วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จะปฏิรูปประเทศได้ต้องคิดให้ไกลกว่าตัวรัฐธรรมนูญ

รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายหรือกติกาสังคมที่สูงสุดก็จริง แต่ก็เป็นแค่ตัวหนังสือที่ช่วยชี้แนวทางการบริหารจัดการประเทศอย่างกว้างๆ เท่านั้น

 จะมีผลต่อการปฏิรูปหรือพัฒนาประเทศอย่างไร ขึ้นอยู่กับว่าจะมีการตีความและบังคับใช้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายนั้นๆ ได้มากน้อยเพียงไร เป็นประโยชน์กับใคร

สิ่งที่มีผลมากกว่ากฎหมายรวมทั้งรัฐธรรมนูญด้วยคือ เศรษฐกิจการเมืองที่เป็นจริง เช่น ความเหลื่อมล้ำต่ำสูงระหว่างคนรวย คนมีการศึกษาสูงที่เป็นคนส่วนน้อยกับคนจน คนไม่ค่อยได้รับการศึกษาและข่าวสารที่มีคุณภาพที่เป็นคนส่วนใหญ่ เฉพาะเรื่องนี้เรื่องเดียว เป็นตัวกำหนดความเป็นไปในสังคมมากกว่าตัวรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ

เพราะคนที่มีอำนาจมากกว่า ย่อมจะหาทางทำให้รัฐธรรมนูญและกฎหมายทั้งหมด เป็นประโยชน์ต่อพวกเขาได้มากกว่าประชาชนที่ขาดอำนาจและขาดความรู้ รัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 ก็เขียนไว้ดีในหลายเรื่อง แต่คนมีอำนาจไม่ได้ทำตามเจตนารมณ์แต่อย่างใด

การปฏิรูปการเมือง ไม่ได้มีความหมายแค่การร่างรัฐธรรมนูญใหม่เท่านั้น หากแต่หมายถึงการผลักดันเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการเมืองอย่างขนานใหญ่ ซึ่งต้องปฏิรูปทั้งเรื่องการคลังการเงิน ภาษีงบประมาณ ทรัพยากรภาครัฐที่สำคัญ ปฏิรูประบบบริหารราชการ ปฏิรูปการธนาคารและสหกรณ์ ปฏิรูปการศึกษา และการบริหารจัดการทางสังคมด้านอื่นด้วย จึงจะสามารถทำให้รัฐธรรมนูญและกฎหมาย มีผลบังคับใช้ตามเจตนารมณ์ เพื่อประโยชน์คนส่วนใหญ่อย่างเป็นธรรม และการผลักดันให้การเมืองดำเนินไปในทางที่เป็นประชาธิปไตย เป็นธรรม มีประสิทธิภาพ และมีจินตภาพในการมองการณ์ไกลเพื่อสังคมส่วนรวม

การเลือกตั้ง สส. สว. ฯลฯ เป็นประชาธิปไตยเพียงบางส่วนเท่านั้น ตราบที่สังคมไทยยังมีความไม่เสมอภาคและไม่เป็นธรรม ในหมู่ประชาชนกลุ่มต่างกันสูงมาก คนที่มีโอกาสขึ้นมาเป็นรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นก็จะเป็นคนรวย คนชั้นกลาง ประเภทที่มุ่งหาประโยชน์ส่วนตัว และมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต่ำ ถึงจะเขียนรัฐธรรมนูญอย่างไร ถ้าเศรษฐกิจสังคมของประชาชนยังเหลื่อมล้ำต่ำสูง

การเมืองเลือกตั้งกี่ครั้งก็คงจะได้นักการเมืองหน้าเดิมๆ คิดและมีพฤติกรรมแบบเดิม ใช้เงินใช้อิทธิพลในการดำเนินการทางการเมืองแบบเดิมหรือมากขึ้น และถึงทหารจะทำรัฐประหารและเสียงรัฐธรรมนูญใหม่อีกครั้ง ก็จะเป็นวงจรซ้ำซาก เพราะทหารและคนที่พวกเขารู้จักและไว้วางใจ ก็มีข้อจำกัด ไม่มีขีดความรู้ความสามารถและอุดมการณ์ มากพอที่จะปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจการเมือง ให้มีความเสมอภาคเป็นธรรมเพิ่มขึ้นได้อย่างแท้จริง

สภาร่างรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติ สภาปฏิรูปแห่งชาติ และรัฐบาลชุดปัจจุบัน คงจะหาทางประนีประนอมให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญใหม่ ที่พวกเขาพอยอมรับกันได้ ส่วนหนึ่งอาจจะเขียนทำนองเอาใจประชาชนพลเมือง ส่วนหนึ่งก็หวังว่าจะกีดกันนักการเมือง โดยใช้ข้าราชการ ทหาร คานอำนาจมากขึ้น แต่ก็คงไม่ได้นำไปสู่การปฏิรูปประเทศได้จริงจังมากนัก เพียงแต่พวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่จะต้องจัดให้มีรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งเพื่อให้ทั้งต่างประเทศและคนไทยยอมรับ

ความขัดแย้งระหว่างประชาชนกับกลุ่มคนชั้นนำที่อยู่ในสถานะมีอำนาจ ร่ำรวยกว่าก็คงจะดำเนินต่อไป โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลชุดนี้และชุดต่อไปไม่สามารถปฏิรูปหรือพัฒนาเศรษฐกิจได้ดีพอ เพราะพวกเขาก็เช่นเดียวกับทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ที่คิดได้ในกรอบการพัฒนาเศรษฐกิจแนวทุนนิยม ที่พึ่งพาการลงทุนและการค้ากับต่างชาติ โดยไม่สนใจหาความรู้ใหม่ทางเลือกใหม่ ในการปฏิรูปเศรษฐกิจแนวใหม่ แบบสร้างความเข้มแข็งให้กับคนและการรู้จักใช้ภูมิปัญญา ทรัพยากรในประเทศ

หากวิเคราะห์ตามสภาพการเมืองที่เป็นจริง รัฐธรรมนูญใหม่คงจะออกมากลางๆ ไม่ถึงกับเปลี่ยนแปลงในเชิงก้าวหน้ามาก แต่ก็คงไม่ใช่รัฐธรรมนูญแบบเดิมอีกต่อไป การเมืองคือเรื่องของกระบวนการต่อรองระหว่างคนกลุ่มต่างๆ ที่มีอำนาจและผลประโยชน์แตกต่างกัน จนกว่าจะตกลงกันได้อย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าประชาชนมีความเข้มแข็ง ก็จะต่อรองได้มากหน่อย ทำให้ได้รัฐธรรมนูญที่ดีขึ้นหน่อย แต่ในสภาพที่รัฐบาล และสภาร่างรัฐธรรมนูญสภานิติบัญญัติ สภาปฏิรูปแห่งชาติ เป็นตัวแทนผลประโยชน์ของชนชั้นสูงและชนชั้นกลางบางกลุ่ม ผู้มีอำนาจต่อรองสูงกว่าองค์กรประชาชนที่มีอยู่ และประชาชนทั่วไปยังไม่มีการจัดตั้งองค์กรมากพอ

เราต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงของการเมืองไทยว่า ในปีสองปีข้างหน้า คงไม่เกิดการปฏิรูปที่ให้ประโยชน์ประชาชนจริงจังมากนัก นอกจากการที่นักวิชาการ ทหาร ข้าราชการ พยายามเข้าไปคานอำนาจนักการเมืองจากการเลือกตั้งเพิ่มขึ้นบ้าง แนวคิดเรื่องให้ คสช.อยู่อีก ๒ ปีเพื่อปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เป็นแนวคิดแบบเพ้อฝัน เพราะ คสช.ไม่มีความรู้และไมเก่งพอที่จะปฏิรูปเชิงโครงสร้างได้

การปฏิรูปการเมืองในสังคมที่ล้าหลังแบบไทยๆ คงเป็นกระบวนการทางสังคมที่ต้องระดมกำลังประชาชนในชุมชนต่างๆ ผลักดันจากล่างขึ้นบนในหลายๆ เรื่อง หลายทาง และต้องใช้ขั้นตอนและระยะเวลาพอสมควร การปฏิรูปทางการเมือง ไม่ใช่โครงการสำเร็จรูปชนิดที่ใครหรือกลุ่มใด จะทำเสร็จสมบูรณ์ได้ภายในระยะเวลาหนึ่งหรือสองปี แม้รัฐบาล คสช.จะมีอำนาจเบ็ดเสร็จแต่ระบบราชการและองค์ความรู้ที่ฝ่ายนำมีอยู่ก็ล้าหลังมาก

ประชาชนไม่ควรฝากความหวังไว้รัฐธรรมนูญใหม่มากเกินไป ควรสนใจอ่าน ศึกษา ถกปัญหาทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ที่เป็นจริง ไม่ว่าเรื่องการใช้อำนาจ อภิสิทธิ์ การเอาเปรียบ การทุจริตฉ้อฉล ระบบการศึกษา และระบบราชการ ระบบตำรวจ การบังคับใช้กฎหมายที่ด้อยพัฒนาล้าหลังมาก คนไทยนั้นเขียนรัฐธรรมนูญ เขียนแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคม เขียนพระราชบัญญัติการศึกษาปี 2542 ฯลฯ เก่ง แต่ทำตามที่เขียนไว้ได้น้อยมาก บางทีทำตรงข้ามด้วย เพราะคนมีอำนาจรวมทั้งข้าราชการระดับสูง นักธุรกิจด้วยนั้น ทั้งเห็นแก่ตัวและไม่ค่อยฉลาดเพื่อส่วนรวม

ชนชั้นนำไทยมักมองปัญหาต่างๆ อย่างแยกเป็นส่วนๆ มองปรากฏการณ์ของปัญหาและพยายามแก้ปัญหาเฉพาะจุดแบบง่ายๆ ซึ่งทำให้นอกจากเราได้แต่ตามแก้ปัญหาปลายเหตุ ไม่ค่อยได้ผลแล้วมาตรการแก้ปัญหาบางอย่างยังเปิดช่องโหว่ใหม่ๆ สร้างปัญหาใหม่ๆ ตามมาอีก

การปฏิรูปประเทศไม่ใช่แค่การปฏิสังขรณ์ ปะผุซ่อมแซมของเก่า แต่หมายถึงต้องสร้างของใหม่ ต้องปฏิรูปเปลี่ยนแปลงระบบโครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองสังคมไทย แบบรวมศูนย์ผูกขาดอำนาจ/ผลประโยชน์ในมือชนชั้นนำคนกลุ่มน้อยอย่างถอนรากถอนโคนสังคม ให้เป็นสังคมประชาธิปไตยหรือธรรมาธิปไตยที่มีการกระจายทรัพย์สิน รายได้ การศึกษา และข้อมูลข่าวสาร ที่มีคุณภาพ สิทธิและโอกาสทุกด้าน สถานะทางสังคม สู่ประชาชนอย่างทั่วถึง เป็นธรรม เราถึงจะสร้างประเทศให้เข้มแข็งพอที่จะแข่งขันและอยู่รอดอย่างมีคุณภาพชีวิตได้ นี่คือการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง

ถ้าไม่ทำถึงขั้นนี้หรือทำได้น้อยกว่านี้ ก็ไม่ใช่การปฏิรูป เป็นเพียงการใช้คำใหม่ จากชนชั้นนำกลุ่มใหม่ มาหลอกประชาชนให้ฝากความหวังไว้กับพวกชนชั้นนำอีกกลุ่มเท่านั้น