ครม. ชุดใหม่ของนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชาจะเรียกว่าเป็น “คณะรัฐมนตรีดรีมทีม” คงไม่ได้
เพราะคนดีคนเก่งที่ควรจะมาผนึกกำลังกันผลักดันเรื่อง “ยกเครื่อง” ประเทศนั้นยังมีอีกมาก แต่ก็เข้าใจได้ว่าเมื่อข้อพิจารณาหลักในยามนี้คือ “คนกันเองที่ไว้ใจได้” สำหรับภารกิจเฉพาะหน้าเช่นนี้ ก็ต้องใช้บริการของทีมเศรษฐกิจภายใต้การนำของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ที่จ่อรอจังหวะปรับจาก “บุ๋น” มาเป็น “บู๊” เสียที
ความคาดหวังต่อ ครม. ชุดใหม่จึงมีค่อนข้างสูง โดยเฉพาะหากมีการเปรียบเทียบผลงาน ระหว่างทีมใหม่กับทีมเก่าภายใต้การนำของ ม.ร.ว. ปรีดิยาธร เทวกุลซึ่งก็ได้ปูพื้นเอาไว้หลายเรื่องที่สมควรจะต้องเดินต่อ
ครม. ชุดใหม่มีเวลาน้อย แต่งานหนักมาก ไม่มีคำถามว่าส่วนใหญ่เป็น “คนเก่ง” ด้านแนวคิดและวิสัยทัศน์ ประเด็นจึงอยู่ที่จะสามารถจะจัดลำดับความสำคัญของงานให้ชัดเจนอย่างไร
ผมเห็นด้วยกับ ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล สมาชิก สปช. และนายแบ็งก์คนเก่งอีกคนหนึ่งที่พูดใน “วิทยุจุฬา” เมื่อวันก่อนว่า
“ครม. ชุดใหม่ไม่ต้องพูดเรื่องแผน 3 ล้านล้าน ไม่ต้องพูดเรื่องเซ็น MoU แล้วครับ เอกชนฟังมาจนเบื่อแล้ว เขาต้องการเห็นการลงมือทำจริง ๆ ลงมือตอกเสาเข็มให้เห็นกันเลย...”
พูดง่าย ๆ คือไม่ว่าจะเป็นเอกชนในประเทศหรือต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านหรือนักวิชาการ ต่างก็ต้องการเห็น “แอ๊กชั่น” มากกว่าการป่าวร้องว่ารัฐบาลจะทำอะไร จะใช้เงินเท่าไหร่ หรือจะทำอะไรในอีกหลาย ๆ ปีข้างหน้า
ภารกิจหลักของ ครม. ชุดใหม่จึงอยู่ที่การออกมาให้ชัดเจนว่าจะทำอะไรกี่เรื่องในหนึ่งปีจากนี้ไปไม่ว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่าน สปช. หรือไม่ และไม่ว่าข้อเสนอปฏิรูปของ สปช. จะมีการนำสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังมากน้อยเพียงใด
เพราะ ครม. ชุดนี้ต้องถือว่าเป็น “ครม. เฉพาะกิจ” มีหน้าที่ฟื้นความมั่นใจของประชาชนและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดจาก “วิกฤตศรัทธา” ในหลาย ๆ ด้าน รวมถึงจะต้องทำให้คนไทยส่วนใหญ่เห็นว่าการที่ คสช. อาสามาแก้ปัญหาด้วย “อำนาจพิเศษ” ครั้งนี้จะไม่จบลงด้วยการ “เสียของ” อย่างที่ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์กัน
ครม. ชุดนี้ไม่มีช่วง “เล่นตามเกมส์” แน่นอน วัดกันก็ตรงที่จะ “จับลูกบอลให้มั่นแล้ววิ่งทำประตูให้ได้” ทันที
ฝรั่งเรียกว่า hit the ground running
ผมวาดภาพนักกระโดดร่มที่เห็นภาพใหญ่จากข้างบนแล้ว เมื่อเท้าแตะพื้นก็สามารถวิ่งได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาศึกษาวิเคราะห์ปัญหาอีกแล้ว
ความจริง ทีมเศรษฐกิจของ ดร. สมคิดก็เป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจตั้งแต่รัฐบาลนายกฯประยุทธ์เข้ามารับตำแหน่งแล้ว จึงรู้แจ้งเห็นชัดว่ามีเรื่อง “เร่งด่วน” อะไรที่จะต้องทำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ, สร้างอำนาจซื้อในระดับรากหญ้า, ฟื้นความมั่นใจของนักลงทุน, บริหารอัตราแลกเปลี่ยนให้มีเสถียรภาพ, ฟื้นการส่งออกและความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศ
และที่ต้องทำอย่างฉับพลันคือความมั่นใจของคนไทยและต่างชาติว่าด้วยการทำคดีระเบิดที่สี่แยกราชประสงค์เพื่อให้การท่องเที่ยวและการลงทุนกลับฟื้นคืนสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด
บางคนเชื่อว่านี่คือ “โอกาสทอง” สำหรับทีมรัฐมนตรีเศรษฐกิจที่จะพิสูจน์ฝีมือ อีกบางคนเห็นว่านี่คือ “สิ่งท้าทาย” ที่จะตัดสินว่าเมื่อมีโอกาสลงมือทำเองแล้ว, ทีม ดร. สมคิดจะฝากผลงานอะไรไว้สำหรับประเทศชาติในยามที่ต้องฟันฝ่าปัญหารอบด้านเช่นนี้
ต้องยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากประกาศแผนงานชัดเจนว่าจะทำอะไรบ้างในหนึ่งปีข้างหน้า ไม่ต้องเสนอแผนหรูหราฟู่ฟ่าอะไรใหม่ เอาเฉพาะเนื้อ ๆ ที่ทำให้เกิดผลจริงจังได้ ระดมความคิดความอ่านจากคนหลากหลายวงการ ขอความช่วยเหลือและสนับสนุนจากผู้รู้ และผู้มีประสบการณ์โดยไม่เลือกข้างไม่แยกฝ่ายแยกสี
ทันทีที่เท้าแตะพื้น ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งไปให้เข้าเป้าข้างหน้าอย่างเดียว!









