ผมเห็นป้ายนี้แล้วคิดถึงประเทศไทยของเราครับ
ป้ายด้านซ้ายบอกว่า “นี่คือทางตัน”
ป้ายด้านขวาชี้ทางออกให้ คือ Rebuild คือสร้างใหม่ หรือ Reinvent คือนวัตกรรม
เราบอกว่าประเทศไทยติดอยู่กับ “กับดักรายได้ปานกลาง” มาหลายปีแล้ว ไม่สามารถขยับขึ้นเป็นประเทศพัฒนาหรือร่ำรวยเสียที
เพราะเราเจอ “ทางตัน” ครับ
เข้าสู่ทางตันเพราะเดินหน้าไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุผลความขัดแย้งทางการเมือง ที่แบ่งฝักแบ่งฝ่ายโดยไม่เกี่ยวกับเหตุผล ไม่ฟังความเห็นต่าง เสพข่าวและข้อมูลเฉพาะด้านที่ตนเห็นพ้อง ไม่เปิดหูเปิดตาเพื่อรับรู้ความเห็นตรงข้าม
เราเข้ามุมอับเพราะขาดการปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจัง ทำให้ไม่มีการคิดวิเคราะห์ หนังสือเขียนไม่เป็น อ่อนเรียงความและตกย่อความ
เมื่อไม่ฟังความเห็นต่าง ไม่คิดอย่างพิเคราะห์ ไม่แสวงหาความรู้ใหม่ก็ขาดคนระดับนำที่สามารถสร้างสรรค์สังคมได้ จึงกลายเป็นสังคมที่เคารพนับถือเงินและตำแหน่งแทนที่จะยกย่องคุณธรรมและความดี
เราเข้ามุมอับเพราะการตัดสินว่าใครจะก้าวหน้าหรือไม่ไม่ได้อยู่ที่ความสามารถ หากแต่อยู่ที่เส้นสายและการวิ่งเต้น
เรากลายเป็นสังคม Know Who สำคัญกว่า Know How หรือ Know Why
เมื่อเห็นป้าย “ทางตัน” ก็ต้องสำนึกว่าเราจะต้องเลี้ยวออกไปยังเส้นทาง “รังสรรค์” หรือ “สร้างใหม่” อันหมายถึงนวัตกรรมและแสวงหาวิธีการใหม่ ๆ ที่จะสร้างสรรค์ให้สังคมไทยสามารถแข่งขันกับคนอื่น ๆ ในเวทีสากลได้อย่างจริงจัง
คำว่า Rebuild กับ Reinvent ไม่ได้หมายถึงเพียงการประกาศว่าเราจะ “ปฏิรูป” และ “ปรองดอง” ด้วยวาทะหรืออ้างเป็นวาระแห่งชาติเท่านั้น
แต่การ “สร้างสังคมใหม่” ยังหมายถึงการถอนรากถอนโคนค่านิยมเก่า ๆ ที่เป็นอันตรายต่อการสร้างชาติบนพื้นฐานของความคิดก้าวหน้า การอบรมบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ให้เดินตามเส้นทางของการยึดเอาความถูกต้องชอบธรรมเป็นหลัก ต่อต้านคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ วัดคนที่ผลงาน รื้อโครงสร้างที่ผุกร่อนและเน่าเฟะ และระดมความคิดความอ่านของคนทุกภาคส่วน มาเป็นพลังแห่งการแสวงหาเอกลักษณ์ไทยที่แท้จริงอย่างเป็นรูปธรรม
ตัวอย่างของการ “สร้างสังคมใหม่” ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้หลังสงครามโลกครั้งที่สองที่สิ้นเนื้อประดาตัว เศรษฐกิจ การเมือง สังคมพังสลายต่อหน้าต่อตา ประชาชนหมดหวังในระบบการเมืองและผู้นำ
ทั้งสองประเทศนี้ต้องขึ้น “นั่งร้านใหม่” เพื่อหาอัตลักษณ์และตัวตนของสังคม และระดมสรรพกำลังในสังคม มาสร้างชาติสร้างบ้านเมืองกันอย่างเหนื่อยยากและทุ่มเท ทุกฝ่ายต้องเสียสละเพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นชาติที่เรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต
สิ่งที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจร่วมกันในอันที่จะ Rebuild ของญี่ปุ่นและเกาหลีใต้หลังสงคราม คือการที่ต้องมีวินัยแห่งชาติ ในอันที่จะฟันฝ่าอุปสรรคทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยในประเทศหรือต่างประเทศ
เขาสร้างนักวิทยาศาสตร์ เขาสร้างนักคณิตศาสตร์ เขาสร้างนักเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เขาเตรียมสังคมเพื่อเข้าสู่ “เศรษฐกิจดิจิตัล”
และเขาเน้นการบริหารความเปลี่ยนแปลงหรือ change management อย่างเป็นระบบ
เมื่อ Rebuild หรือ “สร้างบ้านสร้างเมืองใหม่” เสร็จก็ไม่ได้หมายความว่าจะประสบความสำเร็จได้ทันที ยังจะต้อง Reinvent ซึ่งหมายถึงสร้างนวัตกรรมที่เกิดจากการวิเคราะห์ วิจัยและพัฒนาไปสู่สิ่งใหม่ๆ ที่จะสร้างคุณค่าทั้งในแง่การผลิตทางอุตสาหกรรมเพื่อการพาณิชย์และทางด้านเทคโนโลยีที่จะทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในระดับประเทศ และในส่วนของความสามารถแต่ละคน
เพราะแท้จริงแล้ว การสร้างชาติก็คือการสร้างคนเก่งคนดีให้มีมากกว่าคนเลวหรือคนโกง และต้องสร้างอย่างเป็นระบบ กระจายความกินดีอยู่ดีให้กว้างขวาง ไม่ยอมให้ความมั่งคั่งกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มเล็ก ๆ และสร้างระบอบการปกครองที่เป็นประชาธิปไตยในความหมายที่แท้จริง
อันหมายถึงการที่ทุกคนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของประเทศ และมีสิทธิมีเสียงในฐานะพลเมืองเท่ากัน ไม่ให้อิทธิพลการเงินหรืออำนาจการเมืองมาครอบงำจนเกิดความขัดแย้งกันทุกหย่อมหญ้ากลายเป็น “หลุมดำ” ที่ทำให้มองไม่เห็นอนาคตบ้านเมืองอย่างที่เราประสบมาหลายปีดีดัก
ไม่ต้องขึ้นป้ายใหญ่ทั่วบ้านทั่วเมือง เราก็รู้ว่าถนนสายเดิมเป็น “ทางตัน” แน่นอน
หากไม่ร่วมไม้ร่วมมือกันสร้างถนนสร้างใหม่ ที่เปิดกว้างพร้อมนวัตกรรม เพื่อสร้างสังคมใหม่อย่างแท้จริง หนทางข้างหน้าก็มืดมนอนธการอย่างแน่นอน









