วันก่อน เจอเพื่อนเก่า คุณชิงชัยและคุณหญิง จำนงศรี หาญเจนลักษณ์ ท้าวความให้ฟังว่า
นายกรัฐมนตรีแคนาดาคนใหม่ Justin Trudeau รู้จักเมืองไทยแน่ เพราะเมื่อ 20 กว่าปีก่อนหนุ่มหล่อคนนี้เคยมาพักที่บ้านคุณชิงชัยในกรุงเทพฯ
หนุ่มแคเนเดียนคนนี้เดินทางมาในฐานะเป็นนักทำสารคดีทีวีฟรีแลนซ์ ถ่ายทำเกี่ยวกับเมืองไทยก่อนจะตัดสินใจเล่นการเมือง จนเป็นผู้นำสูงสุด ในฐานะหัวหน้าพรรค Liberal คว่ำรัฐบาลจากพรรค Conservative ที่ยึดเก้าอี้รัฐบาลมากว่าสิบปี
ชัยชนะของเขาสร้างความฮือฮาให้กับวงการการเมืองมาก เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะสามารถนำพรรคกวาดที่นั่ง 184 จากทั้งหมด 338 ในสภาล่างทั้ง ๆ ที่เพิ่งได้ตำแหน่งหัวหน้าพรรคเมื่อสองปีก่อนเท่านั้น
“นี่ผมยังกำลังพยายามจะหาสารคดีเมืองไทยที่จัสติน ทรูโดถ่ายตอนที่มาอยู่เมืองไทย หวังว่าจะหาเจอ....” คุณชิงชัยบอกผม
เสี้ยวหนึ่งของชีวิตหนุ่มของนายกฯ แคนาดาคนใหม่ ที่เกี่ยวกับเมืองไทยคงไม่ได้ปรากฏที่ไหนในประวัติทางการของเขา
เพราะด้านอื่นที่เป็นที่กล่าวขวัญคือ เคยขึ้นเวทีชกมวยการกุศลกับนักการเมืองฝ่ายตรงกันข้าม และสามารถเอาชนะในยก 3 อย่างชนิดหักปากกาเซียนเหมือนกัน
คุณชิงชัย มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับแคนาดามายาวนาน เคยไปทำงานอยู่กว่า 3 ปีที่แคนาดาในฐานะเจ้าหน้าที่ของ International Development Research Center (IDRC) และหลังจากนั้นกลับมาเป็นผู้แทน IDRC ของเอเซียประจำสิงคโปร์และเวียดนามอีก รวมความแล้วทำงานกับแคนาดากว่า 20 ปี
“ที่จัสติน ทรูโดมาพักบ้านผมที่กรุงเทพตอนเขามาถ่ายทำสารคดี ก็เพราะได้รับการฝากจากเจ้านายเก่าผมคือ Ivan Head ที่เป็นประธาน IDRC เขาใกล้ชิดกับนายกรัฐมนตรีแคนาดาสมัยนั้นคือ ปีแอร์ ทรูโดซึ่งเป็นคุณพ่อของจัสตินที่เป็นนายกฯคนใหม่นี่แหละ...”
Ivan Head เคยเป็นที่ปรึกษานโยบายต่างประเทศให้นายกฯ ทรูโดสมัยนั้น เขาเคยได้รับสมญานามเป็น “คิสซิงเจอร์แห่งแคนาดา”
มีการกล่าวขวัญถึง “คำทำนาย” ที่โด่งดังถึงอนาคตการเมืองของจัสติน ทรูโดตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อยตอนที่ประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสันพบนายกฯปีแอร์ ทรูโด
เหตุเกิดในปี 1972 ขณะนั้นจัสตินอายุเพียง 4 เดือน
นิกสันพูดทีเล่นทีจริงว่า “หนูน้อยคนนี้คือนายกรัฐมนตรีของแคนาดาในอนาคตแน่นอน”
ตอนที่นิกสันพูดอย่างนั้น คงไม่มีใครคิดอะไรจริงจัง แต่มาวันนี้กลายเป็น “ประโยคทอง” ของการเมืองระหว่างประเทศทีเดียว
เขาหาเสียงด้วยคำขวัญ “Hope and Hard Work” และ “Real Change” อันหมายถึงการเน้น “ความหวังและงานหนัก...การเปลี่ยนแปลงจริง”
มองจากมุมหนึ่ง การที่จัสตินได้ชัยชนะการเมืองเหนือความคาดหมายในวัย 40 ต้น ๆ ก็ละม้ายกับบารัก โอบามาของอเมริกา ตอนที่เขย่าการเมืองด้วยการฉีกแนวการหาเสียงให้พ้นจากรูปแบบน้ำเน่าเก่า ๆ
จัสตินแสดงความเป็นกันเองกับประชาชน ด้วยการไปเดินอยู่แถวหน้าสถานีรถไฟใต้ดิน จับไม้จับมือกับชาวบ้านและถ่ายรูป selfie อย่างสนุกสนาน
ดังนั้น อย่าแปลกใจถ้านายกฯ หนุ่มหล่อวัย 43 ของแคนาดาคนนี้จะร้อง “อ๋อ” ถ้าพูดถึงเมืองไทยวันนี้!








