เตรียมรับอิทธิพลหยวน

เตรียมรับอิทธิพลหยวน

กรณีกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มีมติให้หยวนรวมอยู่

ในตะกร้าเงินสิทธิพิเศษถอนเงิน หรือ Special Drawing Rights : SDRs แม้จะเป็นไปตามความคาดหมายของบรรดานักวิเคราะห์ ที่เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวี่เกิดขึ้น แต่ก็ถือว่าเป็นก้าวที่สำคัญของเงินหยวน ในการเป็นสกุลเงินหลักของโลกอย่างเป็นทางการ แม้ว่าก่อนหน้านี้ทางการจีนได้พยายามเคลื่อนไหว ทำความตกลงทางการค้ากับหลายประเทศ ให้มีการซื้อขายและแลกเปลี่ยนเงินหยวน ซึ่งมติของไอเอ็มเอฟเท่ากับย้ำให้เห็นความสำคัญของเงินหยวนมีมากขึ้น

 บรรดานักวิเคราะห์และนักการเงินอาจประเมินว่าในระยะสั้น ค่าเงินหยวนคงไม่มีผลกระทบต่อตลาดเงินมากนัก แต่หากย้อนกลับไปพิจารณานโยบายทางการเงินของรัฐบาลจีน จะเห็นว่ารัฐบาลจีนดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวังและอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งการดำเนินนโยบายดังกล่าวเป็นไปตามแผนที่วางไว้ในการเพิ่มบทบาททางเศรษฐกิจของจีน แม้จะเผชิญแรงกดดันจากตลาดเงินโลกต่อค่าเงินหยวน แต่รัฐบาลจีนก็ไม่ได้ทำตามข้อเรียกร้องและยังคงมุ่งดำเนินนโยบายของตัวเองอย่างระมัดระวัง

แน่นอนว่าบทบาทของค่าเงินหยวนในตลาดเงินโลก คงยังไม่อาจเทียบได้กับค่าเงินสกุลหลัก ที่ใช้ทำการค้าระหว่างประเทศกันมานาน อย่างเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือ เยนของญี่ปุ่น หรือแม้แต่ยูโร แต่บทบาทของเงินหยวนจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ตามปริมาณการค้าของจีนกับประเทศต่างๆทั่วโลก และยิ่งปริมาณการค้าของจีนมากเท่าไร บทบาทของค่าเงินหยวนอาจจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจเร็วกว่าที่มีการประเมินกันไว้กันก่อนหน้านี้ และนั่นอาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในดุลอำนาจของสกุลเงินในอนาคต

กรณีของไทยย่อมหลีกหนีอิทธิพลของค่าเงินหยวนไม่พ้น เพราะปัจจุบันจีนถือเป็นประเทศคู่ค้าใหญ่สุดของไทย โดยแซงหน้าสหรัฐฯและญี่ปุ่นมาเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา และยิ่งแนวโน้มความสัมพันธ์ทางการค้าการลงทุนระหว่างทั้งสองประเทศมีมากขึ้น บทบาทของค่าเงินหยวนต่อการค้าการลงทุนของไทยก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น แม้ขณะนี้หน่วยงานอย่างธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เริ่มเห็นความสำคัญของค่าเงินหยวนมาก่อนหน้านั้นแล้ว แต่การเตรียมพร้อมสำหรับภาคธุรกิจยังมีค่อนข้างน้อย

แน่นอนว่าบางคนอาจประเมินว่าบทบาทต่อการค้าการลงทุน จริงๆ นั้นอาจต้องใช้เวลา เนื่องจากจีนมีข้อจำกัดทางโครงสร้างพื้นฐานภาคการเงิน แต่เราต้องไม่ลืมว่าที่ผ่านมา รัฐบาลจีนสามารถดำเนินนโยบายต่างๆอย่างรวดเร็ว ซึ่งในบางกรณีอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่าที่ประเมินกันไว้ และที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วเพียงใด ดังนั้น จึงไม่ควรประเมินรัฐบาลจีนต่ำเกินไป และอำนาจของรัฐบาลค่อนข้างเด็ดขาดและตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว

เราเห็นว่านับจากนี้ไป ภาคธุรกิจและประชาชนทั่วไป อาจจำเป็นต้องตื่นตัวต่อบทบาทของค่าเงินหยวนมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมานั้นคนไทยได้ตื่นตัวกับบทบาททางการค้าของจีนเป็นอย่างดีแล้ว เพียงแต่บางกรณีอาจปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจของจีนไม่ทัน ซึ่งบางรายได้รับผลกระทบอย่างมากจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว ดังนั้น กรณีมติของไอเอ็มเอฟ ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นอย่างแท้จริงของบทบาทค่าเงินหยวน และเป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งของจีนบนเวทีโลก ซึ่งไทยในฐานะอยู่ในเขตอิทธิพลเศรษฐกิจจีน จึงต้องเตรียมรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้