มาตรการใหม่ๆ ที่จะมีการนำมาเป็น “ยาแรง” ควบคุมบังคับใช้กฎหมายให้เกิดประสิทธิภาพได้นั้นจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือกับสมาชิกในสังคมทุกท่าน
ในภาษาไทยการแยกแยะคำสองคำระหว่าง enemy of the state กับ terrorist อาจมีความหมายใกล้เคียงกัน แต่เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน enemy of the state มักจะหมายถึงคนเชื้อชาติเผ่าพันธุ์เดียวกันคิดเห็นแสดงออกหรือกระทำการในทางที่เป็นศัตรูกับรัฐที่บุคคลคนนั้นถือสัญชาติอยู่ เช่น พวกจารชน (spy) ขายความลับหรือคาบข่าวสำคัญไปให้ฝ่ายตรงข้ามรับรู้ ตรงกันข้ามกับพวก “ผู้ก่อการร้าย(terrorist)” ที่ดูเหมือนว่าจะเป็นกลุ่มคนหรือบุคคลที่มองเห็นความแตกต่างแทบในทุกด้านกับรัฐใดรัฐหนึ่งที่คนเหล่านี้มองเห็นเป็นศัตรู
ที่เกริ่นนำมาเพื่อให้ท่านผู้อ่านได้สามารถจำแนกแยกแยะและจะได้เข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่บริเวณแยกราชประสงค์เมื่อวันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา ที่สร้างความสะพรึงกลัวไปทั้งประเทศและทั่วโลก เพราะเหตุการณ์ความรุนแรงด้วยระเบิดทีเอ็นทีขนาดหลายกิโลกรัมและที่ยังไม่จุดระเบิดอีกจำนวนหนึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อนในประเทศไทยของเรา ซึ่งด้วยของที่เรามองฟุ่มเฟือยเมื่อมันไม่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ เช่น กล้องวงจรปิดในสถานที่ต่างๆ ทั้งของ กทม. และของภาคเอกชน กลายมาเป็นสิ่งมีคุณค่าและอาจเป็นช่องทางสำคัญในการสาวลึกถึงผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์อันน่าสลดใจขึ้น
ไม่ว่าผู้อยู่เบื้องหลังจะเป็นนักการเมือง เป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใดที่อยู่เบื้องหลังนอกจากการประณามซึ่งเป็นวิถีทางการทูต กระบวนการยุติธรรมจะต้องเร่งรัดนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษโดยเร็วที่สุด เพราะเชื่อว่าจากหลักฐานภาพถ่ายที่ปรากฏเผยแพร่อยู่ทั่วไป ย่อมเป็นประโยชน์ในการสืบค้นหาความจริง ตั้งแต่ผู้ลงมือปฏิบัติการ ผู้ชี้เป้า กระทั่งถึงผู้บงการ เมื่อใดที่ได้ตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะต้องใช้ความระมัดระวังในการดำเนินการต่อผู้ถูกกล่าวหาอย่างเคร่งครัดรัดกุม และจะต้องให้ได้ข้อมูลเชิงลึกไว้ให้มากที่สุด เพราะแม้ภาพถ่ายในกล้อง CCTV จะระบุถึงรูปร่างลักษณะบุคคลต้องสงสัยที่เหมือนจะเป็นชายชาวต่างชาติ จะไปปักใจเชื่อว่าบุคคลดังกล่าวเป็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายโดยปริยายคงไม่ถูกต้อง เพราะ “เหล่านักก่อการร้ายมืออาชีพที่เหมือนมือปืนรับจ้าง” เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ประกอบกับในแวดวงสื่อสังคมหรือโซเชียลมีเดีย ได้เผยแพร่ข้อความของ “ผู้ชี้เป้า” ที่ทางการกำลังต้องการตัวซึ่งเป็นคนไทยหาใช่คนต่างชาติ ทำให้ประเด็นเหล่าปฏิปักษ์ต่อแผ่นดิน ยังไม่สามารถตัดทอนไปได้
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมเชื่อมั่นว่าหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถควานหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายได้ในที่สุด เพราะแม้แต่เหตุการณ์คล้ายกันที่เมืองบอสตั้น แมสซาชูเซสท์ ที่มีวัยรุ่นเชื้อสายยุโรปตะวันออกที่เติบโตในสหรัฐอเมริกา (homegrown) เป็นผู้ก่อการ ซึ่งถือเป็นความสามารถของหน่วยสืบราชการลับ และหน่วยสืบสวนกลางเอฟบีไอของสหรัฐ ที่ทำการวิเคราะห์ทั้งภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว และย้อนรอยไปถึงการสะกดรอยการใช้สื่อสังคมของผู้ต้องสงสัยกระทั่งทั้ง “จับตาย” และ “จับเป็น” ผู้ต้องสงสัยมาลงโทษได้หนึ่งคน ถือเป็นแนวทางการสืบสวนหรืออาจเป็นหนทางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เชื่อว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยน่าจะได้กระทำการในลักษณะนี้ต่อประเทศที่เป็นมิตรต่อกันอยู่แล้ว ทำให้เห็นว่าไม่น่ายากต่อการติดตามตัว “ผู้ก่อการร้าย” หากเป็นชาวต่างชาติที่เข้ามากระทำการอุกอาจในครั้งนี้ แต่จะซับซ้อน และต้องอาศัยความสามารถเฉพาะตัวของผู้บังคับใช้กฎหมายของไทยที่จะต้องแสวงหาข้อมูลความจริงที่จะสามารถคลี่คลายปัญหา และนำมาซึ่งความสงบสุขสู่สังคมโดยเร็ว
เหตุการณ์ที่ราชประสงค์ ทำให้เกิดการตื่นตัวในมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ทางการอาจมองวิกฤติให้เป็นโอกาสด้วยการใช้มาตรการเข้มงวดทั้งในท่าอากาศยาน สถานที่ราชการ และสถานที่ชุมชนที่มีความแออัดยัดเยียดของผู้คน ซึ่งควรทำเป็นมาตรการถาวร มิใช่ระงับยับยั้งเป็นการชั่วคราว เพราะปกติในสถานที่ของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า แหล่งธุรกิจการค้าการขายหลายแห่ง ได้มีมาตรการที่เข้มงวดอย่างยิ่งมาช้านานแล้ว
ทั้งนี้มาตรการใหม่ๆ ที่จะมีการนำมาเป็น “ยาแรง” ควบคุมบังคับใช้กฎหมายให้เกิดประสิทธิภาพได้นั้นจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือกับสมาชิกในสังคมทุกท่านในการปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญ และอาจต้องยอมสละ “ความสะดวกสบายส่วนตัว” เพื่อรักษาประโยชน์ในการลดความเหลื่อมล้ำสร้างความเป็นธรรม และเป็นผลดีต่อคนส่วนใหญ่ในสังคม








