ผมไปเที่ยวอิหร่านมา 6-7 วันช่วงต้นเดือนมิถุนายน ก่อนไปได้ค้นหาข้อมูลไปบ้าง แม้จะยังไม่รู้อะไรมาก แต่ก็แตกต่างจากที่เคยรับรู้มาก่อนหน้านี้
อาณาจักรเปอร์เซียในยุค 2,500 ปีที่แล้ว คืออาณาจักรที่มีพื้นที่กว้างขวางที่สุด ซากของเมืองโบราณ Persepolis คือมรดกโลกที่เก่าแก่และน่าทึ่งมาก
อิหร่านในปัจจุบันเป็นประเทศในกลุ่มมุสลิมในเอเชียตะวันตก แต่เปอร์เซียและยุคก่อนหน้านั้นที่เป็นอาณาจักรโบราณมาไม่น้อยกว่า 2,500 ปี มีวัฒนธรรมของตนเอง ก่อนที่จะมาเป็นอิสลามภายหลัง ชาวเปอร์เซียเป็นคนเชื้อสายอินโดอารยัน ไม่ใช่อาหรับ มีภาษาฟาร์ซีของตนเอง ซึ่งต่างจากภาษาอารบิก มีศิลปวรรณกรรมของตนเองมาช้านาน
ในปี 1979 เมื่อ 26 ปีที่แล้ว ประมุขประเทศคือชาห์ ปาเลห์วี ถูกประชาชนลุกฮือเดินขบวนต่อต้าน อยาตุลเลาะห์ โคไมนี ผู้นำทางศาสนาผู้ลี้ภัยทางการเมืองอยู่ในฝรั่งเศส เป็นผู้ให้แรงบันดาลใจและนำการเคลื่อนไหว รัฐบาลชาห์ ปาเลห์วี ถูกโค่นโดยการเดินขบวน (ทหารทิ้งปืนไปเข้าข้างประชาชน) อิหร่านเปลี่ยนการปกครองเป็นแบบรัฐอิสลามที่เคร่งครัด ผู้นำทางศาสนามีอำนาจทางการเมืองมากกว่าผู้นำรัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้ง แต่มีการกลั่นกรองอนุมัติผู้สมัครโดยคณะผู้นำทางศาสนา
ชาห์ ปาเลห์วี เป็นลูกของนายทหารที่ยึดอำนาจจากกษัตริย์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 และตั้งตัวเป็นกษัตริย์ (ซึ่งต่างจากตรุกีที่นายทหารยึดอำนาจจากสุลต่าน และเปลี่ยนระบอบการปกครองเป็นสาธารณรัฐ) ชาห์ ปาเลห์วี ได้เป็นกษัตริย์ต่อมา เขาเป็นพวกนิยมอเมริกัน ให้ผลประโยชน์ในเรื่องน้ำมันและอื่นๆ แก่รัฐบาลสหรัฐฯ มาก พยายามจะพัฒนาเศรษฐกิจให้ทันสมัยแบบทุนนิยมตะวันตก รวมทั้งไม่เคร่งศาสนา เปิดเสรีเรื่องวัฒนธรรมแบบตะวันตกมาก แต่ก็เป็นรัฐบาลที่แสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว ทุจริตฉ้อฉลและปราบปรามฝ่ายค้านอย่างรุนแรง ชาห์ ปาเลห์วี ยังร่วมมือกับหน่วยสืบราชการลับสหรัฐฯ โค้นล้มรัฐบาลอิหร่านที่มีนายกรัฐมนตรี (จากการเลือกตั้ง) ที่มีนโยบายชาตินิยม ทำให้ชาวอิหร่านเกลียดทั้งชาห์ ปาเลห์วี และสหรัฐฯ ภายหลังจากการปฏิวัติอิสลามแล้ว สหรัฐยังหนุนรัฐบาลอิรักให้ยุคนั้นให้ทำสงครามรุกเข้าไปในอิหร่าน ผู้คนตายและประเทศเสียหายมาก ทำให้ชาวอิหร่านเกลียดรัฐบาลสหรัฐฯ มากขึ้น
การปฏิวัติโค่นล้มรัฐบาลชาห์ ปาเลห์วี ได้รับความร่วมมือจากประชาชนหลายฝ่าย ทั้งพวกเคร่งศาสนาเสรีนิยม สังคมนิยม แต่หลังการปฏิวัติ ฝ่ายศาสนาที่จารีตนิยมและมีอำนาจมาก ได้ปราบปรามพวกสังคมนิยม เสรีนิยม ทำให้อิหร่านสวิงไปทางศาสนานิยม จารีตนิยมแบบสุดโต่ง ทั้งๆ ที่อิหร่านมีทรัพยากรทั้งคน น้ำมัน แก๊ส (เป็นประเทศใหญ่ มีประชากรกว่า 70 ล้านคน) มีพื้นฐานการศึกษาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวัฒนธรรม ที่น่าจะพัฒนาได้มากกว่าหลายประเทศในกลุ่มประเทศแถบนี้
ปัญหาอื่นคือความเสียหายจากการถูกอิรักบุก การถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ และยุโรป การปกครองแบบเคร่งศาสนาที่เข้มงวดสุดโต่ง ทำให้ปัญญาชน คนมีการศึกษาอพยพออกไปทำงานและใช้ชีวิตในต่างประเทศกันมาก
ในแง่การท่องเที่ยว อิหร่านซึ่งเป็นประเทศเก่าแก่ 2-3 พันปีขึ้นไป มีความน่าสนใจในแง่โบราณคดี ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม ศิลปวัฒนธรรมต่างๆ มีเมืองเก่าที่มีโบราณสถาปัตยกรรม มัสยิด พระราชวังที่เป็นมรดกโลก อยู่ในหลายจังหวัด เช่น เอสฟาฮัน, ยาร์ด, เชียเรซ ในเทหรานเมืองหลวงเองก็มีวังและพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอยู่บ้าง แต่เป็นเมืองใหญ่มาก ที่ดูจะขยายตัวแบบไม่ค่อยมีผังเมืองที่ดี รถติดมาก สู้ต่างจังหวัดบางแห่งไม่ได้ การเดินทางในอิหร่านทั้งเครื่องบิน รถไฟ ถนนหนทางสะดวกใช้ได้ โรงแรม อาหารการกิน รสชาติที่มักผสมเครื่องเทศใช้ได้ บางอย่างอร่อยด้วย สำหรับคนที่พร้อมจะเปิดรับวัฒนธรรมของชาติอื่น สนามบินและการให้บริการยังค่อนข้างเก่า ล้าสมัย เครื่องบินภายในประเทศที่เราไปเสียเวลา 6-7 ชั่วโมง คนอิหร่านในเครื่องราว 80% ประท้วงขอค่าโดยสารคืน ด้วยการไม่ยอมลงจากเครื่องบิน จนกว่าจะเจรจากับผู้จัดการ แต่ก็ได้ผลแค่จะให้บินฟรีหรือลดครึ่งราคาในครั้งต่อไป
ผมไปกับเพื่อนอีก 4 คน ซื้อทัวร์ที่ทางอิหร่านจัดเป็นโปรแกรมให้ สถานที่ท่องเที่ยวและเมืองท่องเที่ยวอยู่ไกลกัน เดินทางด้วยขนส่งสาธารณะกันเองคงจะลำบากหน่อย แท็กซี่ก็พูดกันไม่เข้าใจ คนอิหร่านโดยทั่วไปนิสัยดี ชอบทักทายอยากรู้จักคนต่างชาติ นักท่องเที่ยวผู้หญิงอาจจะอึดอัดหน่อย เพราะกฎหมายศาสนาบังคับให้ผู้หญิงทุกคนต้องใช้ผ้าคลุมผมในที่สาธารณะตลอดเวลา และต้องแต่งตัวให้มิดชิด เรียบร้อยด้วย แต่ถ้าเราเคารพวัฒนธรรมของชาติอื่น โดยเฉพาะเมื่อไปบ้านเขา เรื่องแค่นี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร กิตติศัพท์ที่ประเทศตะวันตกสร้างภาพว่า อิหร่านเป็นประเทศของพวกอิสลามสุดโต่ง หัวรุนแรง เวลาไปเที่ยวเราก็ไม่ได้รู้สึกอะไรอย่างนั้นเลย
อิหร่านเป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยวในแง่ศิลปวัฒนธรรมประเทศหนึ่ง แม้จะมีปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองกับเพื่อนบ้าน ก็อยู่ทางชายแดนที่ห่างไกลจากแหล่งท่องเที่ยว และตอนนี้ไม่ได้คุกรุ่นเหมือนบางยุค ความไม่ปลอดภัยจากคนโกง หรือนักล้วงกระเป๋า ดูจะมีน้อยกว่าในยุโรปหลายประเทศ ทั้งๆ ที่คนส่วนใหญ่ยากจน ในท่ามกลางคนรวยมีคนชั้นกลางส่วนน้อยแบบประเทศทุนนิยม คนอิหร่านดูจะมีวัฒนธรรมแบบชาวชนบทในซีกโลกตะวันออก และการเคารพศาสนาดีกว่าคนหลายประเทศที่ถูกทุนนิยม บริโภคนิยม ครอบงำมากไป ใครสนใจไปเที่ยวควรเลือกไปฤดูใบไม้ผลิหรือใบไม้ร่วง อากาศจะดีกว่าช่วงมิถุนายนที่ผมไป ซึ่งเริ่มร้อนพอๆ กับบ้านเรา
อิหร่านเป็นประเทศเก่าแก่มีความซับซ้อน และความขัดแย้งทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม ซ่อนอยู่สูง ที่เราควรศึกษาแบบวิเคราะห์และมองอย่างรอบด้าน ไม่น่าจะมองอิหร่านหรือประเทศแถบนี้แบบขาวหรือดำสุดโต่ง อย่างที่รัฐบาลสหรัฐฯ ชอบสร้างภาพ (แบบหาผลประโยชน์เข้าตัว) หรือไม่ควรมองแบบศาสนานิยมหรือชาตินิยมจนเกินไป เราน่าจะศึกษาประเทศแถบนี้เพิ่มขึ้น นอกจากพวกเขามีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนที่ต่างจากไทยแล้ว ในอนาคตอิหร่านและประเทศแถบนี้ ที่มีประชากรวัยเด็กและวัยหนุ่มสาวเป็นสัดส่วนสูง รวมทั้งมีน้ำมัน ก๊าสธรรมชาติมาก จะเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นประเทศที่มีบทบาทในระดับโลกเพิ่มขึ้นอย่างสำคัญ






