วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมื่อผีเสื้อขยับปีก

มนุษย์คิดเสมอว่า ตนเองเข้าใจและหยั่งรู้ทุกอย่าง แท้จริงแล้วเราเพียงคิดไปเองว่าเรารู้ โลกยิ่งก้าวหน้า

 มนุษย์กลับเข้าใจเรื่องราวน้อยลง

ฤดูหนาว 1961  ดร.เอ็ดวาร์ด โลเรนซ์ (Edward Lorenz : 23 พฤษภา 1917-16 เมษา 2008)  นักอุตุนิยมวิทยา (Meteorologist) ชาวอเมริกัน แห่งภาควิชาอุตุนิยมวิทยาของ M.I.T.  รันแบบจำลองสภาพอากาศจากคอมพิวเตอร์ วันหนึ่งเขาต้องการรันต่อจากครั้งก่อน แต่ไม่ต้องการนับหนึ่งใหม่ จึงเริ่มที่กลางกระบวนการ โดยใส่ตัวเลขที่เสร็จจากครั้งก่อนเข้าไป

คอมพิวเตอร์เครื่องเดิม  แบบจำลองเหมือนเดิม ดร.โลเรนซ์เพียงใส่ค่าเริ่มต้นที่ 0.506  แทนที่จะเป็น 0.506127 ผลลัพธ์ที่ได้กลับแตกต่างกันมาก เขาคิดว่าเครื่องคำนวณผิดพลาด แต่แล้วฉุกคิดว่า อาจเป็นผลจากการใส่ค่าเริ่มต้น จากทศนิยม 6 เหลือแค่ 3 ตำแหน่ง ความต่างนี้น้อยกว่า 0.1% เสียอีก แต่มันกลับเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์อย่างสิ้นเชิง

แม้โมเดลจะง่ายๆ ไม่ซับซ้อน  แต่การที่ผลลัพธ์แตกต่างกันมากเช่นนี้ ทำให้ ดร.โลเรนซ์ตระหนักว่า  การทำนายสภาพอากาศให้ถูกต้องนั้นยากเย็นเพียงใด คำทำนายที่ถูกต้องไม่เพียงต้องการโมเดลที่ถูกต้อง แต่รวมถึงความรู้ที่สมบูรณ์เกี่ยวกับลม อุณหภูมิ ความชื้น และเงื่อนไขอื่นๆ รอบโลกในขณะนั้น การเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ สามารถนำไปสู่สภาพอากาศที่ต่างไปอย่างสมบูรณ์

ปี 1963 ดร.โลเรนซ์สรุปการค้นพบของเขาเป็นทฤษฎีใน “Deterministic Nonperiodic Flow”  ซึ่งถือเป็นงานชั้นครูในวงการที่อธิบายว่า เหตุใดสภาพอากาศจึงไม่สามารถทำนายได้ (การทำนายล่วงหน้าเกินกว่า 1 สัปดาห์ จะไม่ให้ค่าความถูกต้องที่เพียงพอ) แต่รายงานนี้กลับส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อวงวิชาการอื่นในทศวรรษต่อมา

การค้นพบของ ดร.โลเรนซ์ กลายเป็นหลักการพื้นฐานของทฤษฎีไร้ระเบียบ (Chaos Theory) ที่พัฒนาไปอย่างมากช่วงทศวรรษ 70-80 ในอุตุนิยมวิทยา ธรณีวิทยา ชีววิทยา ฯลฯ

ในงานประชุมของ American Association for the Advancement of Science ปี 1972  ดร.โลเรนซ์ได้ขึ้นพูดในหัวข้อ “Predictability : Does the Flap of a Butterfly’s Wings in Brazil Set Off a Tornado in Texas ?”  มันคือความคิดรวบยอดของทฤษฎีไร้ระเบียบ ที่เรียกกันว่า “ผลกระทบผีเสื้อ (Butterfly Effect)”

ผีเสื้อขยับปีกในบราซิล ก่อเกิดทอร์นาโดในเท็กซัสจริงหรือ ? ประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่า ผีเสื้อคือ “สาเหตุ” แห่งการเกิดทอร์นาโด อย่างที่เข้าใจกันผิดพลาด ผีเสื้อขยับปีกก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่น้อยมากๆ ในบรรยากาศ แต่กลับส่งผลให้ทอร์นาโดเปลี่ยนเส้นทาง-ล่าช้า-เร่ง-หรือป้องกันไม่ให้เกิดต่างหาก

ในทฤษฎีไร้ระเบียบ ผีเสื้อหมายถึงเงื่อนไขเบื้องต้นที่ละเอียดอ่อนมากๆ ที่แม้เปลี่ยนแปลงเพียงนิดเดียว ก็อาจก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่มาก แต่แน่นอน ต้องมีเงื่อนไขอื่นที่จำเป็นดำรงอยู่ด้วย ผีเสื้อล้านตัวต่อให้ขยับปีกพร้อมกัน แต่ถ้าไม่มีเงื่อนไขของการเกิดทอร์นาโดอย่างสมบูรณ์อยู่ มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

ผลกระทบผีเสื้อเกิดขึ้นได้ในระบบที่ซับซ้อน (Complex system) ที่สามารถเปลี่ยนแปลงแบบ “ไม่เป็นเส้นตรง (Nonlinear)” สภาพอากาศคือระบบที่ซับซ้อนหนึ่ง ไม่ใช่แค่นั้น สภาพสังคม ตลาดเงินตลาดทุน จักรวาล ร่างกายมนุษย์ ฯลฯ ต่างก็เป็นระบบที่ซับซ้อนทั้งสิ้น

ลองคิดถึงวิกฤติต้มยำกุ้งปี 40 ไม่ใช่แค่ธนาคารแห่งประเทศไทยลอยตัวค่าเงินบาท ก็ทำให้เกิดวิกฤติไปทั่วเอเซีย มันมีเงื่อนไขอื่นๆ พร้อมมูลอยู่แล้ว ปรากฏการณ์ Arab Spring ก็เช่นเดียวกัน การที่พ่อค้าเร่คนหนึ่งเผาตัวเองเพื่อประท้วงตำรวจในตูนิเซีย จะก่อให้เกิดกระแสลุกฮือขึ้นประท้วง-ต่อต้าน-ล้มล้างรัฐบาลอาหรับหลายประเทศได้หรือ ถ้าไม่มีเงื่อนไขอื่นๆ ดำรงอยู่ด้วย? พ่อค้าเร่คนนั้นก็คือผีเสื้อที่ขยับปีก ในจังหวะเวลาที่เงื่อนไขต่างๆ สมบูรณ์พร้อมที่สุดต่างหาก

การสิ้นอำนาจของรัฐบาลยิ่งลักษณ์และปฏิวัติ 57 ก็ไม่แตกต่างกัน การเกิดมวลมหาประชาชนนับล้านเป็นเรื่องบังเอิญไม่ได้ เงื่อนไขต่างๆ เกิดขึ้นและสะสมอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การปฏิวัติในที่สุด ถ้ามองมุมโหราศาสตร์ยิ่งเห็นภาพชัดเจน 

เสาร์ตุลย์ที่เล็งลัคน์ดวงเมือง ไม่ได้ทำให้ดวงเมืองแตก (อย่างที่หมอดูจำนวนมากว่าไว้) แต่ทำให้นักการเมืองเหลิงอำนาจ (เสาร์อุจจ์-เข้มแข็ง) จนคุกคามต่อความรู้สึกประชาชน และความเป็นไปของบ้านเมือง (เล็งลัคน์) นี่คือเงื่อนไขสำคัญ ขณะที่มวลมหาประชาชนนับล้านเกิดจาก Grand Cross ของอังคาร-พฤหัส-มฤตยู-พลูโตในกลุ่มทวิสภาวะราศี และผีเสื้อที่ขยับปีกคืออังคาร (ทหาร) ที่วิกลคติเสริด เมื่อ 20 พฤษภา 57 (อ่าน “กว่าจะถึง คสช.” ที่ http://bit.ly/1APynPG)

เรามาดูเฮอร์ริเคนในอเมริกาบ้าง 23 สิงหา 2005  พายุโซนร้อนก่อตัวทางตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่เกาะบาฮามา มุ่งหน้าสู่ฟลอริดา และกลายเป็นเฮอร์ริเคนเช้าวันที่ 25  เมื่อเข้าอ่าวเม็กซิโกวันที่ 27 มันทวีความรุนแรงเป็น “เฮอร์ริเคน แคทรีน่า (Hurricane Katrina)” ที่แรงสุดระดับ 5 ด้วยความเร็ว 280 กม./ชม. แคทรีนาขึ้นฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของหลุยส์เซียนาวันที่ 29 ด้วยความเร็ว 200 กม./ชม. และสลายตัวไปในวันที่ 31 สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจถึง 108,000 ล้านดอลลาร์

เฮอร์ริเคน แคทรีนา ขึ้นฝั่งใกล้เมือง Buras-Triumph ในรัฐหลุยส์เซียนา ที่พิกัดภูมิศาสตร์ 29 องศา 21 ลิปดาเหนือ 89 องศา 31 ลิปดาตะวันตก เมื่อ 29 สิงหาคม 2005 เวลา 6:10 น.

ผูกดวงได้ลัคนาราศีสิงห์ ที่ 6 องศา 14 ลิปดา ทศมลัคน์ (MC) อยู่ราศีพฤษภ ที่ 4 องศา 4 ลิปดา  ตำแหน่งดาวอื่นๆ คือ อาทิตย์สิงห์ พฤหัสศุกร์กันย์ พลูโตพิจิก เนปจูนมังกร มฤตยูกุมภ์ ราหูอยู่มีน อังคารเมษ  จันทร์เมถุน พุธเสาร์กรกฎ

จุดเด่นที่สุดคือ อาทิตย์เล็งมฤตยูสนิท เกิดเป็น “มฤตยูเพ็ญ” ที่มีกำลังแรง มฤตยูคือพายุ  กุมภ์เป็นราศีธาตุลม ทั้งคู่กุม-เล็งลัคนาใกล้ชิด หมายถึงเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพายุที่รุนแรงมาก

T-square ของอังคาร-เสาร์-เนปจูน คือปัจจัยสำคัญมาก ทั้ง 3 เป็นบาปเคราะห์ เมื่อเข้ารูปเช่นนี้มีแต่ให้โทษหนัก อังคารทำมุม 90 กับเนปจูนสนิท บอกถึงลมแรง-ภัยจากน้ำ อังคาร-เสาร์ เป็นเกณฑ์และสลับนิจจ์กัน หมายถึงอุบัติเหตุ-เภทภัยอันตราย เสาร์-เนปจูน คือการทำลายล้าง ทั้ง 3 อยู่ในภพที่ 6, 9, 12 ชี้ถึงความสูญเสียมากมาย 

จุดที่น่าสนใจคือ เสาร์ทำมุม 150 กับมฤตยู เป็นการเชื่อมพลังงานของ T-square เข้ากับมฤตยูเพ็ญ เฮอร์ริเคน แคทรีนาจึงมีพลังมหาศาล รุนแรงถึงระดับสูงสุด

ยังมี Grand Trine ของเสาร์-ราหู-พลูโตในกลุ่มราศีธาตุน้ำ บอกถึงภัยธรรมชาติที่รุนแรงมากเกี่ยวกับน้ำ พลูโตเกาะนวางค์ขาด เป็นเภทภัยที่ร้ายแรง พลูโตยังได้มุม 150 จากอังคาร เป็นอุบัติภัยที่ไม่คาดหมาย และร้ายแรงมาก ที่น่าสังเกตคือ เสาร์เป็นตัวเชื่อม Grand Trine นี้อีกครั้ง

อีกจุดสำคัญคือ พฤหัส-ดาวเจ้าเรือน 8 (มรณะ) เป็นปรเกษตร์ อ่อนแอ-ให้โทษ ได้เกณฑ์ 3 จากเสาร์และถูกราหูเล็งสนิท ยืนยันถึงความสูญเสียมากมายมหาศาลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

มนุษย์-โลก-ดวงดาวคือระบบที่ซับซ้อน โหราศาสตร์คือมรดกทางปัญญาของมนุษยชาติ ที่ศึกษาและทำความเข้าใจความซับซ้อนนั้น