แม้ว่าเราจะใช้งานเครือข่ายสังคมกันอย่างแพร่หลาย แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราไม่ค่อยได้สังเกตกัน
ในการใช้งานเครือข่ายสังคม และมีหลายเรื่องที่เรามโนกันไปเองกับเครือข่ายสังคม เห็นกันได้ชัดๆจากการที่ผู้บริหารบางคนเดือดร้อนกับเรื่องเล็กเรื่องน้อยบนเครือข่ายสังคม ในขณะที่มีเรื่องใหญ่อื่นๆ รุมล้อมอยู่รอบตัว วันนี้เราให้ความสำคัญกับเครือข่ายสังคมมากเกินกว่าที่ควรจะเป็นหรือไม่ เรามักจะมโนกันไปเองว่า ถ้ามีการบอกกล่าวเรื่องใดเรื่องหนึ่งกันเยอะๆ ในเครือข่ายสังคมที่เรารู้จักคุ้นเคยแล้ว เรื่องนั้นต้องเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต จนแทบจะเป็นมติของมหาชนไปเลย
แต่จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยชั้นนำแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา บอกไว้ว่า ที่บอกกล่าวกันมากมายบนเครือข่ายสังคมนั้น ไม่อาจสรุปได้ว่า คนส่วนใหญ่เห็นว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องใหญ่ ประเด็นที่ผู้คนบอกกล่าวกันมากมายบนเครือข่ายสังคม ก็ไม่ได้ยืนยันว่า เป็นประเด็นที่คนส่วนใหญ่จะเห็นด้วยไปตามนั้น นักวิจัยอธิบายว่า เครือข่ายสังคมแต่ละตัวมีผู้ใช้ที่แตกต่างกันไป ยังไม่แน่ชัดว่าเครือข่ายสังคมตัวใดตัวหนึ่งมีผู้ใช้ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้ใช้ ดังนั้น ที่บอกกล่าวกันมากๆ บนเครือข่ายสังคมตัวใดตัวหนึ่ง จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้คนทั้งหมด และที่ทำท่าทางกันในเครือข่ายสังคมว่า ฉันเห็นด้วยกับประเด็นนั้นประเด็นนี้ ก็ยังไม่ได้หมายความว่า คนอื่นในเครือข่ายสังคมนั้นจะเห็นดีเห็นงามตามกันไปทั้งหมด
มีผู้ใช้หลายสิบล้าน กดไลท์เป็นหมื่น ก็โวกันไปเองว่า คนส่วนใหญ่เห็นตามฉัน เชื่อตามฉัน นักวิจัยบอกว่า ถ้าจะสรุปประเด็นใดๆ จากเครือข่ายสังคมใด ต้องใช้กระบวนการทางสถิติที่ซับซ้อนมาช่วยกลั่นกรองเสียก่อน ไม่ใช่แค่เห็นว่ากดไลท์กันเยอะแยะ ก็เร่งด่วนสรุปกันไปว่าส่วนใหญ่ว่ากันตามนั้น
คนแต่ละช่วงอายุมีวัตถุประสงค์ในการใช้เครือข่ายสังคมไม่เหมือนกัน ถ้าเป็นรุ่นลูกหลานในวันนี้ เขาใช้กันเพื่อกันไม่ให้ตกหล่นไปจากสังคมของคนรุ่นเดียวกัน ใครไม่ใช้ไลน์ ไม่มีเฟซบุ๊คเป็นอันว่าอยู่นอกก๊กนอกเหล่า เพื่อนไปไหนต่อไหนแล้วตัวเองไม่รู้เรื่อง รุ่นลูกหลานในวันนี้มีอะไรก็บอกกันหมดบนเครือข่ายสังคม จนหลายครั้งก็นำอันตรายมาสู่ตัวเอง
งานวิจัยงานหนึ่งของมหาวิทยาลัยในบ้านเราบอกว่า วัยรุ่นที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันสมควร ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่เรื่องหนึ่งที่ผู้ใหญ่หลายคนมองไม่เห็นนั้น กลุ่มตัวอย่างในงานวิจัยทิ้งร่องรอยที่บ่งบอกว่า เขากำลังจะมีความสัมพันธ์ที่เกินเลยความเป็นเพื่อน ไปสู่การคบค้ากันฉันสามีภริยาไว้ในเฟซบุ๊คหลายอย่าง ซึ่งถ้าพ่อแม่ครูบาอาจารย์สังเกตเห็นร่องรอยนี้ได้ทันเวลา การตั้งครรภ์ก่อนวัยอันสมควรก็อาจไม่เกิดขึ้น เด็กเหล่านั้นโพสต์ภาพคู่ที่แสดงอิริยาบถ ที่ส่อไปในทางที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ที่เกินเลยความเป็นเพื่อน ให้เห็นกว่าหกสิบเปอร์เซ็นต์ของภาพที่โพสต์ไว้ในเฟซบุ๊คก่อนมีการตั้งครรภ์หลายเดือน
เด็กที่มีความเสี่ยงเหล่านั้น ก่อนที่จะเริ่มคบค้ากับคนพิเศษคนใดคนหนึ่ง ก็ได้โพสต์ภาพที่โชว์เนื้อหนังมังสาเกินสมควรให้เห็นบนเฟซบุ๊คในช่วงเวลาล่วงหน้านานพอสมควร และที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ เกินกว่าครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่าง ได้ยอมให้พ่อแม่หรือครูอาจารย์เป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ค หมายความว่า พ่อแม่หรือครูอาจารย์มีโอกาสที่จะเห็นร่องรอยเหล่านั้นได้ล่วงหน้า ก่อนที่จะเกิดปัญหาขึ้น และพ่อแม่หรือครูอาจารย์มีโอกาสที่จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากับเด็ก จำนวนครึ่งหนึ่งของกลุ่มตัวอย่างในการวิจัย เพียงแค่สังเกตเห็นแล้วส่งอีเมลไปเตือนกันสักหน่อย งานวิจัยของโรงเรียนแพทย์ในสหรัฐบอกว่า ช่วยป้องกันปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันสมควรได้มากที่เดียว คำถามคือทำไมพ่อแม่หรือครูอาจารย์ไม่สามารถสังเกตเห็นร่องรอยเหล่านี้ได้ทันเวลา
คนวัยทำงานใช้เครือข่ายสังคมเพื่อหาเส้นสายในการทำมาหากินเป็นหลัก เพื่อนคนไหนที่ติดต่อกันเป็นประจำทางเครือข่ายสังคม มักจะมีส่วนเกี่ยวข้องไม่โดยตรงก็โดยอ้อมกับการทำมาหากิน นอกจากนั้น ยังมีการใช้เป็นช่องทางในการโปรโมทตนเองพร้อมกันไปด้วย ดังนั้น จึงเป็นธรรมดาที่ต้องมีการให้คำมั่นสัญญาผ่านเครือข่ายสังคมกันบ้าง
แต่งานวิจัยจากสหรัฐอเมริกาบอกว่า มีการรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ต่อกันบนเครือข่ายสังคมแค่หนึ่งในสาม ซึ่งน้อยกว่าการรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ต่อกันผ่านการสนทนาทางโทรศัพท์ที่มีถึงครึ่งหนึ่ง ใครสัญญาอะไรกับเราผ่านสื่อออนไลน์ก็ให้ระลึกไว้ด้วยว่า แค่หนึ่งในสามเท่านั้นที่ทำตามที่ให้คำมั่นสัญญาเอาไว้ คนวัยทำงานต้องระวังไว้เรื่องหนึ่งคือ โพสต์อะไรไว้อย่าให้เดือดร้อนตอนที่คิดจะเปลี่ยนงาน เพราะการสำรวจนายจ้างในสหรัฐพบว่า เกินกว่าครึ่งหนึ่งของผู้สมัครงานที่ได้รับการปฏิเสธไม่ว่าจ้างนั้น มาจากการพิจารณาข้อมูลและสาระที่พบเห็นบนเครือข่ายสังคมของผู้สมัครรายนั้น
ถ้าอายุสักห้าสิบหกสิบไปแล้ว การใช้งานเครือข่ายสังคมเป็นไปเพื่อหาเพื่อนฝูงที่เคยรู้จักคุ้นเคยกันมาแต่ปางก่อน เพื่อนกินเริ่มหายาก เพื่อนตายเริ่มหาง่ายกว่าสมัยก่อน นอกจากนั้น ก็ใช้พูดคุยกับลูกหลานที่อาจอยู่ห่างไกลกันไป ดังนั้น ใครที่คิดจะทำมาค้าขายผ่านเครือข่ายสังคมกับคนกลุ่มนี้ คิดจะชักจูงให้ซื้อหาอะไรผ่านเครือข่ายสังคมคงทำได้ไม่ง่ายนัก เพราะท่านสนใจแต่เพื่อนเก่า และลูกหลานของท่าน คนอื่นอยู่นอกสายตา ทุ่มเทโฆษณาออนไลน์ไปสักเท่าไร ยอดขายสำหรับกลุ่มนี้ไม่เพิ่มให้เห็นแน่ๆ
ถ้ารู้จักสังเกตพฤติกรรมการใช้เครือข่ายสังคมกันสักนิด ผู้ใหญ่หลายคนอาจจะไม่ต้องประสาทเสียเหมือนที่เป็นอยู่เช่นทุกวันนี้









