ผู้บริหารธุรกิจในปัจจุบันที่ต้องการก้าวให้ทันกับเศรษฐกิจในยุคดิจิตอล ควรทำความเข้าใจถึงความสัมพันธ์ของ เทคโนโลยีฐาน การตลาดและนวัตกรรม
เมื่อพูดถึงการทำธุรกิจในยุคนี้คงหนีไม่พ้นเทคโนโลยีดิจิตอล ที่มีบทบาทสำคัญและเกือบจะกลายเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้ ถ้าเราต้องการก้าวข้ามข้อจำกัดใดๆทั้งปวง และเพิ่มแต้มต่อในการแข่งขันทางธุรกิจ หรือนโยบายใหม่ของรัฐบาลในหลายประเทศที่เราเริ่มจะคุ้นชินและได้ยินกันบ่อยขึ้นว่า เศรษฐกิจดิจิตอล (Digital Economy) จริงแท้แล้วมันคืออะไร เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับการทำธุรกิจในแง่มุมไหน ช่วยขับเคลื่อนหรือยกระดับความสามารถการแข่งขันของประเทศอย่างไร คำสามคำที่เชื่อมโยงกันนี้ แพลทฟอร์ม ตลาด และนวัตกรรม เป็นสามสิ่งที่เชื่อมโยงกันอย่างแยกจากกันไม่ออก
ความแตกต่างของการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ไปใช้ในทางธุรกิจและการตลาด ได้แก่ ระบบปิด (Closed system) และระบบเปิด (Open system) ถ้าในยุคคอมพิวเตอร์เมื่อนึกถึงตัวอย่างของเทคโนโลยีระบบปิดที่ยิ่งใหญ่ ผู้อ่านคงนึกถึงระบบปฏิบัติการวินโดวส์ของไมโครซอฟท์ ที่ทุกคนต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์การใช้งาน ในขณะเดียวกันช่วงหลังก็มีความพยายามที่จะนำเสนอซอฟท์แวร์และระบบปฏิบัติการที่เกิดจากความร่วมมือของนักพัฒนาเทคโนโลยีจากหลากหลายทั่วโลก ที่ใครๆก็สามารถเข้าถึงและใช้งานได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เป็นที่มาของสิ่งที่เรียกว่า Open Source
ในอุตสาหกรรมอุปกรณ์เคลื่อนที่ เทคโนโลยีที่เป็นระบบปิดที่มีผู้ใช้งานมากมายทั่วโลก ปัจจุบันคงนึกถึงใครไม่ได้นอกจาก iOS ของแอปเปิล แต่ก็ไม่ได้ครอบครองตลาดเสียทั้งหมด หากแต่ระบบที่เปิดกว้างกว่าอย่าง Android ก็ถูกใจทั้งผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และผู้ใช้งานทั่วไปไม่น้อยเช่นกัน เป็นการแข่งขันทางธุรกิจและการตลาดที่ต้องพิสูจน์ผลงานกันอีกระยะหนึ่งว่าใครจะเป็นผู้ชนะที่แท้จริง ครอบครองส่วนแบ่งการตลาดได้มากที่สุด
เทคโนโลยีฐานรองรับ (Platform Technology) ที่เกื้อหนุนให้เกิดการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และกระบวนการ ซึ่งสนับสนุนการพัฒนามาตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน อนาคต มันก่อให้เกิดความสามารถในระยะยาวแก่สถาบันวิจัยและพัฒนา จะเห็นได้ว่ามันเป็นไปได้ว่ามันมีรูปแบบทางเทคโนโลยีหรือเชิงโครงสร้างจากผลิตภัณฑ์ต่างๆที่อุบัติขึ้นโดยไม่ต้องเริ่มต้นเทคโนโลยีหรือกระบวนการอะไรใหม่
ในด้านการคำนวณ ตัวอย่างเช่น ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ได้ทำหน้าที่เป็นฐานรองรับสำหรับระบบปฏิบัติการ ในขณะเดียวกันระบบปฏิบัติการก็เป็นฐานรองรับสำหรับซอฟท์แวร์โครงสร้างองค์กร ซึ่งซอฟท์แวร์โครงสร้างองค์กรก็เป็นฐานรองรับสำหรับซอฟท์แวร์ประยุกต์ คล้ายกับ ถนน สะพาน ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งที่ทำหน้าที่เป็นฐานรองรับสำหรับยานพาหนะภาคพื้นดินต่างๆ
เทคโนโลยีฐานรองรับด้านเภสัชกรรมช่วยต่อยอดงานวิจัยในอนาคตให้ง่ายขึ้น สมมติว่านักวิจัยสร้างสูตรการใช้ยาปริมาณใหม่ด้วยการใช้ยาที่มีอยู่ควบคู่กับสารเพิ่มปริมาณที่เหมาะสม แล้วสารเพิ่มปริมาณตัวเดียวกันนี้สามารถใช้กับนักวิจัยคนอื่นๆได้ด้วย โดยแค่เปลี่ยนส่วนผสมของสารออกฤทธิ์กับปริมาณการใช้ยาใหม่ที่เกิดขึ้น สิ่งนี้จะทำให้แน่ใจได้ว่าเวลาและเงินจะถูกใช้น้อยลงเพื่อให้ได้ความเข้มข้น ปริมาณ ชนิด และสิ่งอื่นๆจากสารเพิ่มปริมาณตามที่มุ่งหวังในที่สุด ดังนั้นความยุ่งยากวุ่นวายจะสามารถกำหนดได้จากการศึกษาที่สัมพันธ์กับยาออกฤทธิ์ ตัวอย่าง ถ้ายาหยอดตาใช้โพลิเมอร์เป็นสารเพิ่มปริมาณจนเกิดเป็นเทคโนโลยีฐานรองรับ นักวิจัยคนอื่นๆสามารถใช้โพลิเมอร์ที่เหมาะสมดังกล่าว โดยแค่เปลี่ยนสารออกฤทธิ์เท่านั้น ก็จะนำไปสู่สูตรของยาใหม่ ทำให้ใช้เวลาและเงินที่น้อยลงจากการเลือกสารเพิ่มปริมาณการรักษา ดังนั้นเทคโนโลยีฐานรองรับช่วยสร้างฐานที่ช่วยนักวิจัยในการสร้างสูตรการใช้ยาใหม่ๆ โดยไม่จำเป็นต้องไปเสียเวลาทำงานเพื่อหาสารเพิ่มปริมาณที่เหมาะสมอีก
ด้านยานยนต์เทคโนโลยีที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทำให้บริษัทสามารถผลิตและจำหน่ายยานยนต์มากมายหลายรุ่นที่อยู่บนแชสซีที่มีโครงสร้างร่วมกันแต่แตกต่างกันที่เครื่องยนต์การตกแต่งห้องโดยสารภายในและปัจจัยต่างๆไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ภายใต้แบรนด์เดียวกันหรือต่างแบรนด์ก็ตามเทคโนโลยีฐานรองรับช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการผลิตชิ้นส่วนและการประกอบย่อยที่น้อยลงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการออกแบบผลิตและจัดเก็บเป็นสินค้าคงคลังและพนักงานประกอบก็ไม่จำเป็นต้องได้รับการฝึกอบรมยุ่งยากมากมาย
ตัวอย่าง 10 เทคโนโลยีฐานที่น่าจับตามองของภาคธุรกิจ ซึ่งนำเสนอโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช ในงาน NSTDA Investors' Day เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา
1. IoT (Internet of Things)ทุกสิ่งเชื่อมต่อด้วยอินเทอร์เน็ต 2. Deep Learning and AI (Artificial Intelligence) ปัญญาประดิษฐ์ 3. Industry 4.0 อุตสาหกรรมยุคดิจิตัล 4. Super Battery แบตเตอรี่ความสามารถสูง 5. Brain Organoid (STEM Cell) อวัยวะเทียม 6. Artificial Photosynthesis การสังเคราะห์ทางเคมีด้วยเทคโนโลยีชาญฉลาด 7. Microbiome จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์และการดำรงชีวิต 8. Nanoparticle-based Diagnostic วินิจฉัยรักษาด้วยอนุภาคนาโน 9. 4D Printing ชิ้นงานจากเครื่องขึ้นรูป 3D ที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ในการใช้งาน 10. Smart Textile เส้นใยที่มีคุณสมบัติพิเศษ ปรับเปลี่ยนคุณสมบัติตามความต้องการใช้งาน
นี่เป็นตัวอย่างเล็กที่ผู้บริหารธุรกิจในปัจจุบันที่ต้องการก้าวให้ทันกับเศรษฐกิจในยุคดิจิตอล ควรศึกษาและทำความเข้าใจถึงความสัมพันธ์ของคำสามคำดังกล่าว คือ เทคโนโลยีฐาน การตลาด และนวัตกรรม เพราะถ้าไม่สามารถนำทั้งสามอย่างมาผสมผสานร่วมกันให้เกิดประโยชน์ในทางธุรกิจได้ ย่อมไม่สามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในยุคดิจิตอลได้อย่างแน่นอน









