เหมือนเป็นการเสนอทางเลือก และเท่ากับเป็นการส่งสัญญาณให้รู้ด้วยว่า ถ้าคณะกรรมาธิการ
(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กับ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ยังคงร้องเพลงคนละคีย์ พูดคนละภาษา และแม้แต่กลุ่มก้อนต่างๆใน “สปช.” ยังคงมี
“อัตตา” ที่จะเอาแต่ทางของตนเอง จะเกิดอะไรขึ้น
ร่างรัฐธรรมนูญ หลังจากร่างแรกไม่ผ่าน หรือถูกคว่ำ ทุกอย่างจะอยู่ในมือของ “คสช.” (คณะรักษาความสงบแห่งชาติ) ไม่ว่าใครจะชอบหรือไม่ก็ตาม เพราะเป็นไปตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557
เรื่องที่หก “ถ้ากรรมาธิการยกร่างฯ สิ้นสุดลง ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ให้ตั้งคณะกรรมการที่เรียกชื่อใหม่ว่า ”คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ “คณะกรรมการร่างรัฐจำนวน 21 คน ซึ่งหัวหน้า คสช.เป็นผู้มีอำนาจแต่งตั้ง โดยไม่ต้องนำขึ้นกราบบังคมทูล และไม่ห้ามว่าจะเป็นคนเก่าหรือคนใหม่ด้วย โดยมีประธาน 1 คน และกรรมการไม่เกิน 20 คน ทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และรับฟังความเห็นจากประชาชนให้เสร็จสิ้นใน 6 เดือน หรือ 180 วัน จากนั้นนำไปออกเสียงประชามติ”
แต่แน่นอน, วันนี้คนไทยยังมีทางเลือกที่ดีกว่า ทั้งร่างรัฐธรรมนูญที่ดี และการเลือกตั้งที่เป็นไปตาม “โรดแมพ” เดิม เพียงแต่อาจเพิ่มเวลาในกระบวนการทำ “ประชามติ” ออกไปอีกนิดหน่อยเท่านั้น
เห็นได้ชัด จากที่ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงปฏิทินเลือกตั้ง โดยเฉพาะ หากประชามติร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบจากประชาชน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะไปทำกฎหมายลูกในเดือน กุมภาพันธ์ 2559
จากนั้นจะส่งให้ สนช. (สภานิติบัญญัติแห่งชาติ) พิจารณาในเดือนมีนาคม-เมษายน 2559 ก่อนส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาในเดือนพฤษภาคม2559
เมื่อศาลรัฐธรรมนูญพิจารณารับรองแล้ว จะเข้าสู่ช่วงเตรียมตัวก่อนการเลือกตั้งซึ่งมีเวลา90วัน ตั้งแต่ กรกฎาคม-สิงหาคม 2559 ดังนั้นการเลือกตั้งน่าจะมีขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคม 2559 และใช้เวลาประกาศผลการเลือกตั้งใน 30 วัน
ขั้นตอนหลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนิน ทรงเปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และเมื่อมีการประชุมเลือกนายกรัฐมนตรีแล้ว คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะได้ถวายสัตย์ปฏิญาณ คาดว่าจะเสร็จสิ้นช่วงต้นเดือนตุลาคม 2559 ดังนั้น เมื่อรัฐบาลใหม่เกิดขึ้นในตอนนั้นแม่น้ำทุกสายก็จะพ้นสภาพไปหมด
“ทั้งหมดนี้ ผมไม่ได้แต่งเอง ก็ว่าไปตามปฏิทิน แต่ทั้งหมดหากไม่ผ่านประชามติ ก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง”
ประเด็นก็คือ เราต้องการร่างรัฐธรรมนูญที่ดี แต่ก็ยากที่จะให้ใคร หรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมาตัดสิน ดังนั้นดีที่สุด กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องแก้ไขหรือไม่แก้ไขประเด็นไหน มาตราอะไร อย่างมีเหตุผลอันน่ารับฟังรองรับ มิใช่ถืออคติของตัวเองเป็นที่ตั้ง ซึ่งที่ผ่านมา กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญถูกมองว่ามีปัญหาเรื่องนี้มากที่สุด เป็นขั้นตอนแรก
ขั้นตอนต่อมาอยู่ที่ “สปช.” ว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญนั่นหมายถึงอำนาจตัดสินใจอยู่ในมือ “สปช.” ว่า อยากเห็นรัฐธรรมนูญที่หลายฝ่ายมีส่วนร่วมอยู่พอสมควร หรือ รัฐธรรมนูญ จากคนที่ “คสช.” เลือกเข้ามาเป็นกมธ.ยกร่าง หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านการเห็นชอบของ “สปช.”
สุดท้ายก็อยู่ที่ประชาชนคนไทย ที่จะตัดสินใจลงประชามติว่าจะผ่านร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งก็ต้องเปรียบเทียบกับหากไม่ผ่าน ก็จะได้ “รัฐธรรมนูญฉบับ คสช.” อย่างแท้จริง
นั่นไม่เพียง การเลือกตั้งก็จะต้องยืดยาวออกไป แถมรัฐธรรมนูญที่ดีก็ยังไม่แน่ว่าจะได้ตามที่เราต้องการหรือไม่ เพราะขึ้นอยู่กับ “21อรหันต์” ที่ หัวหน้า คสช.เลือกเข้าไปเป็นสำคัญนั่นเอง
ถ้าเรายังเลือกได้ เราจะเลือกสิ่งที่เราไม่ต้องการไปทำไม? ลองหาคำตอบดู!








