องความสว่างของแสงไฟ ระยะการมองเห็นที่ทำให้เกิดความสับสน พยานบางปากให้การสับสนระหว่างจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 4 ที่มีการระบุว่าเป็นผู้ขับรถยนต์ของ ‘สมชาย’ ไป

ศาลฎีกาบอกในคำพิพากษาว่า พยานจะให้การทำนองเดียวกันว่าเห็นคนร้าย 3-4 คนยื้อยุดฉุดกระชากกัน แต่ไม่ให้ความสนใจมากนัก กระทั่งทราบข่าวภายหลังว่า ‘สมชาย’ หายตัวไป จึงได้มาให้ข้อมูลกับตำรวจ

คำเบิกความของพยานในชั้นศาลไม่ได้ยืนยันชัดแจ้งว่า จำเลยเป็นคนร้าย และที่โจทก์นำสืบว่าได้ทราบถึงการพูดคุยของจำเลย เพื่อจะทำร้าย ‘สมชาย’ ก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้นำนายตำรวจที่ทราบถึงประเด็นดังกล่าวมานำสืบให้ชัดแจ้ง

ส่วนพยานเอกสารที่เป็นข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของจำเลย เป็นเพียงพยานบอกเล่า อีกทั้งเอกสารนั้นเป็นเพียงสำเนา ไม่ได้มีการรับรองผู้จัดทำโดยตรง พยานนี้จึงถือว่าเป็นเอกสารที่ไม่สมบูรณ์

ข้อกล่าวอ้างของโจทก์จึงเลื่อนลอย ไม่อาจนำมาพิสูจน์ความผิดของจำเลยทั้ง 5 ได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องนั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน

'สมชาย" เกิด 13 พ.ค.2494 - ไม่ระบุวันตายได้ตราบที่ยังไม่เห็นศพ สถานะภาพ คือผู้สูญหาย

‘สมชาย’ เมื่อยังอยู่เขาเป็นประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม และนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน

‘สมชาย’ หายตัวไปอย่างลึกลับ เมื่อ 12 มี.ค.2547 ในช่วงสมัยรัฐบาลทักษิณ 1

‘สมชาย’ ทำคดีด้านสิทธิมนุษยชนที่ทนายส่วนมากมักจะปฏิเสธ เช่น คดีที่ชาวบ้านถูกกล่าวหาละเมิดสิทธิมนุษยชนในภาคใต้ คดีคนพม่า ลี้ภัยการเมือง คดีชาวอิหร่าน ที่ถูกจับในข้อหาเป็นผู้วางระเบิดสถานทูตอิสราเอลในประเทศไทย

‘สมชาย’ มีบทบาทร่วมกับองค์กรมุสลิมต่าง ๆ ในประเทศไทย รวมทั้ง ชมรมสมาชิกรัฐสภาไทยมุสลิม เสนอแนวทางในการแก้ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อ 27 ก.พ.2547 และในเวลาเดียวกันก็เรียกร้องขอความเป็นธรรม ในการสอบสวน 5 ผู้ต้องหา ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายมูจาฮีดีน ‘สมชาย’ ได้ยืนยันว่าได้พบกับผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ได้ความว่าทั้งหมดไม่ได้กระทำความผิด แต่จำต้องรับสารภาพ เนื่องจากถูกตำรวจขู่เข็ญทำทารุณกรรม ซึ่งกรณีนี้สร้างความอับอายให้กับกระบวนการสืบสวนสอบสวนของรัฐเป็นอันมาก

13 ม.ค.2549 ทักษิณ ชินวัตร ได้ออกมายอมรับเป็นครั้งแรกว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้ค้นพบหลักฐานสำคัญที่ระบุว่า ‘สมชาย’ ได้เสียชีวิตแล้ว โดยมีตำรวจเกี่ยวข้องมากกว่า 4 คน โดยจะสรุปสำนวนเสร็จสิ้นไม่เกินเดือนก.พ.2549

คำพิพากษาศาลฎีกา คงทิ้งปมที่สังคมยังตั้งคำถามต่อไป ใครทำให้สมชายหายไป