คำว่า Startup เริ่มเป็นที่สนใจกันมากขึ้น มีผู้เชียร์กันมากว่าต้องการให้ Startup เกิดขึ้นมากๆในไทย เพื่อที่จะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
เหมือนกับที่ Startup ในซิลิคอนวัลเลย์ ของสหรัฐ สร้างความฮือฮาเมื่อ 10-20 ปีมาแล้ว
ซึ่งก็น่าจะเป็นเวลาใกล้ๆ กันกับที่คำว่า Entrepreneur เริ่มฮิตในประเทศไทยเหมือนกัน
ความเข้าใจต่อคำว่า Startup สำหรับคนไทยก็น่าจะแตกต่างกันออกไป เพราะยังไม่มีใครที่พอจะให้คำนิยามที่แน่นอนและเป็นที่ยอมรับสำหรับคนอื่นๆ ที่จะใช้คำนิยามเดียวกัน
ตอนนี้ก็คงจะอยู่ในสภาพที่ว่า ต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างเข้าใจเอาเองว่า Startup น่าจะเป็นอย่างไร
แต่แนวโน้มใหญ่ๆ ก็คงจะหมายถึงผู้ที่ต้องการสร้างธุรกิจใหม่ที่เป็นของตนเองขึ้นมา
แต่ทุกคนที่เป็นคนสร้างธุรกิจใหม่ของตนเองขึ้นมาได้ จะเรียกว่าเป็น Startup ทุกคนได้หรือไม่ก็ไม่ทราบ
บางคนก็บอกว่า ต้องเป็นธุรกิจไฮเทค หรือ ธุรกิจที่เป็นนวัตกรรม จึงจะเรียกว่า Startup ถ้าเป็นธุรกิจธรรมดาๆ ที่มีอยู่ในท้องตลาดแล้ว ก็ไม่มีสิทธิที่จะเรียกตัวเองว่า Startup
แต่อย่างไรก็ตาม Startup ทั้งหลายก็คงจะต้องหนีไม่พ้นที่จะต้องเกี่ยวข้องการดำเนินการเพื่อก่อตั้งธุรกิจใหม่ขึ้นมา
ดังนั้น ปัจจัยพื้นฐานต่างๆ ที่จำเป็นจะต้องมี เพื่อให้การก่อตั้งธุรกิจใหม่ให้สำเร็จ จะมีความสำคัญเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจนวัตกรรม ธุรกิจไฮเทค ธุรกิจเลียนแบบผู้อื่น หรือ ธุรกิจธรรมดาๆ เป็นสิ่งที่ผู้ก่อตั้งธุรกิจใหม่จะต้องทราบและเตรียมตัวไว้ตั้งแต่ก่อนที่จะสร้างธุรกิจใหม่ขึ้นมาให้เป็นรูปเป็นร่างจริงๆ
สำหรับท่านที่เคยทำธุรกิจมาแล้ว หรือมีธุรกิจเดิมอยู่ อาจจะเข้าข่ายเป็น Startup ได้หากต้องการฉีกแนวจากธุรกิจเดิมเข้ามาเล่นในสมรภูมิใหม่ที่แตกต่างไปจากแนวธุรกิจเดิม ก็อาจจะได้เปรียบ Startup ใหม่เอี่ยมถอดด้ามจริงๆ ที่ยังไม่เคยก่อตั้งธุรกิจด้วยตัวเองมาก่อน
แม้ว่าอาจจะเป็นพนักงานหรือผู้บริหารมืออาชีพที่อยู่ในฐานะลูกจ้างมาก่อนก็ตาม
สิ่งแรกที่ควรต้องรู้ก็คือ ปัจจัยสำคัญของการก่อตั้งธุรกิจ จะมีอยู่อย่างน้อย 4 เรื่อง ได้แก่ ทุน ที่ดิน แรงงาน และความเป็นผู้ประกอบการ
ปัจจัยทั้ง 4 นี้ ต้องได้รับการเตรียมจัดหาให้พร้อม ในจำนวนที่เหมาะสมกับธุรกิจที่ต้องการจะทำ ไม่ว่าจะเป็น ประเภท ขนาด ลักษณะ หรืออุตสาหกรรมที่ต้องการจะเข้าไปเป็นผู้เล่นหน้าใหม่
ทุน ทางธุรกิจ หมายถึง เงินหรือทุนทรัพย์ที่ต้องนำมาใช้ในการเริ่มต้นธุรกิจ ซึ่งอาจหมายความรวมถึงอาคาร เครื่องจักรและอุปกรณ์ ที่ต้องใช้ในการผลิตสินค้าหรือให้บริการ ที่เพียงพอให้สินค้าหรือบริการที่ผลิตขึ้น สามารถอยู่ได้ในตลาดจนทำกำไรได้ด้วยตัวเอง
อาจหมายความรวมถึงหุ้นส่วนที่จะนำเงินมาร่วมทุนเพื่อแบ่งความเป็นเจ้าของในธุรกิจด้วย
ที่ดิน สำหรับการทำธุรกิจ จะหมายถึงที่ดินที่เป็นที่ตั้งของธุรกิจ รวมถึงแหล่งทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งที่จะป้อนวัตถุดิบให้แก่ธุรกิจ เช่น ทะเล ป่าไม้ เหมืองแร่ หรือ แหล่งน้ำมันดิบ ที่ดิน เป็นทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการปลูกพืชเชิงพาณิชย์ หรือการก่อสร้างโรงงานผลิต เพื่อให้ได้มาซึ่งผลิตภัณฑ์ที่จำเป็น หรือผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าอยากได้เป็นเจ้าของ ไปนำเสนอในตลาด ที่ดินที่เป็นปัจจัยในการทำธุรกิจนี้ อาจจะต้องจัดซื้อ หรือจะเข่ามาก็ได้
แรงงาน หมายถึงงานหรือกิจกรรมที่กระทำโดยบุคคลากรของธุรกิจ เพื่อทำให้เกิดการผลิตหรือการให้บริการ ตัวอย่างของแรงงานทางธุรกิจ อาจได้แก่ พนักงานต้อนรับ, มัคคุเทศก์, พ่อครัว, วิศวกร, ผู้ดูแลแรงงาน, ผู้ให้การอบรมหรือสอนงาน ฯลฯ เป็นต้น
นอกจากนี้ แรงงานทางธุรกิจอาจแบ่งออกได้เป็น พนักงานประจำที่กินเงินเดือน และพนักงานชั่วคราวที่กินค่าแรงรายวัน
ความเป็นผู้ประกอบการ หมายถึง ทักษะการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ทรัพยากรทางธุรกิจเพื่อผลิตสินค้าหรือบริการ ที่สามารถตอบสนองความจำเป็นหรือความต้องการของลูกค้าและสร้างกำไรให้ธุรกิจได้ตามเป้าหมาย
ความเป็นผู้ประกอบการ ยังหมายความรวมไปถึง ความสามารถในการตัดสินใจ และ ความสามารถในการรับความเสี่ยง ของเจ้าของธุรกิจอีกด้วย
Startup ต้องแบ่งเวลามาคิดว่าจะแสวงหาปัจจัยพื้นฐาน 4 ประการนี้มาได้อย่างไร ในปริมาณเท่าใด และในช่วงเวลาใด
ไม่ใช่ทุ่มแต่ความคิดไปกับการสร้างสรรค์จินตนาการและการทดลองสินค้าที่ล้ำสมัย โดยเฉพาะเป็นสินค้าแปลกใหม่ที่ตลาดยังไม่รู้จักแต่เพียงอย่างเดียว
ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องการตลาด ก็มีความสำคัญต่อ Startup เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของการแข่งขัน
การแข่งขันทางการตลาด ไม่ใช่ว่าจะมีแต่เพียงการแข่งขันโดยตรงที่ Startup ต้องเอาชนะผู้เล่นเดิมที่มีอยู่แล้วในตลาด แต่จะต้องคำนึงถึงการแข่งขันจากคู่แข่งทางอ้อมอีกด้วย
ดังนั้น การวิเคราะห์คู่แข่งทั้งทางตรงและทางอ้อม จะต้องเป็นสิ่งที่ Startup ต้องฝึกฝนและละเลยไม่ได้
ความคิดที่ว่า สินค้าที่แปลกใหม่ ล้ำสมัย ยังไม่เคยมีใครเห็นหรือทำได้มาก่อน จะสร้างยอดขายได้อย่างถล่มทลายเหมือน บิล เกตต์ หรือ สตีฟ จ๊อบบ์ เคยทำได้นั้น อาจจะไม่เป็นจริงเสมอไป
และคาถาที่ Startup จะต้องท่องและหาคำตอบให้ขึ้นใจไว้ก่อนก็คือ จะขายอะไร จะขายให้ใคร จะขายอย่างไร และที่ต้องไม่ลืมเลยก็คือ
จะเก็บเงินอย่างไร????






