ทันทีที่สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐ
(Federal Aviation Administration หรือ FAA) ประกาศลดระดับประเทศไทยจาก“ประเภทหนึ่ง” หรือ category 1 เป็น “ประเภทสอง”หรือ category 2 เป็นผลจากที่ FAA ส่งคณะมาเยือนไทยช่วง 26-28 ตุลาคม 2558 เพราะเห็นว่า ผลการทำงานของกรมการบินพลเรือนไทย เพื่อแก้ไขข้อห่วงกังวลของ FAA เกี่ยวกับการยกระดับมาตรฐานการบินพลเรือนไทย ยังไม่เป็นที่“พอใจ” ไม่เป็นไปตามมาตรฐานขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ที่ได้ปักธงแดงก่อนหน้า
การถูกลดลำดับอยู่ใน “ประเภทสอง” ของการประเมินมาตรฐานความปลอดภัย นั่นหมายความว่า ประเทศนั้นๆ บกพร่องในแง่ของกฎหมาย หรือกฎระเบียบที่จำเป็นในการควบคุมตรวจสอบว่า เครื่องบินเป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำของนานาชาติ หรือมาตรฐานของหน่วยงานการบินด้านความปลอดภัยหรือไม่ รวมทั้งขาดความพร้อมด้านใดด้านหนึ่งหรือมากกว่า อาทิผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค เจ้าหน้าที่ที่ได้รับการฝึกอบรม กระบวนการเก็บข้อมูลและกระบวนการตรวจสอบ
การลดเกรดมาตรฐานการบินของไทยจาก Category 1 (อยู่ในมาตรฐาน ) เป็น Category 2 (ต่ำกว่ามาตรฐาน ) ส่งผลกระทบต่อสายการบินของไทยใน 4 ประเด็นหลัก 1.FAA จะไม่พิจารณาเพิ่มข้อกำหนดรายละเอียดการปฏิบัติการ 2. FAA จะแนะนำให้กระทรวงคมนาคมสหรัฐ มีมาตรการจำกัดการอนุญาตให้ทำการบินเชิงพาณิชย์ ของสายการบินจากไทย ไม่ให้เพิ่มจุดบิน ไม่ให้เปลี่ยนแบบเครื่องบิน ไม่ให้เพิ่มความถี่ 3. สายการบินของสหรัฐไม่สามารถทำการบิน โดยใช้ชื่อเที่ยวบินร่วม หรือโค้ดแชร์กับสายการบินของไทยได้ และ 4. อาจจะมีการทบทวนและจำกัดสิทธิทางเศรษฐกิจที่ได้รับตามข้อตกลงตามสิทธิการบินทั้ง 2 ฝ่าย
FAA ย้ำว่าการประกาศปรับลดอันดับครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังมีการหารือร่วมกับรัฐบาลไทย ได้ข้อสรุปไปเมื่อ 28 ตุลาคม 2558 เจ้าหน้าที่ของสหรัฐที่เข้ามาตรวจสอบความก้าวหน้าด้านมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินของไทย ได้แจ้งกับรัฐบาลไทยว่า มีเวลา 65 วันในการปรับปรุงปัญหาที่จะส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อมาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน
นั่นหมายถึงเรื่องนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูเหมือนรับรู้มาล่วงหน้า แต่ทำไม?ถึงยังปล่อยให้เกิดปัญหาอย่างนี้ขึ้นมา หรือว่าสิ่งที่เป็นอยู่ มันหมักหมมจนยากที่จะแก้ไข
จริงๆ การถูกลดอันดับให้อยู่“ประเภทสอง” เมื่อปี 2539 ถูกปรับลดมาแล้ว แต่ถูกปรับขึ้นมาอยู่ใน “ประเภทหนึ่ง” ในปี 2540 แต่การประเมินผลเมื่อเดือนกรกฎาคม 2558 พบว่าการดำเนินการของไทยไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล
สิ่งที่ปรากฏแม้สายการบินของไทยไม่ได้บินตรงเข้าสหรัฐ อาจจะมองว่ากระทบไม่มาก แต่ภาพลักษณ์ประเทศกับการแก้ปัญหาเรื่องนี้ดูจะอ่อนหัด
แต่ที่ท้าทาย นั่นคืออีก 8 วันผลการตรวจสอบของสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติของสหภาพยุโรปหรือเอียซ่า ที่กำลังจะชี้ชะตาสายการบินของไทย
สิ่งที่เกิดขึ้นจาก FAA วันนี้เริ่มมีการประเมินกันแล้วว่า โอกาสที่สายการบินของไทยจะรอดพ้นการตรวจสอบจากเอียซ่าน่าจะยาก มองถึงขั้นเป็นในทิศทางเดียวกับ FAA
เสียด้วยซ้ำ
เอาละ..ยังไงก็ต้องให้กำลังใจผู้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ขอภาวนาให้รอดพ้นก็แล้วกัน
แต่หากผลจากเอียซ่า ไม่เป็นบวกอย่างที่คิด ภารกิจหนักคงตกอยู่ที่ การบินไทย เพราะวันนี้การบินไทย ก็มีรายได้จากเส้นทางบินยุโรปอยู่ 1ใน 3 ของรายได้ทั้งหมด ฉะนั้นการบินไทยต้องเตรียมแผนสำรองและแผนตั้งรับกับเรื่องนี้ไว้
พูดถึงการบินไทยแล้ว ต้องบอกเลยช่วงนี้คงเป็นช่วง ที่อาจจะไม่ค่อยสู่ดีนัก เรียกง่าย “ผีซ้ำด้ำพลอย” ยังไงก็ไม่รู้









