วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขาใหญ่..วิ่งพล่าน ล้มสอบปล่อยกู้ไอแบงก์ ผวาซ้ำรอย‘กรุงไทย’

หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้มีคำพิพากษาเมื่อ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา

 คดีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หมายเลขดำ อม.3/2555  อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี, ร.ท.สุชาย เชาว์วิศิษฐ อดีตประธานกรรมการบริหารธนาคารกรุงไทย, นายวิโรจน์ นวลแข อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย, กรรมการบริหาร, คณะกรรมการสินเชื่อ, เจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทในเครือกฤษดามหานคร

 และ 3 บริษัทในเครือกฤษดามหานคร เป็นจำเลยที่ 1-27 ในความผิดฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, ความผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงาน ในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502, ความผิด พ.ร.บ.การธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505, ความผิด พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และ ความผิด พ.ร.บ.บริษัท มหาชน จำกัด พ.ศ. 2535

ศาลพิพากษาให้จำคุก ร.ท.สุชาย, นายวิโรจน์, นายมัฌชิมา และ นายไพโรจน์ รัตนะโสภา จำเลยที่2-4 และ 12 คนละ 18 ปี ตามความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 4 ซึ่งเป็นบทหนักสุด ส่วนจำเลยที่ 5,8-11,13-17 ซึ่งเป็นพนักงานของธนาคารกรุงไทย ผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 4 จำคุกจำเลยทั้ง 10 คนละ 12 ปี 

จากคดีข้างต้นอาจเป็นบทเรียนสำคัญ กับการปล่อยสินเชื่อของแบงก์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี การกล่าวอ้างหรือใช้อำนาจในทางที่ผิดๆ แลกกับการได้มาซึ่งสินเชื่อของแบงก์คงไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป 

คดีของแบงก์กรุงไทยน่าจะเป็น “บทเรียนอันล้ำค่า” คดีหนึ่งที่ทุกฝ่ายต้อง “ไม่ก้มหน้า เพียงแค่หวังอามิสสินจ้าง”

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแบงก์กรุงไทย กำลังสร้างปรากฏการณ์“ขนหัวลุก”ให้กับอดีตผู้บริหาร“ธนาคารอิสลาม”หรือไอแบงก์ ในยุคที่เฟื่องฟู หน้าใหญ่ ปล่อยสินเชื่อให้เพื่อนพ้อง น้องพี่ ร่วม 40,000 ล้านบาท กลายเป็นหนี้สินที่ยังตามไล่ล่าอยู่ 

ที่แปลกประหลาดไปกว่านี้ กระบวนการปล่อยสินเชื่อมีการ “เล่นแร่แปรธาตุ” อยู่ไม่น้อย เรียกว่าทำกันเป็นกระบวนการ ส่วนใครจะเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหนเจ้าตัวและผู้เกี่ยวข้องเท่านั้นที่รู้ดี  

ทันทีที่ ชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ถูกดึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหาและฟื้นฟูองค์กรแห่งนี้ เพื่อให้เดินต่อไปได้ แต่สิ่งที่ถูกฝากมาให้จัดการมีอยู่ 2 ประเด็นหลักๆ นั่นคือ หาผู้กระทำผิดที่ทำให้แบงก์เกิดความเสียหาย 

ประเด็นถัดมา การฟื้นฟูองค์กรให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ พร้อมๆกับหาผู้ร่วมทุน เรื่องนี้ ชัยวัฒน์ มีความถนัด และเชี่ยวชาญในฐานะนายแบงก์เก่า ที่คร่ำหวอดมานาน 

ส่วนการสอบสวนหาผู้กระทำผิดงานนี้ ชัยวัฒน์ ไม่ถนัดและไม่เชี่ยวชาญพอ  จำเป็นต้องตั้งกรรมการดึงผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบเป็นการเฉพาะ เรื่องนี้ได้ดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว คณะกรรมการตรวจสอบ คงมองเห็นแล้วว่าใคร? คือผู้เกี่ยวข้องที่ทำให้แบงก์เสียหาย 

ว่ากันว่าผลจากการสอบสวนพบ “ขาใหญ่” และลูกทีม “ระดับผู้อำนวยการมือขวาทำงานด้านสินเชื่อ” ปรากฏหลักฐานการปล่อยสินเชื่อมีมูลไม่สุจริต กำลัง ถูกสอบวินัยอยู่มีหวังถูก“ให้ออก” 

ที่สำคัญไปกว่านี้ คดีนี้ถูกส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบสวนต่อ เพื่อดูเส้นทางเงินและบุคคลที่เกี่ยวข้อง  กับกระบวนการปล่อยสินเชื่อที่อาจจะเข้าข่ายแบบ “คดีกรุงไทย”... ซะอย่างนั้น แถมมีหลายราย ที่ปล่อยกู้แบบพรรคพวก  

อาจเป็นเพราะการไล่ล่าหาผู้ที่ทำให้แบงก์ได้รับความเสียหาย ทำเอา ชัยวัฒน์ และรักษาการผู้จัดการไอแบงก์ มีมือดีส่งข้อความ ข่มขู่ สารพัด อ้างตัวใกล้ผู้ใหญ่ในรัฐบาล 

จริงๆเรื่องนี้ไม่ต้องวิเคราะห์ให้เปลืองสมองถ้า “ขาใหญ่” คนนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ทำให้แบงก์เสียหาย ไม่เห็นต้องเดือดร้อน ตรงกันข้ามกลับ “มีอาการทุรนทุราย กินไม่ได้นอนไม่หลับ วิ่งพล่าน ยืมมือคนนั้นคนนี้ ล็อบบี้ให้หยุดขุดคุ้ยซะอย่างนั้น” 

แถมส่งสัญญาณข่มขู่จะฟ้องร้อง ชัยวัฒน์ ทั่วประเทศ อ้างใช้ทนายความพรรคการเมืองใหญ่เสียด้วย  

มาถึงตรงนี้แล้วบอกได้เลย “ยาก” แก่การร้องขอหรือล้มการตรวจสอบ เพราะกระบวนการไปไกลแล้ว ตอนนี้มีหลายรายถูกส่งไปยังป.ป.ช. เช่นเดียวกับ “ลูกหนี้ขาใหญ่มีหนี้เสียกว่าพันล้านที่จังหวัดระยอง” ตอนนี้ตั้งแท่นรอสอบต่ออยู่ที่ป.ป.ช.แล้ว 

 ยังมีลูกหนี้อีก 6-7 รายถูกส่งไปยังคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก่อนที่จะส่งไปให้ป.ป.ช.เชือด  ฉะนั้น“ขาใหญ่”ที่ชอบอ้างตัวสนิทสนมกับผู้ใหญ่ในรัฐบาล อาจจะไม่ใช่ของแท้เสียแล้ว

 เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ในรัฐบาลเวลานี้ ต้องไม่หูเบา ไม่ฟังเสียงล็อบบี้ เพื่อหยุดยั้งการหาผู้กระทำผิด สร้างความเสียหายให้กับไอแบงก์ เป็นอันขาด!!!