อ่านคำให้สัมภาษณ์ของผู้นำอินโดนีเซีย กับสิงคโปร์ และนายกฯอังกฤษ เดวิด แคมมารอน
ที่เพิ่งมาเยือนสี่ประเทศในอาเซียนเมื่อต้นสัปดาห์ ประเด็นตรงกันข้อหนึ่งคือความกังวลว่ากลุ่มหัวรุนแรง ISIS ที่ปฏิบัติดุเดือดร้อนแรงอยู่ในซีเรีย และอิรักกำลังแผ่ขยายอิทธิพลมาในอาเซียนแล้ว
ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด บอกหนังสือพิมพ์ Straits Times ก่อนไปเยือนสิงคโปร์ต้นอาทิตย์นี้ว่าข่าวกรองยืนยันว่า ถึงวันนี้มีคนเชื้อสายอินโดฯไม่น้อยกว่า 500 คนได้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อทำกิจกรรมสนับสนุนกลุ่ม ISIS
เขายืนยันว่าร้อยละ 99.99% ของประชากรอินโดฯ 250 ล้านคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นอิสลามล้วนแล้วแต่รักความสงบ ไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง แต่ส่วนน้อย ๆ ที่หันไปร่วมกับกลุ่มหัวรุนแรงนั้นจะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมาย
วิโดโดบอกว่าอาเซียนต้องแลกเปลี่ยนข่าวกรองและข้อมูล เพื่อร่วมกันป้องกันไม่ให้กลุ่มสุดขั้วเหล่านี้ ทำลายความสงบและสันติของภูมิภาคนี้
ทุกวันนี้ ผู้ต้องสงสัยที่ถูกข้อหาเกี่ยวโยงกับ ISIS ในอินโดฯมีทั้งหมด 13 คน กำลังอยู่ในกระบวนการถูกดำเนินคดีอยู่
ศาลอินโดฯเพิ่งตัดสินจำคุก 4 ปีนักบวชมุสลิมวัย 63 ชื่อ Arief Abdul Madjid ข้อหาสนับสนุนทางการเงิน ตั้งค่ายฝึกทางทหารก่อเหตุร้ายที่อาเจะเมื่อ 5 ปีก่อน
อัยการกล่าวหาว่าเขาเคยไปรับการฝึกเป็นนักรบกับ ISIS ที่ซีเรีย
อัยการเรียกร้องให้ศาลสั่งจำคุกเขา 8 ปีแต่คำพิพากษาตัดสินให้ครึ่งเดียว เพราะศาลไม่เห็นพ้องกับข้อกล่าวหาว่าการไปร่วมกับ ISIS ถือเสมือนเป็นการวางแผนเตรียมโจมตีเพื่อก่อการร้าย
กฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายของอินโดฯ เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อ 2003 หลังจากเหตุระเบิดรุนแรงที่เกาะบาหลีมีคนตาย 202 คนเมื่อปี 2002
กฎหมายฉบับนี้มีมาตราลงโทษผู้สร้างกลุ่มก่อการร้าย แต่ไม่อาจจะลงโทษคนที่ประกาศสนับสนุนหรือเพียงร่วมกับกลุ่มก่อการร้าย
ประธานาธิบดีโจโกวีบอกว่ากำลังแก้ไขกฎหมาย ให้สามารถครอบคลุมการเตรียมการเกี่ยวกับการก่อการร้ายให้รัดกุมยิ่งขึ้น
เดิมอินโดนีเซียเคยเผชิญกับกลุ่ม Jemmah Islamiyah (JI) ที่มีความเกี่ยวโยงกับกลุ่มก่อการร้ายสากลอัลไกด้า ซึ่งทางการอ้างว่าได้สามารถปราบและสกัดกั้นไม่ให้ขยายอิทธิพลได้อีกต่อไป
นายกฯหลี่เสียนหลง ของสิงคโปร์ยอมรับว่ามีความห่วงใยเรื่องการก่อการร้ายของกลุ่มหัวรุนแรงที่อ้างศาสนามาก
เขาบอกว่าเจ้าหน้าที่สิงคโปร์เคยพบแผนของกลุ่ม (JI) ที่เตรียมการก่อเหตุร้ายรุนแรงด้วยการใช้รถฝังระเบิด 6-7 คัน แต่สามารถสกัดกั้นเอาไว้ก่อนที่จะเกิดเรื่องใหญ่
หลี่เสียนหลงบอกว่าปัญหา ISIS กำลังกระจายมาอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“ที่มาเลเซียก็มีคนที่ไปร่วมขบวนการ ISIS เจ้าหน้าที่จับได้หลายคน ที่อินโดฯมีเป็นร้อย ไม่ใช่แค่ไปร่วมรบ แต่ยังหอบเอาครอบครัวไปอยู่ด้วย และพอกลับมาก็กลายเป็นปัญหา เพราะ ISIS มีแผนจะแปลงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นส่วนหนึ่งของรัฐอิสลามตามแบบเขา...”
นายกฯสิงคโปร์บอกว่ามีหลายจุดในเอเชียอาคเนย์ที่รัฐบาลเข้าไม่ถึงดีนักและเป็นจุดที่บ่มเพาะปัญหาความรุนแรงเช่นนี้ได้
เช่นทางใต้ของไทย ภาคใต้ของฟิลิปปินส์และบางส่วนของอินโดนีเซีย
ความกลัวของหลี่เสียนหลงคือหากไม่มีการตรวจตรา ควบคุมและป้องปราม “พวกเขาก็อาจจะตั้งฐานปฏิบัติการในจุดต่าง ๆ เหล่านี้ อย่างที่ JI เคยทำเกาะทางใต้ของฟิลิปปินส์มาแล้ว ซึ่งจะทำให้พวกเขาสามารถอ้างว่าสามารถควบคุมสถานการณ์ ณ จุดนั้น ซึ่งก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาใหญ่ได้...”
และถ้าหากนายกฯอังกฤษตัดสินใจตระเวนมาแถบนี้เพื่อจับเข่าคุยผู้นำอินโดฯ มาเลเซียและสิงคโปร์เรื่องนี้ ก็คงจะมีอะไรในกอไผ่แน่นอน
เพราะอังกฤษก็ยอมรับว่าคนของเขาเป็นร้อยได้เข้าร่วมกับ ISIS ในซีเรียและอิรักแล้วเหมือนกัน









