วันจันทร์ ที่ 12 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตรวจเองเพื่อเคลม

วันเสาร์ ที่ ๑๐ ต.ค. ที่ผ่านมาเป็นวันแรกของเทศกาลกินเจในปีนี้ และจะไปสิ้นสุดในวันอาทิตย์ที่ ๑๘ ต.ค. ซึ่งข้อมูลดังกล่าวนี้ผมนำมาจากปฏิทินน่ำเอี๊ยง อันเป็นปฏิทินที่ผมใช้เป็นประจำต่อเนื่องมาหลายสิบปี

KEY POINTS

  • หลังรถยนต์ผ่านสถานการณ์น้ำท่วมหรือขับลุยน้ำ ควรตรวจสอบความเสียหายของอุปกรณ์และระบบไฟฟ้าต่างๆ ด้วยตนเองโดยเร็วที่สุด
  • ควรรีบแจ้งเคลมกับบริษัทประกันภัยไว้ก่อน เพื่อป้องกันการถูกปฏิเสธความรับผิดชอบหากตรวจพบความเสียหายในภายหลัง
  • เน้นตรวจสอบการทำงานของอุปกรณ์ที่ไม่ค่อยได้ใช้งานเป็นพิเศษ เช่น เซนเซอร์เปิดฝาท้ายอัตโนมัติ ระบบช่วยจอด หรือระบบควบคุมความเร็ว ซึ่งอาจเสียหายจากน้ำได้ง่าย

วันเสาร์ ที่ ๑๐ ต.ค. ที่ผ่านมาเป็นวันแรกของเทศกาลกินเจในปีนี้ และจะไปสิ้นสุดในวันอาทิตย์ที่ ๑๘ ต.ค. ซึ่งข้อมูลดังกล่าวนี้ผมนำมาจากปฏิทินน่ำเอี๊ยง อันเป็นปฏิทินที่ผมใช้เป็นประจำต่อเนื่องมาหลายสิบปี ด้วยว่านอกเหนือจากมีวันหยุดราชการ และวันหยุดธนาคาร ระบุเอาไว้แล้ว ยังระบุวันตามจันทรคติ คือบอกข้างขึ้นข้างแรมและวันโกนวันพระ ทั้งแบบไทยๆและแบบจีน ที่เรียกกันว่าวันชิวอิก และวันจับโหงว

เทศกาลกินเจสมัยนี้คึกคักมากกว่าสมัยผมเป็นเด็ก เพราะมีร้านอาหารประกาศจำหน่ายอาหารเจมากมาย ตัวอาหารเจเองก็มีการพัฒนาก้าวหน้าไปอย่างมาก หลายอย่างที่มองเห็นหรือแม้กินเข้าไปแล้ว ยังไม่เชื่อว่าเป็นอาหารเจและนึกว่าเป็นเนื้อสัตว์ด้วยซ้ำ

และในช่วงเวลานี้ก็ยังมีประกาศเตือนจากฝ่ายอุตุนิยมวิทยาว่า ให้ระวังฝนตกหนักนหลายจังหวัด และครั้งนี้จะมีน้ำเหนือไหลหลากลงมายังภาคกลางเพิ่มอีกด้วย ซึ่งต่างจากครั้งที่ฝนตกหนักและน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑลเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา เพราะครั้งนั้นมีแต่น้ำฝนล้วนๆไม่มีน้ำไหลมาจากทางภาคเหนือ และภาคกลางตอนบนเข้ามาผสมโรงด้วย

คนที่ใช้รถจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มาก โดยเฉพาะคนที่อยู่ในเขตพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งมีน้ำท่วมขังเป็นประจำ หรือคนที่ต้องจอดรถในพื้นที่เป็นแอ่ง เช่นต้องจอดในชั้นใต้ดินของตัวอาคาร หรือต้องใช้รถแล่นไปบนถนนที่มีน้ำท่วมขังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สำคัญที่สุดคือคนที่ใช้รถโดยไม่มีประกันภัย หรือไม่ซื้อประกันภัยชั้นหนึ่งที่คุ้มครองอุทกภัยเอาไว้ และยิ่งหากเป็นรถยนต์ที่ยังอยู่ในระหว่างการผ่อนชำระค่างวด ก็ยิ่งมีความเสี่ยงสูงมากยิ่งขึ้น เพราะการซ่อมบำรุงรถยนต์ที่จมน้ำหรือเสียหายจากน้ำ ต่อให้เป็นรถยนต์ที่ใช้น้ำมันหรือรถยนต์เครื่องสันดาป ก็จะมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงมาก ด้วยว่ารถยนต์ในปัจจุบันนี้มีอุปกรณ์ไฟฟ้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมาก

คนที่ผ่านน้ำท่วมจากครั้งที่ผ่านมา โดยที่รถยนต์ไม่ได้จมน้ำและยังสามารถใช้งานนั้น ก็อย่าเพิ่งคิดว่ารถยนต์ของตนเองไม่มีความเสียหายจากการลุยน้ำหรือจากน้ำท่วม เพราะความเสียหายหรืออาการผิดปกติบางอย่าง มันจะปรากฏต่อเมื่อผ่านสถานการณ์นั้นไประยะหนึ่งแล้ว

ผมเคยแนะนำไปหลายครั้งแล้วว่า เมื่อรถยนต์ถูกน้ำท่วม ให้ถ่ายภาพเอาไว้หลายๆมุม ถ่ายให้เห็นว่าน้ำท่วมถึงระดับไหนของตัวรถ ทั้งด้านข้าง ด้านหน้า และด้านท้าย ถ่ายให้เห็นป้ายทะเบียนได้ยิ่งดีมาก เพื่อที่เวลาแจ้งกับประกันภัยจะได้รู้ว่า มีความเสียหายถึงระดับใด เพราะกว่าที่เจ้าหน้าที่ประกันภัยจะเข้ามาถึงรถ หรือกว่าที่ประกันภัยจะส่งรถยกหรือรถสไลด์ มารับรถเราไปทำการซ่อมบำรุง น้ำก็ลดลงไปมากกว่าตอนที่ท่วมสูงจนเกิดความเสียหายจริงไปแล้ว

ส่วนรถยนต์ที่ผ่านการจอดแช่น้ำบางส่วน หรือรถยนต์ที่ต้องขับลุยน้ำเป็นประจำ และยังสามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้อยู่นั้น ผมแนะนำว่าให้ทดสอบหรือตรวจสอบดูว่า อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆเสียหายจากน้ำไปบ้างหรือไม่

เพื่อที่จะได้ทำการแจ้งเคลมกับประกันภัยเอาไว้ก่อน แม้ว่าช่วงนี้คิวของอู่ในเครือประกันภัย และคิวของศูนย์บริการรถยนต์จะค่อนข้างยาว แต่การแจ้งความเสียหายเอาไว้ก่อน ก็จะเท่ากับว่าแม้จะไปพบว่ามีความเสียหายเพิ่มมากขึ้นในภายหน้า ก็ยังอยู่ในความรับผิดชอบเรื่องการซ่อมแซมของประกันภัย

การตรวจสอบด้วยตนเองก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร เจ้าของรถสามารถตรวจสอบระบบไฟฟ้าพื้นฐานหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าเบื้องต้นได้ โดยเปิดจากแคตตาล็อกที่เราใช้ตัดสินใจในตอนจะเลือกซื้อรถ หรือเปิดจากสมุดคู่มือประจำรถขึ้นมา

แล้วดูว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้างที่เราอาจจะมองข้ามไป เพราะการใช้งานรถยนต์ได้ทุกวันนั้น เราอาจจะไม่ได้ใช้อุปกรณ์เหล่านั้นเลย จึงอาจจะทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่ามันเสียหายหรือชำรุดไปแล้ว เมื่อมารู้ต่อเมื่อเวลาผ่านไปนานแล้ว เราอาจจะต้องจ่ายค่าซ่อมแซมด้วยตนเอง

ผมยกตัวอย่างเช่นรถยนต์ที่มีระบบเปิดฝากระโปรงท้ายแบบที่เรียกกันว่า “แฮนด์ฟรี” หรือ “ออโตเมติก เทล เกต” คือสามารถเปิดฝากระโปรงท้ายรถได้ ด้วยการสอดเท้าเข้าไปที่ใต้ท้องรถตรงใต้ฝากระโปรงท้าย เมื่อตัวจับสัญญาณหรือเซนเซอร์พบว่ามีสิ่งแปลกปลอมถูกสอดเข้ามา มันก็จะสั่งการปลดล๊อคฝากระโปรงท้าย และทำให้ฝากระโปรงท้ายดีดเปิดขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

อุปกรณ์ตรวจจับหรือเซนเซอร์ดังกล่าว เมื่อรถต้องจอดแช่น้ำจนน้ำท่วมถึงพื้นรถ เซนเซอร์หรืออุปกรณ์ตรวจจับอาจจะเสียหายจากน้ำหรือความชื้น ทำให้ไม่สามารถตรวจและสั่งการฝากระโปรงท้ายได้ หากเจ้าของรถปล่อยทิ้งไว้นานโดยไม่ทำการตรวจสอบ และไปพบหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมผ่านไปนานพอสมควร ประกันภัยอาจจะไม่รับผิดชอบ เพราะแจ้งว่าเป็นความเสียหายจากการใช้งานตามปกติก็เป็นได้

เพราะฉะนั้นเจ้าของรถก็ต้องตรวจสอบโดยเร็ว ด้วยการทดสอบเปิดด้วยการใช้เท้าสอดเข้าไปยังบริเวณที่ทำงานของเซนเซอร์ หากพบว่ามันไม่ทำงานตามที่ควรจะเป็น จะได้แจ้งให้ประกันภัยทราบเอาไว้ก่อน เมื่อมีเวลาหรือเมื่อศูนย์บริการว่างลงบ้าง เราจึงค่อยนำรถเข้าไปรับการซ่อมแซมภายหลังก็ได้

ในอุปกรณ์อื่นๆ ก็ต้องตรวจสอบเช่นเดียวกัน เช่นสัญญาณตรวจจับระยะห่างของรถคันหน้า ซึ่งในระบบควบคุมความเร็วคงที่ หรือครุยซ์คอนโทรลแบบก้าวหน้า ที่มีตัวจับระยะห่างของรถคันหน้า และมีระบบเคลื่อนไหวและหยุดตามรถคันหน้า ที่เรียกกันว่าระบบ สต๊อบ แอนด์ โก เพราะอุปกรณ์หรือระบบเหล่านี้ เราไม่ได้ใช้งานทุกครั้งที่ใช้รถ หากปล่อยทิ้งไว้นานเกินไปแล้วไปตรวจพบภายหลัง ก็อาจจะไม่ได้รับการเยียวยาจากบริษัทประกันภัยได้

ในรถยนต์ที่ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ รถยนต์กลุ่มนี้จะมีเซนเซอร์และกล้องรอบคัน ติดตั้งอยู่ในระดับที่ไม่สูงกว่าพื้นรถมากนัก ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบจากการขับลุยน้ำหรือการจอดแช่น้ำ เจ้าของรถจึงต้องตรวจสอบ ว่ายังทำงานครบถ้วนตามที่ระบุเอาไว้ในสมุดคู่มือ หรือตามที่โฆษณาในแคตตาลอคหรือไม่

นอกเหนือไปจากอุปกรณ์ที่ผมกล่าวมาเป็นตัวอย่าง ก็ยังมีอุปกรณ์อีกมากมายที่อาจจะเสียหายโดยที่เราคิดไม่ถึง เพราะฉะนั้นเจ้าของรถยนต์ที่รอบคอบ จึงควรทำการตรวจสอบอุปกรณ์ประจำรถ ด้วยการเปิดทดลองใช้งาน หากพบว่ามีความเสียหายจากน้ำท่วมขังหรือลุยน้ำมา จะได้แจ้งประกันเพื่อไม่ต้องไปเสียเงินซ่อมเองในภายหลังครับ