การประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกเมื่อ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่เข้ามาทำงานแบบกันเอง พร้อมกับคาดหวังให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่สานต่องานเก่าได้ ทำงานในส่วนที่เป็นการวางรากฐานเศรษฐกิจ
พร้อมกันนี้ได้ขอให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ให้ความสำคัญกับการทำงานต่างๆในช่วงระยะเวลาที่รัฐบาลนี้อยู่ในหน้าที่ อย่างน้อยที่สุดภายในเดือนกันยายน 2559 หรือภายใน 1 ปีงบประมาณ มีงานอะไรที่ออกมาเป็นรูปธรรมได้บ้างต้องให้กำหนดแผนงานที่ชัดเจน และรายงานความคืบหน้าเป็นระยะๆ ทุก1 เดือน และ 3 เดือน
เรื่องเร่งด่วนต้องการเห็นการแก้ปัญหาระดับรากหญ้า ช่วยเหลือผู้ที่มีรายได้น้อย ให้มีกำลังใช้จ่ายมากขึ้นให้เกิดการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจ ต้องการเห็นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมภายใน3 เดือนต่อจากนี้
นายกฯประยุทธ์ ยังบอกชัดเจน“เวลาสำหรับฮันนีมูน ของคณะรัฐมนตรีชุดนี้คงไม่มีแล้ว”ต้องทำงานลงรายละเอียด 3 เดือนต้องเห็นผลที่ดีขึ้น ตอนนี้มีหลายภาคส่วนตั้งความหวังกับทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ ที่จะช่วยแก้ปัญหาต่างๆได้ ไม่ใช่การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเดียว แต่เป็นการแก้ปัญหาการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนให้มีเงินหมุนเวียนในระบบมากขึ้น ยังมีอีกมากมายที่นายกฯประยุทธ์ ต้องการให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ เร่งดำเนินการ
ความคาดหวังของนายกฯประยุทธ์กับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ คงไม่ต่างอะไรกับความคาดหวังของประชาชนอย่างเราๆ ที่ต้องการเห็นการแก้ปัญหาบ้านเมืองเวลานี้
ไล่เรียงทีมเศรษฐกิจชุดนี้ที่มีหัวเรือใหญ่อย่าง “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ อาจจะเรียกได้ว่า“สมคิดคอนเนกชั่น”ก็เพราะรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่หยิบยกมารอบนี้ ล้วนเป็นคนใกล้ชิดหรือดรีมทีมมาก่อนทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น“อภิรดี ตันตราภรณ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์“สุวิทย์ เมษินทรีย์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์“อุตตม สาวนายน” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที)บุคคลเหล่านี้เรียกว่าเคยร่วมงานมาทั้งสิ้นทั้งในส่วนของนักวิชาการ นักคิด นักเขียน ที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
เช่นเดียวกับ“อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถือเป็นคนสำคัญของสมคิดอีกคนหนึ่ง
ส่วน“อรรชกา สีบุญเรือง”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้ที่สมคิดไว้วางใจในการทำงานมาตลอดตั้งแต่สมัยที่เป็นเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เมื่อครั้งที่สมคิดนั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีสมัยนั้น
ขณะที่“ดอน ปรมัตถ์วินัย”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้ที่ถูกผลักดันขึ้นมาเช่นกัน รวมไปถึง “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ”รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
ไม่แปลกหากจะพูดว่าทีมเศรษฐกิจชุดนี้เป็น“ดรีมทีม”ที่ถูกผลักดันจากสมคิดโดยตรง เพื่อต้องการให้การบริหารงานไปในทิศทางเดียวกัน จะได้เกิดปัญหาคนละพรรคคนละขั้วที่อาจจะทำให้การบริหารงานหรือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจไปคนละทิศคนละทางกับภาวะที่เป็นอยู่อย่างนี้
ช่วงที่ผ่านมาสมคิด น่าจะเห็นจุดอ่อนจุดแข็งของปัญหาที่เกิดขึ้นในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของคสช.มาก่อนอยู่แล้ว แถมนั่งเคียงข้างการประชุมร่วมกับนายกฯประยุทธ์ มาก่อนหน้านี้ แต่อาจจะเสียงไม่ดังพอ เพราะเป็นเพียงแค่“ที่ปรึกษา”เท่านั้น
วันนี้ถึงเวลาแล้วที่“ดรีมทีมสมคิด”ต้องใช้พลังความสามารถเฉพาะตัวในการบริหารจัดการ หรือแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบ“สมคิดคอนเนกชั่น”
แต่คราวนี้ อาจจะต่างกันตรงที่ทั้งหมด“ไม่ใช่ดรีมทีมนักคิดนักเขียน”แต่ทั้งหมดได้กลายเป็น“ดรีมทีมที่ต้องบริหารงานเอง”จึงมีความต่างอยู่ไม่น้อยผลที่เกิดขึ้นคือบทพิสูจน์นั่นเอง..
ยังไงต้องเอาใจช่วยให้ทีมเศรษฐกิจชุดนี้ ฝ่าฟันและแก้ปัญหาเศรษฐกิจเพื่อประเทศชาติ






