วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เทียนจิน-หยวน

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลกปัจจุบัน ปรากฏการณ์หนึ่งอาจส่งผลกระทบใหญ่หลวง

ต่อองค์รวมทั้งหมดได้โดยง่าย เรียกว่าเป็น “ผลกระทบผีเสื้อ (Butterfly Effect)” นั่นเอง

สัปดาห์ที่แล้วได้เกิด 2 เหตุการณ์สำคัญพร้อมกัน และมันเกี่ยวข้องกับจีน (1) เหตุระเบิดคลังสินค้าที่ท่าเรือในเขตอุตสาหกรรมเทียนจิน (2) การลดค่าเงินหยวนของธนาคารกลางจีน แน่นอน ทั้งคู่ส่งผลกระทบตามมามากมาย

คืนวันที่ 12 สิงหา เวลา 23:30 น. ได้เกิดระเบิดอย่างรุนแรงที่คลังเก็บโซเดียมไซยาไนด์ ซึ่งเป็นวัตถุอันตราย เกิดแรงสั่นสะเทือนไกลไปหลายกิโลเมตร พร้อมกับเปลวไฟขนาดใหญ่ลุกโชน อาคารใกล้เคียงได้รับความเสียหาย มีผู้เสียชีวิตกว่า 110 คน และบาดเจ็บอีกหลายร้อย 

ระเบิดเกิด 2 ระลอก ระลอกแรกแรงเท่าระเบิด TNT 3 ตัน และระลอกสองแรงถึง 21 ตัน ทั้ง 2 ครั้งห่างกัน 30 วินาที ครั้งแรกจุดชนวนให้เกิดระเบิดอย่างรุนแรงตามมา รถยนต์ผลิตเสร็จใหม่หลายร้อยคัน ที่จอดรอการขนย้าย ถูกเปลวเพลิงเผาผลาญพินาศ สร้างความสูญเสียมหาศาลแก่เมืองท่าที่ใหญ่อันดับ 10 ของโลก

โหราศาสตร์มองอย่างไร ? ถ้าผูกดวงตามวัน-เวลา-พิกัดภูมิศาสตร์ของเหตุการณ์ เทียบกับดวงเมืองจีน ก็จะได้ตามภาพประกอบ วงในคือดวงเมืองจีน วงนอกคือดวงเหตุระเบิดเทียนจิน

จุดสำคัญที่สุดคือเสาร์ เสาร์จรทับทศมลัคน์ (MC) และเล็ง IC ดวงเมืองสนิทพอดี เสาร์จังหวะนี้มีกำลังมาก เพราะอยู่ในช่วงวิกลคติเสริด (Stationary-direct : หยุดนิ่งเพื่อเดินหน้า) เสาร์คือเภทภัย IC คือบ้านเมือง เสาร์เดิมอยู่ภพ 8 (มรณะ) หรือความเสียหาย แปลได้ว่า เภทภัยอันตรายที่สร้างความเสียหายใหญ่หลวงแก่บ้านเมือง

ถ้าดูดวงวันเกิดเหตุยิ่งเห็นภาพชัดเจน เสาร์จรที่ 4 องศา 18 ลิปดาราศีพิจิก เล็งลัคน์ (ASC) ที่ 5 องศา 56 ลิปดาราศีพฤษภพอดี ลัคน์นี้กุม IC ดวงเมืองสนิท ขณะที่ ทศมลัคน์ที่ 13 องศา 58 ลิปดาราศีมังกร กุมลัคนาดวงเมืองที่ 12 องศา 47 ลิปดาราศีมังกรสนิทเช่นกัน ลักษณะเช่นนี้ยืนยันว่า เหตุการณ์ (ASC) และผลกระทบ (MC) ของการระเบิด ส่งผลต่อประชาชน (ASC) และบ้านเมือง (IC) อย่างใหญ่หลวง

จะเกิดเหตุการณ์ใหญ่ขนาดนี้ ต้องมีสิ่งบอกเหตุในพื้นดวงเดิม ดวงเมืองจีนมีจุดอันตรายใหญ่อยู่ที่อังคาร-พลูโตที่กุมสนิทในราศีกรกฎ-ภพที่ 7 ดาวคู่นี้ชี้ถึงเภทภัยอันตรายร้ายแรง เช่น แผ่นดินไหว ภัยธรรมชาติ ระเบิดอย่างรุนแรง ภัยก่อการร้าย ฯลฯ

วันที่ 31 กรกฎา เกิดปูรณมี (จันทร์เพ็ญ) ที่ 13 องศา 51 ลิปดาราศีมังกร ทับลัคน์ดวงเมืองพอดี นี่คือสัญญาณเตือน ช่วงนั้น มฤตยูจรในมีน ทำมุม 120 กับอังคาร-พลูโตเดิมสนิท เสาร์วิกลคติเสริดทำมุม 135 กับมฤตยูจร อาทิตย์จรกรกฎ อังคารเพิ่งยกเข้ากรกฎ

ในวันเกิดเหตุ อาทิตย์จรทับพลูโตสนิท อังคารจรเล็งจันทร์ (ดาวเจ้าราศีกรกฎ) จันทร์ยกเข้ากรกฎเวลา 16:30 น. คู่จันทร์-อังคารคือระเบิด-เพลิงไฟ เมื่อจันทร์จรถึง 3 องศา ทำมุม 120 กับเสาร์จร และลัคน์จรเล็งเสาร์จร ก็เกิดระเบิดเวลานั้น

มีการตั้งสมมติฐานว่า เป็นวินาศกรรม/ก่อการร้าย ดาวบอกอะไรไหม ? ในมุมหนึ่ง พลูโตคือภัยก่อการร้าย อาทิตย์จรที่ทับสนิทก็ชวนสงสัย แต่อาทิตย์เป็นดาวเคลื่อนที่เร็ว อิทธิพลจึงน้อย อาทิตย์เป็นดาวเจ้าเรือนภพ 8 (มรณะ) แปลว่าความเสียหายจากระเบิด ก็ถูกต้องอยู่แล้ว มฤตยูจรที่ทำมุม 120 มีน้ำหนักมากกว่า เพราะเป็นดาวใหญ่ มฤตยูแปลว่าคาดไม่ถึง มันควรเป็น “ความประมาท” มากกว่า

ที่สำคัญ ดาวที่มีน้ำหนักที่สุดคือเสาร์ เสาร์ทำมุม 90 กับพฤหัสและมุม 135 กับมฤตยู บอกถึงเภทภัยอันตรายใหญ่หลวงจากธรรมชาติหรือภัยที่มนุษย์คาดไม่ถึง ไม่ใช่การวางแผนล่วงหน้า

เรื่องต่อมาคือการลดค่าเงินหยวน ธนาคารกลางจีนได้ลดค่าเงินถึง 3 วันซ้อน (11-13) รวมถึง 4.65% เป็นการปรับลดครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี ซึ่งทำให้เกิดความแตกตื่นไปทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดเงิน-ตลาดทุน

นับตั้งแต่เฟดหยุดพิมพ์เงิน (QE) และแสดงท่าทีขึ้นดอกเบี้ย ดอลลาร์ก็แข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ยุโรป-ญี่ปุ่น-ประเทศต่างๆ เลือกใช้นโยบายค่าเงินอ่อน จีนที่ตรึงค่าเงินหยวนกับดอลลาร์ ก็เสียเปรียบขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากยอดส่งออกที่ลดลง โดยเฉพาะไตรมาส 2/58 ลดลงถึง 8%

อันที่จริงจีนก็ไม่ได้นิ่งเฉย แต่เลือกใช้นโยบายอื่นๆ เช่น ลดดอกเบี้ย ส่งเสริมการลงทุนนอกประเทศ ฯลฯ แต่เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจแย่ลง จีนจึงปรับลดตรงๆ เลย ด้วยการประกาศค่าอัตราแลกเปลี่ยนใหม่ เป็นการชิงลงมือก่อน ซึ่งน่าจะดีกว่าปล่อยเฟดขึ้นดอกเบี้ย แล้วค่อยไปลดทีหลัง ผลกระทบอาจมากกว่า

เพียงแต่จีนไม่ได้ทำเช่นนี้เลยตั้งแต่ปี 48 ทั่วโลกจึงคาดไม่ถึง เกิดแรงกระเพื่อมมหาศาล ที่สำคัญ เกิดคาดการณ์กันไปว่า เศรษฐกิจจีนอาจมีปัญหา เติบโตน้อยกว่าที่คาดหรือถึงขั้น Hard Landing กันไปเลย

ลัคน์อยู่มังกร ช่วงนี้ พฤหัสจรสิงห์ เล็งภพ 2 (เศรษฐกิจ) และทับเสาร์-ดาวเจ้าเรือนภพ 2 พฤหัสคือการเติบโต-ขยายตัว ดังนั้น Hard Landing เป็นไปไม่ได้แน่นอน แล้วทำไมเศรษฐกิจชะลอตัว ? นั่นเพราะเสาร์จรพิจิกส่งกระแสเป็นเกณฑ์ 10 ถึงพฤหัสจรและเสาร์เดิม

ในบทความ “เศรษฐกิจจีน” เมื่อ 26 มิถุนา กล่าวไว้ว่า “ในปัจจุบัน เสาร์-ดาวเจ้าเรือนลัคน์ และภพ 2 จรเข้าพิจิก-ภพ 10 เป็นเกณฑ์ 4 กับเสาร์เดิมในภพ 8 อันหมายถึงเศรษฐกิจ-การเงิน (ของตน) ที่สัมพันธ์กับคู่ค้า-หุ้นส่วน กอปรกับเนปจูนจรในกุมภ์-เล็งเสาร์เดิมด้วย นี่คือช่วงเวลาสำคัญทางเศรษฐกิจของจีน

มีความเป็นไปได้สูงที่จีนเปลี่ยนนโยบายเศรษฐกิจ (บางประการ) อันจะส่งผลทั้งภายในและภายนอกประเทศ ภพที่ 8 คือการลงทุน-กระแสเงินทุน-ค่าเงิน ต้องจับตามิติเหล่านี้ให้ดี แต่เสาร์-เนปจูนเป็นดาวเคลื่อนที่ช้า การเปลี่ยนแปลงจะเป็น “กระบวนการ” ที่มีจังหวะจะโคนและเป็นขั้นเป็นตอน (ตามลีลาดาว) โดยใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี แน่นอนที่สุด เศรษฐกิจการเงินโลกจะยิ่งผันผวนมากขึ้นไปอีก (อ่านรายละเอียดได้ที่ http://bit.ly/1GHcqSi)

วันที่ 2 สิงหา เสาร์หยุดนิ่งเพื่อเดินหน้าที่ 4 องศา 12 ลิปดาในราศีพิจิก จังหวะที่ดาวเสาร์กลับทิศนี้ สามารถมีอิทธิพลรวมถึงหน้า 10 หลัง 10 วัน แต่พิจิกเป็นสถิรราศี (Fixed Sign) ที่มีแรงเฉื่อยสูง ผลของมันจึงตามหลังมาหลายวัน

เสาร์เป็นดาวเศรษฐกิจจีน เสาร์เดิมอยู่ภพ 8 อันเกี่ยวข้องกับค่าเงิน เสาร์วิกลคติทับทศมลัคน์ (MC) สนิทพอดี ธนาคารกลางจีน (รัฐบาล/ทศมลัคน์) ประกาศลดค่าเงินหยวน ในจังหวะเดียวกัน เสาร์ทำมุม 90 สนิทกับพฤหัสจรสิงห์ด้วย พลังของทั้งคู่หักล้างกัน (ดังอธิบายในบทความ “หน้าต่างแห่งโอกาส”) ตลาดหุ้นเกิดความผันผวนอย่างมาก  

เสาร์และพฤหัสจะเดินหน้าต่อไป พฤหัสยิ่งใกล้ทับเสาร์เดิม เสาร์จรยิ่งใกล้มุม 90 กับเสาร์เดิม อิทธิพลทั้งคู่ยิ่งรุนแรง ความผันผวน (Volatility) ยิ่งเพิ่มมากขึ้นด้วย

อย่าเพิ่งมั่นใจ ถ้าคุณไม่รู้จังหวะดาว

---------------------

ชูศักดิ์ จงธนะพิพัฒน์

[email protected]