วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขวางประมูล4จี เพื่อประโยชน์ใคร

ขณะที่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

 (กสทช.) ออกมาประกาศเลื่อนกำหนดวันประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ขึ้นจากกำหนดเดิม 15 ธ.ค. 2558 เป็น 12 พ.ย. หลัง 1 วันของการประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ที่กำหนดไว้ 11 พ.ย. โดยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เห็นว่าจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวมและเป็นประโยชน์กับผู้บริโภค เพราะจะทำให้การเปิดให้บริการคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ และ900 เมกะเฮิรตซ์ ทำได้พร้อมกันในช่วงเดือน ม.ค.2559 แน่นอน จากการที่ กสทช.คาดว่าจะอนุมัติให้ใบอนุญาตผู้ชนะการประมูลได้ภายในสิ้นเดือน พ.ย. หลังประกาศรายชื่อรับรองผลการประมูลได้วันที่ 18 และ 19 พ.ย.ตามลำดับ

ขณะที่ ฟาก บมจ.ทีโอที รวมถึงสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ (สรท.) ทีโอที ส่งสัญญาณคัดค้านการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ที่เคยอยู่ในครอบครองของทีโอทีมาก่อน และได้ให้สัมปทานแก่ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ไปให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบ 2จีมานาน 25 ปี กระทั่งหมดอายุสัมปทานไปเมื่อ 30 ก.ย. 2558 โดยทีโอทีอ้างว่าคลื่นความถี่ดังกล่าว ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารคลื่นความถี่ โดยไม่มีกำหนดหมดอายุ และเชื่อว่า หากยังมีสิทธิถือครองคลื่นดังกล่าวต่อไป จะนำไปดำเนินธุรกิจของตัวเองดูแลลูกค้า 2 จีที่ค้างอยู่ในระบบ 2.4 ล้านราย เป็นโอกาสทางธุรกิจมูลค่านับแสนล้านบาท

ข้อมูลของทีโอที ที่อ้างถึงมูลค่าธุรกิจอาจเป็นจริง ส่วนต้องใช้ระยะเวลานานเท่าไรไม่สามารถยืนยันได้ แต่หากมองย้อนผลการดำเนินธุรกิจของทีโอทีเฉพาะในส่วนของกิจการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จีที่บริหารคลื่น 1900 ที่มีสิทธิใช้ถึงปี 2568 ทีโอทีได้ให้บริการขายส่งขายต่อบริการโทรศัพท์มือถือ (เอ็มวีเอ็นโอ) เพื่อให้บริการ 3จี ทีโอที ทั่วประเทศ โดยรายงานล่าสุดระบุว่า มีลูกค้า 1 แสนราย มีค่าอาร์ปู้เฉลี่ย 75 บาทต่อเดือน ห่างไกลจากรายได้ที่คาดหวังไว้มากนัก คงไม่ต้องย้อนอดีตไปไกลถึงการให้บริการโทรศัพท์บ้าน หรือฟิกซ์ไลน์เมื่อ 20-30 ปีก่อนที่ผู้ใช้บริการต้องรอคอยการติดตั้งเลขหมายนานหลายปี ต้องวางเงินค้ำประกันหลายหมื่นบาทต่อเลขหมาย

ส่วนการประมูล 4จีของ กสทช. คาดว่าจะได้เงินรายได้เข้ารัฐประมาณ 73,000 ล้านบาท รวมถึงมีเงินหมุนเวียนในระบบจากผู้ให้บริการลงทุนขยายโครงข่ายเพื่อให้บริการประมาณ 160,000 ล้านบาทภายใน 1-2 ปี โดยเปรียบเทียบกับการลงทุน 3จี คลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ที่ผ่านมา เอกชนผู้ชนะประมูลจะเป็นผู้ลงทุน และจัดวางระบบให้บริการภายใต้เงื่อนไขการกำกับดูแลของ กสทช. ซึ่งแม้ที่ผ่านมาจะมีเสียงบ่น ติ ว่า บ้าง ถึงประสิทธิภาพเครือข่าย โทรไม่ติด สายหลุดบ่อย ค่าบริการราคาสูง แต่ก็ยังดีที่มีใช้อย่างทั่วถึงมากขึ้น และบ่น ว่า ติเตียนการทำงานได้ ธุรกิจมีการแข่งขันบ้าง ประชาชนผู้ใช้บริการหากไม่พอใจบริการของรายใดก็ย้ายไปใช้บริการของอีกรายได้ไม่ต้องจมอยู่กับระบบผูกขาด ไร้ทางเลือก การพัฒนาประเทศ การพัฒนาเทคโนโลยีควรก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่ถอยหลังย้อนกลับสู่อดีตที่จ่อมจมอยู่กลางวังวนแห่งความมืดมิด