วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ต้องคลี่คลายให้ตรงประเด็น

ในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา สังคมไทยมีการโต้แย้ง ในประเด็นสาธารณะที่น่าสนใจในหลายเรื่อง

 โดยเรื่องแรกหนีไม่พ้น การตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งขณะนี้ยังไม่สรุปผลออกมาว่าจะดำเนินการอย่างไร หลังจากที่รัฐบาลเห็นว่ามีงบประมาณบางส่วน อาจถูกใช้ไปไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุน ในขณะที่ฝ่ายสสส. เห็นว่ามีการใช้งบประมาณอย่างโปร่งใส และเป็นการตีความวัตถุประสงค์การใช้งบประมาณแตกต่างกัน

แต่ระหว่างเกิดข้อถกเถียงการใช้งบประมาณ ได้เกิดประเด็นแทรกซ้อนขึ้นมา โดยระบุว่าสาเหตุของการตรวจสอบสสส. ซึ่งบางกระแสไปไกลถึงขั้นจะยุบสสส. เป็นเพราะว่าสสส.ทำงานต่อต้านเหล้าและบุหรี่จนได้ผล จึงทำให้มีการวิ่งเต้นให้ยุบสสส. แต่ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ปฏิเสธแล้วว่าเรื่องนี้ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น เป็นเรื่องการตรวจสอบที่รัฐบาลดำเนินการอยู่แล้ว ซึ่งไม่เพียงสสส.เท่านั้น แต่ยังรวมถึงหน่วยงานอิสระอื่นด้วย เนื่องจากเป็นงบประมาณของแผ่นดินเช่นเดียวกัน

ในช่วงจังหวะเดียวกัน คดีของอดีตนายกรัฐมนตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่กำลังเผชิญกับคดีรับจำนำข้าว ได้เกิดการโต้เถียงรายวันระหว่างอดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทยกับหลายคนในรัฐบาล โดยเฉพาะในประเด็นการดำเนินคดีต่ออดีตนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองหรือหวังผลทางการเมือง ซึ่งขณะนี้ยังไม่อาจตัดสินได้ว่าคดีนี้จะเป็นอย่างไร นอกจากรอการพิจารณาของศาลเท่านั้น แต่การโต้แย้งในประเด็นอื่นนอกจากเนื้อหาสาระที่แท้จริงของโครงการนี้ ทำให้ความสนใจต่อโครงการนี้ถูกละเลยไปอย่างน่าเสียดาย

ตรรกะในการโต้แย้งทั้งสองเรื่อง มีลักษณะร่วมกันคือได้มีการหยิบยกในประเด็นอื่น ที่นอกเหนือจากประเด็นที่เป็นข้อถกเถียง เช่นเดียวกับการบริหารงานด้านเศรษฐกิจก่อนหน้านั้น แม้รัฐบาลพยายามทำงานอย่างเต็มที่ แต่เมื่อถูกวิจารณ์ในเรื่องการทำงาน ผู้ที่เกี่ยวข้องก็มักจะกล่าวถึงสาเหตุของเศรษฐกิจฝืดเคืองมาจากปัจจัยภายนอก ในขณะที่คนที่ได้รับผลกระทบต้องการให้รัฐบาลแก้ปัญหาที่ประชาชนเผชิญอยู่เฉพาะหน้า จนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงทีมเศรษฐกิจใหม่ที่เริ่มหันมาแก้ปัญหาภายใน โดยไม่รอให้เศรษฐกิจภายนอกฟื้นตัว

ตัวอย่างการโต้แย้งในประเด็นสาธารณะข้างต้น เป็นเพียงส่วนเล็กน้อยเท่านั้นที่เกิดขึ้นในสังคมไทย หากย้อนกลับไปดูการอภิปรายในรัฐสภา โดยเฉพาะการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐมนตรีบางคนว่าทำงานไม่โปร่งใส มีข่าวการทุจริตคอร์รัปชัน สิ่งที่คนไทยมักจะได้ยินกันบ่อยครั้งคือเป็นเรื่องของเกมการเมืองในรัฐสภา ในขณะที่เนื้อหาสาระที่ถูกกล่าวถึงไม่ได้มีการชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา แต่พยายามบ่ายเบี่ยงให้เป็นประเด็นอื่น จนบางครั้งนักการเมืองเหล่านี้ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่าไม่มีความรับผิดชอบทางการเมือง นอกจากรักษาตำแหน่งทางการเมือง

จากตัวอย่างเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นความจริงประการหนึ่งในสังคมไทย และอาจเป็นประเด็นที่ทำให้การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งยากลำบากมากยิ่งขึ้น เพราะทันทีที่เกิดข้อสงสัยหรือความไม่ไว้วางใจเกิดขึ้น แทนที่จะมีการถกเถียงกันให้จบสิ้นกระบวนความ เพื่อให้ข้อขัดแย้งทั้งหมดได้รับการคลี่คลาย แต่กลับทำให้เงื่อนไขความขัดแย้งยังดำรงอยู่ต่อไป เพราะต้นเหตุความขัดแย้งไม่ได้รับการแก้ไขให้เกิดความกระจ่างชัด เราเห็นว่าหากทุกฝ่ายยังไม่ยอมคลี่คลายข้อที่เป็นประเด็นขัดแย้งอย่างตรงไปตรงมา สังคมไทยจะเต็มไปด้วยข้อขัดแย้งและความไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกันต่อไปอีกนาน