มีแฟ้มสำนวนคดี “ศุภชัย ศรีศุภอักษร” กับ “ศรัณยา มานหมัด” แอบสั่งจ่ายเงิน
ตามเช็คสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 878 ใบ จำนวน 787 แฟ้มเอกสารกว่า 20,000 หน้า ที่พนักงานสอบสวนดีเอสไอ จะใช้มัดตัว “ศุภชัย ศรีศุภอักษร” และพวกในข้อหายักยอกเงิน ฟอกเงิน และรับของโจร
แฟ้มคดี อยู่ในกล่องวางเป็นตั้งๆ เต็มห้องทำงาน ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 3 พ.ต.ท.สมบูรณ์ สารสิทธิ์ เจ้าตัวบอกกับผมว่า ต้องถ่ายสำเนาไว้ทั้งหมด ตัวจริงจะส่งให้อัยการสำนักคดีอาญาพิเศษ ไปพิจารณาเพื่อสั่งฟ้อง
มูลค่าความเสียหายคดีนี้ ไม่ต่ำกว่า 12,000 ล้านบาท มีสมาชิกของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่เดือดร้อนหลายหมื่นคน แต่ที่สังคมสนใจและสงสัยว่า “ธัมมชโย-วัดธรรมกาย-พระเครือข่าย” มีส่วนสนับสนุนให้ “ศุภชัย” ทำผิด แล้วจะตั้งข้อหารับของโจรได้ไหม? ทั้ง พ.ต.ท.สมบรณ์ และอีกคนที่บอกตรงกัน คือ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวะกุล ได้อ้างความเห็นร่วมคณะทำงานที่มีตัวแทนอัยการด้วยว่า เชื่อว่ามีส่วนทำผิดด้วย
พฤติกรรม ศุภชัย ศรีศุภอักษร และ ศรัณยา มานหมัด แอบสั่งจ่ายเงินตามเช็คสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 878 ฉบับ ให้กับบุคคลและนิติบุคคล 7 กลุ่ม ประกอบด้วย
- 1. กลุ่มนิติบุคคลที่มีมูลหนี้
- 2. กลุ่มวัดพระธรรมกาย พระเทพญาณมหามุณี(ธัมมชโย) พระเครือข่ายวัดธรรมกาย
- 3. มูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ และพระเครือข่าย
- 4. กลุ่มสหกรณ์อื่นๆ ที่นำเงินมาฝากในสหกรณ์
- 5. กลุ่มผู้ต้องหา และผู้อยู่ในข่ายผู้ต้องหา
- 6. กลุ่มบุคคล
- 7. กลุ่มนายหน้าที่ดิน และกลุ่มนิติบุคคลที่ไม่มีมูลหนี้
กลุ่มวัดพระธรรมกาย พระเทพญาณมหามุณี (ธัมมชโย) และมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง เส้นทางการเงินพบว่าตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2552 ถึงวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2554 รับเช็คจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 21 ครั้ง เป็นเงิน 1,205,160,000 บาท (หนึ่งพันสองร้อยสิบห้าล้านหนี่งแสนหกหมื่นบาท) โดยไม่มีมูลหนี้ กับสหกรณ์ฯ
เพื่อความรอบคอบในประเด็นข้อกฎหมาย คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้หารือ หัวหน้าพนักงานอัยการ ขจรศักดิ์ พุทธานุภาพ ที่เข้าร่วมสอบสวนด้วยแล้ว เห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวของพระเทพญาณมหามุณี กับพวก อาจมีส่วนเป็นผู้สนับสนุนนายศุภชัย ในการยักยอกทรัพย์ของสหกรณ์ หรือสนับสนุนให้ลักทรัพย์นายจ้างหรือรับของโจร ความผิดฐานฟอกเงิน และความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต
ส่วน พระครูปลัดวิจารย์ ธีรังกุโร อดีตพระลูกวัดพระธรรมกาย พระมนตรี สุดาภาโส เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไปฝ่ายอบรมต่างประเทศ วัดพระธรรมกาย เข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กรณีมีชื่อรับเช็คบริจาคจาก“ศุภชัย”
พระมนตรี มีชื่อรับเช็ค 100 ล้านบาท บอกว่าระหว่างปี 2552-2553 รับเงินบริจาค 5 ล้านบาท จาก‘ศุภชัย’ที่ต้องการร่วมทำบุญ จึงนำไปผลิตสื่ออบรมสามเณรปี 2552 มีบางส่วนนำเข้าบัญชีส่วนตัว
พระครูปลัดวิจารย์ มีชื่อรับเช็ครวม 119 ล้านบาท อ้างว่านำเงินไปสร้างศูนย์เยาวชนที่ อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ครั้งหนึ่งเคยเฟื่องฟู แต่วันนี้กลับเงียบเชียบ มีป้ายปิดห้ามคนภายนอกเข้า
พระครูปลัดวิจารย์ ไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน แต่มอบทนายความชี้แจงแทน
คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นำผลการสอบสวนปากคำพยาน พร้อมเอกสารทางการเงินเกี่ยวกับผู้รับเช็คทั้ง 878 ฉบับ ส่งมอบให้กับพนักงานอัยการคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย
จากนี้ไปขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานอัยการคดีพิเศษ ว่าจะเห็นพ้องต้องกันหรือไม่ อย่างไร









