วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดิจิทัลอีโคโนมี ทำดีต้องชัดเจน

นโยบายดิจิทัล อีโคโนมี ที่รัฐบาลมุ่งหวังจะนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

       เป็นที่ฮือฮาเมื่อเริ่มพูดถึงหลายเดือนก่อน แต่เมื่อเวลาผ่านไปๆ อัตราก้าวหน้าดูจะเต็มไปด้วยแรงเฉื่อย เรียกได้ว่า เกือบจะไม่คืบหน้า หรือวนไปวนมา แทบจะขยับน้อยมาก เริ่มตั้งแต่การออกร่าง พ.ร.บ. 10 ฉบับออกมา แล้วเกิดเสียงค้านดังกระหึ่มไปทั่วสารทิศ กระทั่งคณะกรรมการทั้งหลายต้องนำกลับไปทบทวน และให้คำมั่นว่าได้แก้ไขจากเดิมไปมาก แต่ก็ยังไม่เปิดให้ดูกันเต็มๆ ตาว่าเปลี่ยนอะไร เปลี่ยนอย่างไร และที่เปลี่ยนมากนั้นมากในทางที่เป็นคุณ หรือเป็นโทษ แม้จะมีเสียงเรียกร้องมาเนิ่นนาน จากภาคประชาชนขอเข้าไปมีส่วนร่วมกับการร่าง หากเสียงนั้นก็เงียบหาย หรือกระบวนการต่างๆ อยู่ในขั้น “ซื้อเวลา” ยื้อไปเรื่อยๆ จนคนค้านลืม ซึ่งไม่น่าจะใช่วิธีการที่ถูกต้องของการทำงานใหญ่ ที่มีผลกระทบต่อทุกคนเช่นนี้

ทั้งนี้ ข้อคิดเห็นของสมาคมอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศไทย (เอทีซีไอ) นับว่าน่าสนใจ และรัฐบาลควรรับฟังไว้บ้าง เพราะนโยบายของรัฐนั้นออกมาเพื่อเอื้ออำนวยประโยชน์แก่ประชาชน ซึ่งสมาคมถือเป็นที่รวมตัวของคนกลุ่มหนึ่งที่คลุกคลีในแวดวงดิจิทัลมานาน ความเห็นที่ออกมาจึงพอจะรับฟังได้ ครั้งนี้สมาคมได้มีมุมมองต่อดิจิทัลอีโคโนมีว่า สิ่งสำคัญคือการผลักดันให้รัฐบาลก้าวสู่ความเป็นดิจิทัลก่อน การทำงานอาจเริ่มจากจุดเล็กๆ ให้เกิดโดมิโน เอ็ฟเฟ็ค ไม่ต้องตั้งหน่วยงานใหม่ ไม่ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาล เริ่มด้วยสถาบันต้นแบบ 3-4 แห่งก็น่าจะไปได้ เมื่อสำเร็จแล้วจึงใช้ต้นแบบเป็นพลังสร้างจุดใหญ่ๆ ต่อไป 

หากที่ผ่านมา การเตรียมการเข้าสู่ดิจิทัลอีโคโนมีของประเทศ ล้วนแต่พูดเรื่องการใช้จ่ายเงินจำนวนมาก เพื่อเปลี่ยนชื่อกระทรวง เพิ่มคน ประกาศโครงการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ ก่อนจะออกสำรวจว่าดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีอยู่ทั้งของรัฐและเอกชนมีอยู่มากน้อยเพียงใด เพียงพอแก่การรองรับบริการหรือไม่ ซึ่งเมื่อประกาศออกไปแล้วก็มีเสียงคัดค้านจากหน่วยงานสำคัญๆ หน่วยงานที่มีผลต่อความมั่นคง ผู้รับผิดชอบก็ได้แต่เลี่ยงไปว่า ข้อมูลสำคัญๆ จะไม่นำมารวมในดาต้าเซ็นเตอร์แห่งชาติ หรือดาต้าเซ็นเตอร์กลางของรัฐ ยังคงให้หน่วยงานนั้นๆ ดูแลเองต่อไป ทำให้เกิดการลดความเชื่อถือ เชื่อมั่น หน่วยงานรัฐต่างๆ ก็จะอ้างว่าข้อมูลที่หน่วยงานของตัวเองดูแลรับผิดชอบอยู่นั้นเป็นข้อมูลสำคัญ นำไปรวมอยู่กับหน่วยงานอื่นไม่ได้ แผนการจะลงทุนที่แม้จะระบุว่าเป็นการส่งเสริมให้เอกชนเข้ามาลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เอง โดยรัฐดูแลกำหนดมาตรฐาน และให้สิทธิประโยชน์บีโอไอ แต่หากหน่วยงานรัฐมีแผนเข้าใช้บริการไม่มากพอ ก็จะกลายเป็นขาดแรงจูงใจให้เอกชนเข้ามาลงทุนตามที่รัฐมุ่งหวัง

นอกจากนั้น ที่สำคัญการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลจะแรงชัด มุ่งตรงสู่เป้าหมาย ระบบราชการต้องพร้อมเปลี่ยนแปลงรับสิ่งใหม่ๆ ทำงานเป็นดิจิทัลซึ่งเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และเป็นประโยชน์ต่อคนทั่วไป ไม่ใช่รับประโยชน์ลำพังเฉพาะคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ต้องเปิดใจกว้างรับฟังความเห็นรอบด้าน แล้วเลือกที่ดีที่เหมาะสมไปประยุกต์ใช้ ไม่ใช่ปิดหูปิดตาไม่รับรู้สิ่งใหม่ใดๆ ยึดมั่นต่อระเบียบแบบแผนเดิมๆ เป็นเกราะคุ้มภัย ซึ่งก็เท่ากับความคิดจะเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งใหม่หยุดชะงักลงโดยไม่ทันได้ลงมือปฏิบัติ กลายเป็นดับฝันดิจิทัล อีโคโนมีตั้งแต่เพิ่งเริ่มต้น ยังไม่ทันได้ผ่านการพิสูจน์ ว่าสิ่งใหม่นั้นจะเหมาะสมดีงามกว่าของเดิมหรือไม่ ก่อนปฏิเสธหรือต่อต้านสิ่งใหม่ๆ เทคโนโลยีใหม่ ควรเปิดใจกว้างรับรู้ ทดลองก่อนน่าจะดีกว่าสกัดกั้น