จากกรณีที่มีการรณรงค์ในโลกโซเชียล เชิญชวนใส่เสื้อแดง เป็นสัญลักษณ์แสดงความห่วงใย
“อดีตนายกฯปู” ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในวันที่ 1 พ.ย.2558 ทั่วประเทศไทย
เรื่องนี้มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ
นอกเหนือจาก อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย และแกนนำเสื้อแดง ออกมาส่งสัญญาณว่าเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ พร้อมปฏิเสธว่า นปช. (แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ) และพรรคเพื่อไทย ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว
เนื่องจากเห็นได้ชัดว่า เป็นความต่อเนื่องและเชื่อมโยงมาจาก กรณียิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เขียนจดหมายเปิดผนึกผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว และมอบหมายให้ทนายความไปยื่นหนังสือที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี คัดค้านการออกคำสั่งทางปกครอง ตามพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 เรียกค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าว แล้ว
โดยอ้างว่า รัฐบาลเลือกใช้วิธีออกคำสั่งทางปกครองเรียกค่าเสียหาย อย่างไม่เป็นธรรม เป็นการรวบรัด เร่งรีบ และอาจเกิดการกลั่นแกล้งขึ้นได้
จากนั้นก็มีการเคลื่อนไหวอย่างสอดรับกันของพลพรรคเพื่อไทย ที่คัดค้านคำสั่งทางปกครอง และยืนยันว่า โครงการรับจำนำข้าวไม่ได้สร้างความเสียหาย
ขณะที่ฝ่ายรัฐบาล โดยวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย พยายามชี้ให้เห็นว่า คำสั่งทางปกครอง ก็มีกระบวนให้ความธรรมเป็นอยู่แล้ว และเห็นว่า รัฐบาลไม่มีทางเลือก เพราะความผิดชัดเจนต้องใช้กฎหมายนี้ อีกทั้งมีอายุความแค่ 2 ปีที่ต้องเร่งดำเนินการ
พร้อมอธิบายขั้นตอนว่า หลังจากที่ผลสรุปของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการคลัง (ที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการคลัง เพราะมีทั้งค่าเสียหายคดีจำนำข้าว และซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ) ส่งถึงนายกรัฐมนตรี นายกฯ ก็จะลงนามและส่งเรื่องต่อไปยังกรรมการชุดความรับผิดทางแพ่งที่มีอธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นประธาน ซึ่งถือว่าจบกระบวนการในส่วนของนายกรัฐมนตรี
สำหรับคณะกรรมการชุดความรับผิดทางแพ่ง จะประกอบด้วย สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) คณะกรรมการกฤษฎีกา อัยการ เมื่อผลสรุปออกมา คณะกรรมการชุดชุดนี้ ก็จะส่งเรื่องไปยังรัฐมนตรีที่รับผิดชอบของแต่ละคดี (สำหรับตัวเลขความเสียหายที่ยังไม่ได้ข้อสรุป อาจอยู่ในรูปแบบของบทเฉพาะกาล หรือไม่ก็อยู่ในวรรคสุดท้ายของบทสรุป ที่คณะกรรมการชุดความรับผิดทางแพ่ง จะฟ้องต่อศาลปกครองว่ามีจำนวนเท่าใดที่ต้องชดใช้)
โดยคดีของ “ยิ่งลักษณ์” ซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นตำแหน่งที่ไม่มีต้นสังกัด ตามกฎหมายต้องส่งไปยังกระทรวงการคลัง สำหรับบุญทรง เตริยาภิรมย์อดีต รมว.พาณิชย์ และภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ จะถูกส่งไปยังกระทรวงพาณิชย์พิจารณา จากนั้นรัฐมนตรีของทั้งสองกระทรวงจะสรุปรายละเอียดความผิดและเป็นผู้ลงนามในคำสั่ง
จากนั้นจะแจ้งผลสรุปของคดีไปยังเจ้าตัว และคณะกรรมการชุดอธิบดีกรมบัญชีกลาง จะยื่นเรื่องต่อศาลปกครอง เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะเดียวกันผู้เสียหายมีสิทธิจะฟ้องร้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครอง ซึ่งคดีจะได้ข้อสรุปสุดท้ายตามคำสั่งของศาลปกครอง
นั่นหมายถึง ขณะนี้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า “ยิ่งลักษณ์” จะต้องจ่ายค่าเสียหายหรือไม่ จนกว่าจะมีคำสั่งศาลปกครอง
อย่างไรก็ตาม มีข่าวว่าคณะกรรมการสรุปข้อเท็จจริงจะสรุปข้อมูลในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ต้องการการแสดงพลังในเชิงสัญลักษณ์ เพื่อสร้างความต่อเนื่องของกระแสคัดค้าน โดยหวังผลกับกลุ่มมวลชน “แกล้งตาย” ให้ฟื้นขึ้นมาในลักษณะของ “นักรบไซเบอร์”
รวมทั้งในวันที่ 29 ต.ค.เวลา 09.30 น. “ยิ่งลักษณ์” ต้องเดินทางมายังศาลฎีกาฯ ตามที่ศาลได้กำหนดให้เป็นวันนัดพร้อมคู่ความทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อกำหนดวันนัดไต่สวนพยานในคดีรับจำนำข้าว ก็ถือว่าอยู่ในกระแสเดียวกัน
เหนืออื่นใด การเชิญชวนให้คนสวมเสื้อแดงเป็นกำลังใจ “ยิ่งลักษณ์” อาจไม่หวังผลอะไรมากมาย นอกจากเกมการเมืองที่ต้องการ “วัดพลัง” ฝ่ายตัวเองที่เหลืออยู่เท่านั้นก็เป็นได้ เพราะรู้อยู่แล้วว่าทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ แต่ก็มีส่วนสำคัญในการกำหนดเกมต่อไป









