วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซิ่งหนี กรธ.

ตอนแรกเข้าใจกันว่า ในวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา จะมีการประชุมร่วมระหว่าง “ครม.-คสช.” เพื่อหารือ

และเคาะรายชื่อ “กรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ” หรือ “กรธ.” ทั้ง 21 คน แต่ในที่สุดก็ไม่มีการประชุมร่วม ก็คงรอนายกฯกลับจากประชุมสหประชาชาติ ที่สหรัฐ หลังวันที่ 1 ต.ค.โน้นแหละ ถึงจะมีความชัดเจนเรื่อง กรธ.

+++ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกถึงการสรรหา กรธ. ว่า ได้สั่งการให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไปสรรหาบุคคลที่เหมาะสมมาเป็น กรธ. โดยไม่ใช่การตั้งขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวนายกฯ แต่ต้องทำเพื่อผลประโยชน์ชาติ และจุดมุ่งหมายไม่ใช่ผลลัพธ์ว่าการร่างรัฐธรรมนูญผ่านหรือไม่ผ่าน แต่ต้องทำให้ประเทศเข้มแข็ง

+++ ส่วนชื่อ “ประธาน กรธ.” ที่มีชื่อออกมาก่อนหน้านี้ ทั้ง นายมีชัย ฤชุพันธ์ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย คสช. นายอานันทน์ ปันยารชุน อดีตนายกฯ นั้น นายกฯ บอกว่า เป็นชื่อที่ถูกนำเสนอผ่านหนังสือพิมพ์ ส่วนตัวยังไม่ได้ตัดสินใจเลือก ซึ่งบุคคลที่ถูกคัดเลือกต้องยึดหลักทำเพื่อประเทศ

+++ พล.อ.ประยุทธ์ บอกด้วยว่า มีผู้เสนอชื่อกรธ.มา 20-30 คน ถือว่าน้อย เพราะไม่มีใครต้องการอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง ชื่อส่วนใหญ่เป็นนักกฎหมาย ไม่มีนักการเมือง

+++ ด้าน นายมีชัย ฤชพันธุ์ ได้ตอบคำถามของประชาชนผ่านเว็บไซต์มีชัยไทยแลนด์ดอทคอม เกี่ยวกับข่าวการได้รับการทาบทามให้เป็นประธาน กรธ.ว่า “กำลังนั่งดูอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ สื่อมวลชนถึงได้ลงข่าวกันเป็นตุเป็นตะได้ถึงขนาดนั้น” และมีผู้ถามถึงเหตุผลของการรับหรือไม่รับตำแหน่ง แต่นายมีชัย ตอบว่า "ให้ย้อนกลับไปดูคำตอบแรกที่เคยตอบไปแล้ว และว่า “การจะรับหรือไม่รับ ทำไมต้องให้เหตุผลด้วยล่ะ”

+++ “กรธ.” มีแต่คน “ส่ายหน้าหนี” ผิดกับ “สภาขับเคลื่อนปฏิรูป” ที่มีแต่คน “วิ่งฝุ่นตลบ”

+++ ในที่สุด พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร. ก็ได้รับการ “ปลอบใจ” ที่ต้องพาดหวังจาก “เก้าอี้ผบ.ตร.” ด้วยเก้าอี้ “ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี”

+++ พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงถึงเหตุผลการแต่งตั้ง พล.ต.อ.เอก เป็นปลัดสำนักนายกฯ ว่า เป็นการหมุนเวียนปกติ ซึ่งสามารถทำหน้าที่ได้อยู่แล้ว ข้าราชการระดับผู้บริหารนั้นสามารถบริหารได้หมด เพราะฉะนั้นใช้ในการบริหารและขับเคลื่อนงาน ไม่อย่างนั้นตนจะมายืนตรงนี้ได้หรือ

+++ ปิดท้ายที่ความเดือนร้อนของประชาชน นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บอกว่า ภาวะฝนตกหนัก จากอิทธิพลของพายุหว่ามก๋อ ขณะนี้ยังคงมีสถานการณ์อุทกภัย 7 จังหวัด ได้แก่ จ.สระแก้ว สุราษฎร์ธานี ปราจีนบุรี พังงา ระยอง จันทบุรี และสุพรรณบุรี รวม 28 อำเภอ 96 ตำบล 441 หมู่บ้าน สถานการณ์ในภาพรวม ฝนหยุดตกและระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตรบางพื้นที่ หากไม่มีฝนตกลงมา คาดว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติใน 2-3 วันนี้

 ............................

แหลมเชิงดอย : [email protected]