ข้อตกลง Bretton Woods กลายเป็นปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ทั่วโลกจะต้องยอมรับและถือเงินดอลลาร์ไว้
เนื่องจากเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาเป็นเพียงเงินตราสกุลเดียวที่ยึดโยงกับทองคำ ดอลลาร์จึงมีค่าเปรียบเสมือนทองคำ ต่อมายิ่งสหรัฐอเมริกามีสิทธิมีเสียงในองค์กร อย่างกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก ในการให้เงินกู้ยืมแก่ประเทศต่างๆ เงินดอลลาร์จึงมีสถานะแห่งความเป็นเงินตราระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น
จีนเองก็มีความปรารถนาที่จะให้เงินหยวนเป็นเงินตราระหว่างประเทศเช่นเดียวกัน และได้มีความพยายามอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2007 ตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นมา บริษัทจีนได้รับอนุญาตให้ส่งสินค้าออกในรูปเงินหยวน และบริษัททุกประเภทสามารถชำระสินค้าเข้าได้ในรูปเงินหยวน ตั้งแต่ปี 2012 บริษัทที่มีใบอนุญาตส่งออกและนำเข้า สามารถรับชำระและชำระราคาด้วยเงินหยวนโพ้นทะเลได้ ด้วยเหตุที่ธุรกรรมที่ใช้สิทธิของเงินหยวนดังกล่าวเป็นผู้นำเข้าเสียส่วนใหญ่ เงินหยวนจึงไหลออกในปริมาณที่สูง
แหล่งที่มาของเงินหยวนในตลาดโพ้นทะเลอีกทางหนึ่งก็คือ การที่ Bank of China ในฮ่องกงได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนเงินหยวนเป็นเงินสกุลอื่นๆ ให้แก่บริษัททุกประเภทได้ สัญญาแลกเปลี่ยนเงินหยวนกับเงินตราสกุลอื่น ที่ทำกับธนาคารกลางประเทศต่างๆ 24 ประเทศ ก็เป็นแหล่งที่ทำให้เกิดสภาพคล่องเงินหยวนโพ้นทะเลเช่นเดียวกัน โดยมีจำนวนรวมทั้งสิ้นถึง 2,600 ล้านหยวน แต่ยกเว้นฮ่องกงกับเกาหลีแล้ว ไม่มีประเทศอื่นที่ใช้สิทธิตามสัญญาเลย
ในขณะเดียวกัน การแลกเปลี่ยนระหว่างเงินหยวนกับเงินตราสกุลอื่นได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านเงินดอลลาร์จะสามารถลดค่าธรรมเนียมหรือส่วนต่างของการแลกเปลี่ยนเงินตราลงได้ครั้งหนึ่ง ปัจจุบันนี้เงินเยนญี่ปุ่น เงินรูเบิลรัสเซีย เงินดอลลาร์ออสเตรเลีย และเงินปอนด์สเตอร์ลิงเท่านั้นที่ทำได้ นอกเหนือไปจากเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา
แม้กระนั้นก็ตาม ปริมาณเงินหยวนในตลาดโพ้นทะเลมีจำนวนรวมกันประมาณ 1,400 ล้านหยวน หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ 4 ของปริมาณเงินหมุนเวียนของจีนในความหมายแคบ
อัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนภายในประเทศจีน ถูกควบคุมโดยธนาคารกลางจีนไม่ให้มากกว่า +1% ในหนึ่งวัน แต่อัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนในตลาดฮ่องกง สามารถเปลี่ยนเแปลงได้อย่างอิสระ แต่ด้วยความคาดหมายว่า เงินหยวนจะมีค่าสูงขึ้น ทำให้เกิดความต้องการเงินหยวนมากกว่าจำนวนที่มีอยู่ และทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนในฮ่องกงมีค่าสูงกว่า ในทำนองเดียวกัน สินทรัพย์ในรูปเงินหยวนก็เป็นที่ต้องการเช่นเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ชาวต่างประเทศสามารถลงทุนในสินทรัพย์เงินหยวน หรือการลงทุนโดยตรงด้วยเงินหยวนภายในประเทศจีนได้อย่างจำกัด การลงทุนของชาวจีนหรือบริษัทจีนในต่างประเทศ ก็ถูกจำกัดเช่นเนดียวกัน แต่ที่น่าสังเกตก็คือ การนำเงินหยวนเข้าหรือออกจากประเทศจีน ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการลงทุนโดยบริษัทจีน สามารถกระทำได้โดยไม่จำกัดและด้วยอัตราแลกเปลี่ยน 1:1
เนื่องจากค่าเงินหยวนทางการของจีนมีแนวโน้มแข็งค่า ค่าเงินหยวนโพ้นทะเลจึงมักจะซื้อขายในราคาสูงกว่าในจีน ทำให้ผู้ใช้เงินหยวนโพ้นทะเลเป็นผู้นำเข้าของจีนเป็นส่วนใหญ่ แต่อัตราดอกเบี้ยของเงินหยวนโพ้นทะเลที่ต่ำกว่า ไม่อาจดึงดูดให้นักลงทุนภายในจีนมากู้ยืมได้ เนื่องจากการควบคุมการไหลเข้าออกของทุนที่ค่อนข้างเข้มงวดของจีน
ความเห็นของประเทศตะวันตกเกี่ยวกับตลาดเงินทุนในจีน มักจะเป็นไปในทางที่ว่า ประชาชนโดยทั่วไปได้อัตราผลตอบแทนต่ำ ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากยังสูงกว่าไทย ประชาชนอาจจะมีโอกาสเข้าถึงตลาดพันธบัตรได้น้อยกว่า และตลาดทุนอาจจะมีความผันผวนและเสถียรภาพไม่ดีนัก แต่การเปิดตลาดเงินตลาดทุนให้เสรีโดยสิ้นเชิง อาจจะทำให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และการไหลเข้าออกของเงินทุนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออก ระบบเศรษฐกิจโดยรวม และความมั่นคงทางการเมืองได้
ดังนั้น การเปิดเสรีของตลาดเงินหยวนแบบค่อยเป็นค่อยไป ตามนโยบายที่จีนใช้อยู่ในปัจจุบันนี้ จึงถือว่าเป็นแนวทางที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดต่อความมั่นคงของประเทศ
ความเห็นของประเทศตะวันตกยังเป็นไปในทางที่ว่า การเปิดเสรีตลาดเงินตลาดทุนเป็นเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การเป็นเงินตราระหว่างประเทศของเงินหยวน การบรรยายประวัติศาสตร์ของศูนย์กลางการเงิน ที่มีเงินตราสกุลของตนเป็นเงินตราระหว่างประเทศในตอนต้น คงจะแสดงนัยสำคัญไว้แล้วว่า การค้าระหว่างประเทศขนาดใหญ่ ไม่ใช่เส้นทางไปสู่ความเป็นเงินตราระหว่างประเทศ การพัฒนาตราสารทางการเงิน ตลอดจนถึงตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยน ไม่ใช่เส้นทางโดยตรงไปสู่ความเป็นเงินตราระหว่างประเทศ แต่ความมั่งคั่งเพียงพอที่จะให้เงินกู้ยืมแก่ต่างประเทศเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้ประเทศต่างๆ ยอมรับเงินกู้ยืม ในรูปของเงินตราของประเทศผู้ให้กู้ยืม อย่างในกรณีของอังกฤษและสหรัฐอเมริกา ระดับการพัฒนาของตราสารทางการเงิน เป็นเพียงเครื่องมือที่จะรองรับเพื่อไปสู่เป้าหมายดังกล่าว อย่างน้อยที่สุด ไม่มีความจำเป็นจะต้องเปิดเสรีหรือพัฒนาสถาบันการเงินและตลาดทุนทั้งระบบ
จีนเองอาจจะเห็นศักยภาพของตนเองในเรื่องนี้ Asian Infrastructure Investment Bank (AIIB) จึงเกิดขึ้นในปีนี้ ด้วยทุนจดทะเบียนที่คาดว่าจะมากถึง $100 bnบางคนฟังแล้วอาจจะตกใจ แต่ทุนเรียกชำระเบื้องต้นจะมีเพียง $10 bn เท่านั้น ซึ่งสามารถให้เงินกู้ยืมได้ประมาณ $127 bn แต่จีนไม่ได้มีเท่านี้ Exim Bank of China เบิกจ่ายเงินกู้ในปี 2014 รวมประมาณ $60 bn ซึ่งถือได้ว่ามีขนาดใหญ่กว่า US Exim Bank ไปแล้ว เท่านี้ก็คงเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า จีนมองเห็นศักยภาพของตนเองและความสำคัญของการให้เงินกู้ยืมแก่ประเทศต่างๆ แต่ด้วยเหตุที่เงินหยวนโพ้นทะเลยังมีเพียงร้อยละ 4 ของปริมาณเงินหมุนเวียน และแม้แต่ปริมาณเงินหมุนเวียนเงินหยวนเอง ก็ยังมีขนาดเล็กมาก คือ 1/6 ของสหรัฐอเมาริกา 1/4 ของเงินปอนด์ และ 1/14 ของเงินยูโร จีนจึงยังต้องใช้ความพยายามอีกมาก หรือไม่ก็คงต้องเปิดเสรีทางการเงินเท่านั้น
ดังนั้น การมองบทบาทของจีนในการค้าระหว่างประเทศที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงเป็นการมองจีนในแง่ดีจนเกินไป โดยที่ไม่ได้พิจารณาด้านอื่นประกอบด้วย อย่าลืมว่าเท่าที่มีสถิติพอให้ประมาณการได้ เงิน Eurodollar มีขนาดเป็นประมาณ 10 เท่าของ US Money Supply M1ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ $3 tn ถ้าหากเงินหยวนสามารถแซงหน้าเงินปอนด์สเตอร์ลิง ซึ่งมีส่วนแบ่งในตลาดเงินยูโรน้อยที่สุดที่ 5% ได้ ก็ถือว่าน่าพอใจแล้ว
ความพยายามในการทำให้เงินหยวน มีการใช้งานในตลาดโลกจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะไปลดความต้องการใช้เงินดอลลาร์ไปในเวลาเดียวกัน ซึ่งจะทำให้ค่าเงินดอลลาร์ค่อยๆ ลดลงในระยะยาว แม้ว่าลักษณะเช่นนี้จะทำให้ความมั่งคั่งของจีนลดลงตามค่าเงินดอลลาร์ แต่ก็เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และสามารถควบคุมได้ ในขณะที่การเปิดเสรีตลาดเงินตลาดทุนของจีนตามที่ประเทศตะวันตกเรียกร้องนั้น ทำให้แนวโน้มค่าเงินหยวน/ดอลลาร์ มีโอกาสเป็นไปได้หลายทิศทาง เนื่องจากเงินทุนภายในประเทศจีนมีโอกาสทั้งไหลออกและเข้าอย่างมหาศาลได้ทั้งสองทาง
ทั้งนี้ เพราะว่าบางภาคเศรษฐกิจ ก็ให้อัตราผลตอบแทนน้อยเกินไป ในขณะที่บางภาคส่วน เช่น ธนาคาร กลับให้อัตราผลตอบแทนสูงกว่าในไทย เป็นต้น ความค่อยเป็นค่อยไปจึงน่าจะเป็นผลดีแก่การรักษาความมั่นคงทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองภายในของจีน
กล่าวโดยสรุปแล้ว ตัวอย่างศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศและเงินตราระหว่างประเทศที่สำคัญบอกว่า การขยายเงินให้กู้ยืมแก่ต่างประเทศในปริมาณมาก ด้วยการสนับสนุนของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของระบบตลาดเงินตลาดทุนระดับหนึ่ง จะเป็นหนทางไปสู่เป้าหมายในการบรรลุความเป็นศูนย์กลางการเงินระหว่างประเทศ และเงินตราระหว่างประเทศได้ดีที่สุด การมองของประเทศตะวันตกที่ว่า บทบาททางการค้าระหว่างประเทศของจีน ที่มีส่วนแบ่งในตลาดโลกสูง ไม่ใช่เป็นปัจจัยที่จะนำไปสู่ความเป็นเงินตราระหว่างประเทศ การเปิดเสรีของตลาดเงินและตลาดทุนก็ไม่มีความจำเป็นเช่นเดียวกัน
โปรดสังเกตว่า ข้อเรียกร้องของประเทศตะวันตกเหล่านี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสื่อสารมวลชนและนักค้าเงิน ตั้งอยู่บนความรู้สึกมากกว่าวิชาการที่มีข้อมูลสนับสนุนอย่างจริงจัง เส้นทางของเงินหยวนไปสู่ความเป็นเงินตราระหว่างประเทศ จึงยังคงเป็นเส้นทางที่ยาวไกล การจัดตั้ง AIIB ถือเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่ง นอกเหนือไปจากการให้เงินกู้ยืมผ่าน China Exim Bank






