ยุคเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น จากเคยควักเงินซื้อสินค้าและบริการในทันทีที่ “ถูกใจ”
ต้องใช้เวลาไตร่ตรอง พินิจพิเคราะห์อย่างรอบคอบ ยิ่งหากไม่มั่นใจว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะกลับมาสู่ “ขาขึ้น” อย่างชัดเจนได้ในเร็ววันหรือไม่ จึงใช้เวลาตัดสินใจซื้อนานขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการระดมสารพัดกลยุทธ์ กระตุ้นการจับจ่ายทุกรูปแบบ ในห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ย่านการค้าต่างๆ เวลานี้ เต็มไปด้วย ป้าย SALE สีแดง ละลานตา
ทุกธุรกิจจัดกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขายด้วยการ “ลดแลกแจกแถม” ชนิดที่ว่า “รายสัปดาห์” กันเลยทีเดียว กลยุทธ์ราคาถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการกระตุ้นยอดขาย เพราะเชื่อว่าน่าจะได้ผลมากที่สุดในช่วงที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า และทำอย่างไรให้จ่ายได้น้อยที่สุด ดังนั้นยิ่ง “คู่แข่ง” ลดแรงเท่าไหร่ แน่นอนว่า ผู้ประกอบการอีกรายอาจต้องยอมเฉือนเนื้อ “ลดแรงกว่า”
นับเป็นช่วงนาทีทองของผู้บริโภค หรือ ผู้ซื้อ หากเทียบช่วงเศรษฐกิจดี ประชาชนมีรายได้สูง ตัดสินใจซื้อโดยยึดหลักความพึงพอใจ สนองความต้องการ มากกว่าความจำเป็นต้องใช้ “ราคา” จึงไม่ใช่องค์ประกอบหลัก ต่อให้สินค้าหรือบริการนั้นๆ ราคาสูงขนาดไหน แต่หากถูกตา ต้องใจ ก็พร้อมควักจ่ายแบบไม่มีอิดออด
อานิงส์จากการแข่งขันลดราคา อัดฉีดสิทธิประโยชน์จูงใจต่างๆ ของผู้ประกอบการ ทำให้ผู้บริโภคสามารถหาซื้อสินค้าได้ในราคาถูก ไม่เพียงสินค้าอุปโภคบริโภคจัดแคมเปญลดกระหน่ำ ซื้อ 1 แถม 1 ซื้อ 3 จ่าย 2 ซื้อสินค้าสามารถแบ่งชำระได้ 0% นาน 3 เดือน 6 เดือน หรือ 10 เดือน หากแต่สินค้าแทบทุกแขนงล้วนใช้มาตรการทางด้านราคาเพื่อกระตุ้นยอดขายด้วยกันทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น รถยนต์ ผ่อน 0% นาน 48 เดือน ถอยรถวันนี้ไม่มีเงินดาวน์ หรือระยะเวลาการผ่อนชำระนาน 84 เดือน
ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ สร้างแรงจูงใจเร่งการตัดสินใจด้วยแคมเปญ อยู่ก่อนผ่อนทีหลัง ผ่อนดาวน์ ดาวน์ 99 บาท ฟรีค่าธรรมเนียม แถมเฟอร์นิเจอร์ ซื้อบ้านแถมรถ แม้กระทั่งสินค้าแบรนด์เนมทั้งหลาย ยังสามารถผ่อน 0% นาน 6 เดือน 10 เดือน ได้แล้ว โดยไม่ต้องข้ามน้ำข้ามทะเลไปช้อปถึงต่างประเทศ เรียกว่า ซื้อหาในเมืองไทยได้ทั้งแบ่งชำระ ได้ทั้งสะสมแต้ม เป็นมูลค่าเพิ่มที่กลับคืนเป็นเงินสด บัตรกำนัลเงินสด หรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ
ปัญหาเศรษฐกิจซบเซาในไทย หรือเข้าขั้นวิกฤติในหลายประเทศทั่วโลกยังมีผลโดยตรงต่อภาคธุรกิจ หากไม่สามารถประคองยอดขาย รักษาผลกำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพ กระทบต่อสภาพคล่องทางธุรกิจ ย่อมนำมาซึ่งหายนะร้ายแรงสุดถึงขั้น “ปิดกิจการ” ห้วงเวลานี้จึงถือเป็นโอกาสทองของบรรดากลุ่มธุรกิจ “ทุนหนา สายป่านยาว” เดินหน้าช้อปของถูกทั้งในและต่างประเทศเข้าพอร์ตได้ด้วยเช่นกัน
โดยเฉพาะกิจการอสังหาริมทรัพย์ทั้งประเภทที่อยู่อาศัย โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า ร้านค้าปลีก ร้านอาหาร ภัตตาคาร ที่ต้องการสร้าง Economies of Scale รูปแบบของการ “ซื้อหรือควบรวมกิจการ” เป็นสูตรลัดผลักดันธุรกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางโลกการค้าเสรีเวทีการแข่งขันเปิดกว้างขึ้นด้วย แม้จะอยู่ในประเทศ แต่คู่แข่งมาจากนานาชาติทั่วโลก
นาทีทองเปิดโอกาสผู้บริโภค นักลงทุน ช่วยกันซื้อ ย่อมสร้างเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ!!









