สองวันก่อน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังประชุม ครม.
เรื่องประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ว่า ขอให้ทุกคนร่วมมือกัน ขอไปยังภาคธุรกิจให้ช่วยเดินหน้าประเทศ ถ้าขัดแย้งกันต่างคนจะเอาประโยชน์มากที่สุด ถ้า 4จี เกิดขึ้นไม่ได้ไม่ต้องมาโทษผม ไม่ต้องมาโยนกลับมาให้ผมใช้อำนาจ อำนาจเป็นของประชาชน ต้องให้มันเดินหน้าไปให้ได้โดยที่ไม่ทำให้องค์กรต่างๆ เสียหาย ทีโอที แคท สามารถเลี้ยงดูตัวเองได้ ไม่ใช่ทุกคนจะเอาหมดทุกอย่าง แล้วใครจะแก้ให้ได้ เพราะฉะนั้นอย่ามาประท้วง ผมประกาศไปแล้วว่ารัฐบาลนี้จะไม่ยอมตามการประท้วง แต่ถ้ามาคุยกันก็หาเหตุหาผล หาข้อยุติที่รัฐบาลสามารถหาทางออกให้ได้ ถ้าประท้วงบนถนนเมื่อไร มีเรื่องเมื่อนั้น เพราะมันผิดพ.ร.บ.ชุมนุม ส่วนการเลื่อนประมูล เลื่อนเพียงคลื่นเดียว คลื่นอื่นที่ไม่มีปัญหาก็ประมูลไป รัฐมนตรีที่รับผิดชอบก็ไปหารือกันว่าจะทำอย่างไรให้ทีโอทีอยู่ได้ นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องไปสั่ง มี 4จีก็ทำให้ทุกอย่างดีขึ้น
ล่าสุด วันนี้ (5 พ.ย.) บมจ.กสท โทรคมนาคม จะยื่นหนังสือแจ้งเพื่อทราบ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อขอให้ทบทวนการจัดประมูล 4จีบนคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิรตซ์ที่จะมีขึ้นวันที่ 11 พ.ย.นี้ ซึ่ง กสท ประสงค์จะหารือกับ กสทช. เกี่ยวกับความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับการประมูล โดยเฉพาะประเด็นคดีฟ้องร้องของ กสท ที่เรื่องยังค้างอยู่ชั้นศาลปกครองตั้งแต่ปี 2556 เรื่องประกาศมาตรการเยียวยา โดย กสท เห็นว่าการประมูลที่จะเกิดขึ้นเสี่ยงอย่างมาก หากศาลพิจารณาคำร้องและที่ผ่านมา กสทช. ไม่เคยแจ้งต่อผู้ประกอบการเอกชนเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวเลย อีกทั้ง กสท ยังคงยืนยันในสิทธิของคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ที่มีอยู่ทั้งหมดจำนวน 75 เมกะเฮิรตซ์ไปจนถึงปี 2561 ตามที่ได้รับสิทธิ์จากคณะกรรมการบริหารคลื่นความถี่ (กบถ.)
ส่วน วานนี้ (4 พ.ย.) ตัวแทนจากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรท.) บมจ.ทีโอที โดยนายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี อดีตประธานสหภาพรัฐวิสาหกิจทีโอที ได้เป็นตัวแทนยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองโดยฟ้องคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เลขาธิการ กสทช. และพวก รวม 24 คน ขอให้ศาลปกครองพิจารณาชี้ขาดว่า สิทธิการใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ ของทีโอทีตามมาตรา 87 ภายใต้พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 และบทเฉพาะกาลมาตรา 79 วรรค 1 ภายใต้พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2544 จะสิ้นสุดลงเมื่อใดระหว่างวันที่ 3 ส.ค. 2568 หรือวันที่ 30 ก.ย. 2558 และหากศาลปกครองพิจารณาชี้ขาดให้สิทธิการใช้คลื่นความถี่ของทีโอที สิ้นสุดพร้อมกับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 ขอให้สั่งให้ผู้ถูกฟ้องเพิกถอน หรือแก้ไขเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่ 3 เงื่อนไขเฉพาะรายบริการด้วย
สหภาพทีโอทีเห็นว่าหากสิทธิ์ของคลื่น 900 เป็นของทีโอทีจนถึงปี 2568 แล้ว กสทช. นำมาเปิดประมูลวันที่ 15 ธ.ค.นี้ จะทำให้ทีโอทีเสียสิทธิในคลื่นไป 10 ปี ประเมินมูลค่าความเสียหายจากทรัพย์สินที่ได้รับคืนจากบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) เป็นทรัพย์สินด้อยค่า มูลค่าความเสียหายเทียบได้กับราคาขั้นต่ำของการประมูลคลื่นความถี่ 25,728 ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหายของทรัพย์สินที่ได้รับมอบคืนอีกราว 13,000 ล้านบาท เป็นมูลค่าความเสียหาย 38,728 ล้านบาท
มูลค่าความเสียหาย และค่าเสียโอกาสต่างๆ ที่เกิดแก่รัฐวิสาหกิจโทรคมนาคมทั้งสององค์กรอาจเป็นเงินมูลค่ามหาศาล ที่จะหล่อเลี้ยงองค์กรทั้งคู่ อุดหนุนให้พนักงานรวมๆ เฉียด 4 หมื่นคน แต่การประมูลต้องล้ม หรือเลื่อนออกไป ลองหันมามองในมุมผู้บริโภค ประชาชนผู้ใช้บริการ และภาคธุรกิจต่างๆ ไม่เพียงแต่ภาคธุรกิจโทรคมนาคมที่มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง แต่ต้องคิดรวมถึงภาคธุรกิจอื่นๆ ที่ต้องใช้บริการสื่อสารโทรคมนาคม ที่ต้องมีบริการพื้นฐานเหล่านี้เป็นตัวเพิ่มขีดแข่งขันธุรกิจจะต้องขาดโอกาส สูญเสียรายได้ที่พึงมีพึงได้ไปอีกกี่หมื่นกี่แสนล้านบาทต่อปี ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ฉะนั้น อย่าปล่อยให้การเปิดประมูลเพื่อให้บริการ 4จีเป็นเพียงฝันลมๆ แล้งๆ









