ถนนการเมืองไทยยังมีการปักป้าย “ปรองดองสมานฉันท์” แต่ในสภาพที่เป็นจริง
ยังมีร่องรอยการเคลื่อนไหวอยู่ลึกๆ ด้วยกลยุทธ์ที่หลากหลาย...ฝ่ายกุมอำนาจ ก็แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว เพื่อการรักษาสถานะการนำหรือ “ต่ออายุ” แบบเนียนๆ ส่วนฝ่ายสูญเสียอำนาจ ได้แต่เดินสาย “ทำบุญ” โดยวางเป้าไว้ที่วัดสำคัญๆ อันเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนิกชนในแต่ละภาค
000 แม้ฝ่ายกุมอำนาจ จะควบคุมความมั่นคงไว้เบ็ดเสร็จ แต่สภาวะแวดล้อมทางด้านเศรษฐกิจ ก็ไม่เป็นคุณแก่ผู้ถืออำนาจมากนัก บวกกับ “พลังประชาธิปไตย” ที่ไม่ใช่ “ฝ่ายอำนาจเก่า” เริ่มก่อรูปขบวนการเคลื่อนไหวเชิงอุดมการณ์ ประสานกับ “เครือข่ายชาวบ้าน” ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ และกลุ่มทุน จึงเป็นพลังที่น่าจับตามองในอนาคต
000 ละสายตาจากการเมืองไทย หันไปทางประเทศเพื่อนบ้าน การจากไปของ “สมเด็จเจีย ซิม” ประธานวุฒิสภา และหัวหน้าพรรคประชาชนกัมพูชา ด้วยวัยที่ล่วงเลย 82 ปี ในวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา นับเป็นการสูญเสีย “บุคคลสำคัญ” ของกัมพูชายุค “ระบอบสามสมเด็จ”
000 อะไรคือระบอบสามสมเด็จ? นับจากปี 2522 “เฮง สำริน-เจีย ซิม-ฮุน เซ็น” แปรพักตร์จากเขมรแดงไปสวามิภักดิ์ “เวียดนาม” และจัดตั้งขบวนการกู้ชาติโดยการสนับสนุนกองทัพเวียดนาม จึงโค่นล้ม “ระบอบเขมรแดง” สำเร็จ...หลังจากนั้น เกิดสงคราม “เขมรสี่ฝ่าย” รบราฆ่าฟันกันอยู่หลายปี ก็มีการเจรจาสันติภาพ กลับเข้าสู่การเลือกตั้ง และเป็นราชณาจักรกัมพูชา ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
000 แม้กัมพูชาจะมีเลือกตั้งกี่ครั้ง “พรรคประชาชนกัมพูชา” ภายใต้การนำของ “สามสมเด็จ” คือ สมเด็จเฮง สำริน, สมเด็จเจีย ซิม และ สมเด็จฮุน เซน ก็ชนะเลือกตั้งทุกครั้ง...แต่การปรากฏตัวของ สัม รังสี นักการเมืองดาวรุ่ง ส่งผลให้อิทธิพลทางการเมืองของสมเด็จฮุน เซน กับพวกสั่นคลอน และเมื่อการเลือกตั้งเดือน ก.ค.2556 พรรคประชาชนกัมพูชา ชนะพรรคกอบกู้ชาติแห่งกัมพูชา ฉิวเฉียด อันนำไปสู่ฝ่ายสัม รังสี ปฏิเสธ ผลการเลือกตั้ง และไม่เข้าร่วมการประชุมครั้งปฐมฤกษ์ของสภาแห่งชาติ
000 ดังนั้น “สมเด็จเจีย ซิม” ในฐานะประธานพรรคประชาชนกัมพูชา ได้มอบหมาย “ซอร์ เค็ง” (น้องเขย) รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีมหาดไทยในรัฐบาลปัจจุบัน ทำหน้าที่ประสานการเจรจาทางการเมืองระหว่างสมเด็จฮุน เซน กับ สัม รังสี...เป็นเวลา 1 ปีเต็ม ความพยายามของ ซอร์ เค็ง ก็ประสบผลสำเร็จ เมื่อสามารถไกล่เกลี่ยให้สองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกัน นี่เป็นรูปธรรมแห่งการปรองดองสมานฉันท์จากเพื่อนบ้าน
000 เพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา และลาว เคยเผชิญ “สงครามกลางเมือง” มายาวนาน แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยการเจรจาสันติภาพ และสร้างบรรยากาศแห่งการปรองดองชาติ ซึ่งสภาพ “แตกแยก-แบ่งฝักแบ่งฝ่าย” ในประเทศไทยกินเวลามานานกว่า 9 ปีแล้ว จะจบอย่างไร? เป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบในวันนี้






