วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

การลดค่าเงินหยวนกับตลาดหุ้นจีน

สัปดาห์ที่แล้ว ผมได้เขียนถึงเบื้องหลังรัฐบาลจีนเซอร์ไพร์สชาวโลกอีกรอบ

ด้วยการที่เงินหยวนลดค่าลงกว่าร้อยละ 4 วันนี้ผมขอวิเคราะห์ของการลดค่าเงินรอบนี้ต่อตลาดหุ้นจีน

เหตุการณ์ที่ตลาดหุ้นจีนในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งร่วงลงแรงสุดกว่าร้อยละ 40 จากจุดสูงสุดเมื่อต้นเดือนที่แล้วนั้น ความผิดพลาดส่วนหนึ่ง ที่เกิดขึ้นมาจากความไม่คุ้นชินในระบบตลาดทุน ที่มีแรงเก็งกำไรอันแยบยลอย่างต่อเนื่องของ นายเสี่ยว กัง ซึ่งทำหน้าที่กุมบังเหียนของตลาดหลักทรัพย์จีน โดยที่ผ่านมานายเสี่ยว กัง ดูแลสายงานการเงินมาโดยตลอดก็จริง แต่ภายใต้ระบบการเงินค่อนข้างจะได้รับการปกป้องจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนบำนาญแห่งชาติจีน หรือบริษัทที่เป็นรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ของจีนก็ตาม และอีกส่วนหนึ่งมาจากการประเมินขนาดของการเก็งกำไร จากบริษัทเฮดจ์ฟันด์ที่ต่ำเกินไป จึงทำการเปิดเสรีตลาดทุนในระยะเวลาที่รวดเร็วเกินไป

ทางการจีนได้แก้ปัญหาดังกล่าวในระยะสั้น ไว้  3 ประการ ได้แก่ หนึ่ง การทำให้กฎเกณฑ์และระเบียบในการค้าหลักทรัพย์มีความเข้มงวด ในส่วนที่เป็นการเก็งกำไรจากการลดลงของราคาหุ้นหรือ Short Sell รวมถึงการใช้การกู้เงินเพื่อมาลงทุนในหุ้นหรือ Margin Trading ซึ่งทั้งสองกิจกรรมในตลาดหุ้นจีนเคยขึ้นสูงสุดในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา (ดังรูป) ก็ลดลงกว่าครึ่งหนึ่งในรอบเดือนที่ผ่านมา

สอง การตั้งทีม Cyber Cop  ที่เรียกกันว่าทีมชาติหรือ National Team เพื่อแกะรอยบรรดานักลงทุนที่เน้นเก็งกำไร และพวกเทรดเดอร์ที่เน้นการซื้อขายแบบป่วนตลาด หรือ High Frequency Trading โดยมีการระงับบัญชีของนักลงทุนเหล่านี้ไปหลายร้อยรายแล้ว ภายในเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา และ สาม การตั้งระดับดัชนีเป้าหมายของตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ ไว้ที่ 3,500-4,500 จุด ซึ่งที่ผ่านมาถือได้ว่าเป็นแนวรับและแนวต้านที่แข็งแรง ผ่านการแทรกแซงด้วยการเข้าซื้อหุ้นของทางการจีนเป็นระยะๆ ทั้งในที่ลับและในที่แจ้ง ด้วยเม็ดเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์

สำหรับผลกระทบของการลดค่าเงินรอบนี้ต่อตลาดหุ้นจีนนั้น จากการวิเคราะห์ของผู้เขียนด้วยการประเมินผลกระทบจากค่าเงินหยวน ที่อ่อนค่าลงต่อกำไรของบริษัท ผ่านช่องทางรายได้จากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นและมูลค่าหนี้ต่างประเทศ ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จีนที่สูงขึ้น พบว่า กรณีแรก หากไม่มีการผ่อนคลายนโยบายการเงินต่ออีก ดัชนีตลาดหุ้นจีน จะลดลงราวร้อยละ 4.7 จากปัจจุบัน

กรณีที่สอง หากทางการจีนมีการผ่อนคลายนโยบายการเงิน ไม่ว่าจะเป็นการลดดอกเบี้ย และการลดอัตราส่วนการดำรงอัตราส่วนสำรองสภาพคล่อง หรือ RRR อีกไม่เกินร้อยละ 0.5 พบว่า ดัชนีตลาดหุ้นจีน จะเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 3.1 จากปัจจุบัน และกรณีสุดท้าย ทางการจีนมีการผ่อนคลายนโยบายการเงินในระดับเดียวกับในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา หรือมากกว่า พบว่าดัชนีตลาดหุ้นจีน จะเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 5.8 จากปัจจุบัน

ท้ายสุด ไม่ว่าตลาดหุ้นจีนจะย่ำแย่แค่ไหนในช่วง 1-2 เดือนนี้ หากจะมองหาข่าวดีในรอบ 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา จากตลาดหุ้นจีน ผมเห็นว่ามีอยู่ 2 ประการ ได้แก่ หนึ่ง การลดค่าเงินหยวนเสมือนเพิ่มเครื่องจักรทางเศรษฐกิจการส่งออกอีกแรงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และถือเป็นการขู่นักเก็งกำไรต่างชาติ ไม่ให้กล้าลงมือแบบหนักๆ และ สอง นักลงทุนที่ซื้อหุ้นจีนที่จุดต่ำสุดในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม ก็ยังสามารถทำกำไรจากจุดนั้นได้ ซึ่งแน่นอนว่า หากยังมีกำไรให้เห็นแม้จะไม่มากก็ตาม ก็ยังจะมีแรงซื้อใหม่ๆ เข้ามาอยู่ จึงค่อนข้างยังมีเชื้อๆ ไฟให้หลงเหลือสำหรับนักลงทุนที่ชอบเสี่ยงและเชื่อมั่นใน Story ว่า ยังคงมองและพร้อมจะกลับมาอีกครั้ง หากตลาดเริ่มมีเสถียรภาพมากกว่าในตอนนี้

โดยสรุป สำหรับคนที่ไม่กลัวความเสี่ยงมาก และที่มองหาหุ้นในภูมิภาคที่มีศักยภาพในการเติบโต อย่างสูง ตลาดหุ้นจีนยังมีดีพอที่คุ้นค่าต่อการพิจารณา ด้วยทีมงานของทางการจีนที่มีความต่อเนื่องในการบริหารประเทศ แต่ต้องไม่ลืมป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนด้วยครับ

หมายเหตุ หนังสือเล่มล่าสุดด้านการลงทุนด้วยข้อมูลเชิงมหภาคของผู้เขียน “เล่นหุ้นในไทย รวยไกลรอบโลก”เริ่มวางจำหน่ายทั่วประเทศ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้ที่ www.facebook.com/MacroView และ LINE ID: MacroView ครับ