วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เศรษฐกิจไทยจะหดตัวเพราะธุรกิจดิจิทัล

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สำหรับบทความ "ปี 2020 ธุรกิจไทยจะไร้ที่ยืน หากไม่ปรับตัววันนี้ และตอนนี้.!"

ซึ่งได้สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำที่ยากจะหวนกลับ ระหว่างธุรกิจไทยและธุรกิจต่างชาติ ในระบบเศรษฐกิจแห่งยุคดิจิทัล หากไม่มีการวางแผนที่จะปรับปรุงตัว จนกระทั่งธุรกิจไทย อาจไร้ที่ยืน ภายในปี 2020

ธุรกิจดิจิทัล เป็นธุรกิจไร้พรมแดน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโซเชียล มีเดีย หรืออีคอมเมิร์ซ สามารถให้บริการได้จากทุกที่ในโลก การแข่งขันในยุคดิจิทัล ไม่มีกำแพงของประเทศชาติและเป็นการแข่งขันอย่างปลาใหญ่กินปลาเล็ก หรือการแข่งขันอย่างใครมือยาวสาวได้สาวเอา ในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ที่เรียกว่าโกลบอลไลเซชัน

การเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัลเกือบทุกกรณี จึงเป็นการเสียดุลทางการค้า เมื่อผู้บริโภคส่วนใหญ่ของไทย นิยมบริโภคบริการแห่งโลกดิจิทัลจากต่างประเทศ โดยเริ่มต้นจากบริการจากสหรัฐ ได้แก่ Google Facebook YouTube ฯลฯ ซึ่งนับวันการเสียดุลทางการค้าจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ และยากจะหวนกลับ เมื่อผู้บริโภคในประเทศไทย ได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาบริโภคบริการในโลกดิจิทัลมากขึ้น

ภายใต้การแข่งขันอย่างปลาใหญ่กินปลาเล็กและใครมือยาวสาวได้สาวเอา ธุรกิจดิจิทัลของไทยจึงไม่สามารถแข่งขันกับธุรกิจต่างประเทศได้และอาจไม่มีแม้แต่ที่ยืนในอนาคตอันใกล้

แต่ที่จำเป็นต้องขยายความ ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีก เป็นเพราะธุรกิจดิจิทัล ไม่ใช่สิ่งที่ไกลตัวอีกต่อไปแล้วและในที่สุดจะมาแทนที่ธุรกิจแบบดั้งเดิมเกือบทั้งหมด และจะต้องส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างแน่นอน เพราะห่วงโซ่อุปทาน เกือบทั้งหมด ที่เป็นเลือดเนื้อของธุรกิจไทย จะถูกส่งไปอยู่ต่างประเทศ ที่ไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีไทยหรือกระทั่งต้องมีการจ้างงานในประเทศไทย

ตัวอย่างของ adidas.co.th บริการอีคอมเมิร์ซของ Adidas สำหรับให้บริการในประเทศไทย ถึงแม้ว่าบริการและเว็บไซต์จะจดทะเบียนในประเทศไทยและราคาสินค้าได้ถูกคำนวณเป็นเงินบาท แต่เมื่อผู้เขียนทำการสั่งสินค้าจึงได้ค้นพบว่าสินค้าถูกจัดส่งมาจากประเทศสิงคโปร์ เช่นเดียวกับธุรกิจชั้นนำในยุคดิจิทัล Adidas ได้อาศัยความไร้ซึ่งพรมแดนของยุคดิจิทัลและให้บริการเข้ามาในประเทศไทย โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศไทย

สิ่งที่ควรสังเกตคือธุรกิจในยุคดิจิทัลเหล่านี้ ไม่ได้ให้บริการโดยอาศัยห่วงโซ่อุปทานภายในสหรัฐหรือยุโรปทั้งหมด ยุทธการโกลบอลไลเซชันของธุรกิจเหล่านี้ เป็นการอาศัยห่วงโซ่อุปทานของประเทศที่มีความพร้อมของภูมิภาคต่างๆ สำหรับอาเซียนแล้ว สิงคโปร์ย่อมเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค ในสายตาของธุรกิจชั้นนำในยุคดิจิทัลเหล่านี้

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ Adidas ใช้สิงคโปร์ เป็นฐานเพื่อให้บริการอีคอมเมอร์ซเข้ามาในประเทศไทยและการใช้ห่วงโซ่อุปทานของประเทศสิงคโปร์ ย่อมต้องหมายถึงเงินของคนไทยที่รั่วไหลเข้าไปสู่ระบบเศรษฐกิจของสิงคโปร์ และ Adidas ย่อมไม่ได้ใช้สิงคโปร์ เป็นฐานเพื่อให้บริการในประเทศไทยเท่านั้น แต่ย่อมหวังผลสู่การให้บริการอีคอมเมอร์ซในประเทศอื่นๆ ของอาเซียน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจ สำหรับประเทศที่มีประชากรเพียง 5 ล้านคน แต่สามารถเป็นศูนย์กลางของตลาดอาเซียนที่มีประชากรกว่า 600 ล้านคน

ในระยะยาวจะทำให้ขนาดของระบบเศรษฐกิจของไทย ที่วัดผลได้ด้วยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) จะมีการหดตัวหรือไม่ เป็นสิ่งที่สมควรติดตาม เพราะการเสียดุลทางการค้า จากการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัล เป็นการเพิ่มการนำเข้าอย่างที่เรียกได้ว่า โอนให้เขาไปทั้งห่วงโซ่อุปทาน

อย่างไรก็ดีความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ หรือกระทั่งความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ ย่อมไม่ได้หมายความว่า ประชากรทุกคนจะต้องมีความสุข และอาจไม่ใช่เป้าหมายที่สำคัญที่สุดสำหรับประชากรจำนวนมากของประเทศ

แต่การถูกที่ครอบงำจนไร้ซึ่งที่ยืนสำหรับธุรกิจไทย ย่อมต้องส่งผลต่อความสุขโดยรวมของประชากรไม่มากก็น้อย