วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรีซ กับ ’50 วันอันตราย’

หลายท่านคงจะเริ่มชินกับ deadline ต่างๆ ของกรีซที่เป็นดราม่ามาหลายรอบ

มาถึงรอบนี้ที่กรีซได้รัฐบาลที่ไม่ค่อยยอมรับมาตรการรัดเข็มขัดภายใต้การนำของ นายอเล็กซิส ชีปราส มาต่อรองกับยูโร ซึ่งการต่อรองดูเหมือนมีความรอมชอมกับทางยูโรน้อยลงกว่า 3-4 ปีที่ผ่านมา ผมคิดว่าหากกรีซจะออกจากยูโรในปีนี้ น่าจะเกิดขึ้นในไตรมาสที่ 3 ผมขอเรียกช่วงเวลานี้ว่า ‘50 วันอันตราย’ แต่ก่อนอื่นจะขอพูดถึงประเด็นความแตกต่างของรายละเอียดแผนเศรษฐกิจกรีซ ซึ่งเป็นเงื่อนไขของการผ่อนคลายการชำระหนี้ระหว่างที่เจ้าหนี้ อันประกอบด้วยธนาคารกลางยุโรป คณะกรรมการยุโรป และกองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือไอเอ็มเอฟ และที่กรีซต้องการ โดยตอนนี้เห็นต่างกันมากๆ อยู่ 3 ประการ ได้แก่

หนึ่ง การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ว่ากันว่าระดับภาษีมูลค่าเพิ่มของกรีซน่าจะต่ำที่สุดในยุโรป และมีการยกเว้นในหลายๆ จุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากใครเคยไปเที่ยวกรีซ ก็จะทราบดีว่า ในบางพื้นที่ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวหลัก จะมีการยกเว้นเก็บภาษีดังกล่าว ตรงนี้ ทางเจ้าหนี้อยากให้ยกเลิกสิทธิพิเศษที่ว่า รวมถึงเพิ่มระดับภาษี VAT เป็นร้อยละ 23 ยกเว้นเฉพาะอาหารและยา เก็บที่ร้อยละ 11 ในขณะที่รัฐบาลกรีซต้องการให้เก็บภาษี VAT ที่ร้อยละ 6.5 สำหรับสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตและร้อยละ 23 สำหรับสินค้าที่เหลือ

สอง การจ่ายบำนาญของผู้สูงอายุ โดยรัฐบาลของนายชีปราสต้องการจ่ายโบนัสหนึ่งเดือน ให้กับผู้สูงอายุที่ได้รับเงินบำนาญต่ำว่า 700 ยูโรต่อเดือน ซึ่งตรงนี้ นางคริสตีน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการไอเอ็มเอฟ ออกมายันเสียงแข็งว่าให้ทำไม่ได้ ประเด็นนี้ถือว่ามีความแตกต่างระหว่างเจ้าหนี้และกรีซมากที่สุด โดยเจ้าหนี้อยากให้ผ่อนคลายกฎการเกษียณก่อนเวลาให้เข้มขึ้น และให้ผู้ที่จะรับเงินบำนาญต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลมากกว่านี้ เพื่อให้สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านบำนาญลง 1.8 พันล้านยูโร หรือคิดเป็นร้อยละ 1 ของจีดีพี ภายในปี 2017 ทว่า แผนบำนาญเวอร์ชั่นของกรีซนั้น ต้องการแค่ขยับการเกษียณอายุเป็น 62 ปี โดยลดค่าใช้จ่ายได้เพียง 650 ล้านยูโร ในปี 2022 ซึ่งตรงนี้เข้าใจได้ไม่ยาก เนื่องจากพรรคซีริซ่าได้ฐานเสียงจากผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นมากจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว

สาม การแปรรูปรัฐวิสาหกิจให้เป็นบริษัทเอกชน ถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลกรีซชุดที่แล้วทำได้แย่กว่าที่วางไว้เยอะ เดิมทีนายชีปราสจะไม่แปรรูปรัฐวิสาหกิจเลย ทว่า ล่าสุดยอมแปรรูปสนามบิน 2 แห่ง เนื่องจากไม่ค่อยกระทบต่อผลประโยชน์ของประชาชนชาวกรีซมากเท่าไรนัก

ณ วันนี้ กรีซเป็นหนี้กับหน่วยงานหลักๆ ได้แก่ ธนาคารกลางยุโรป มีหนี้ 2.7 หมื่นล้านยูโร ที่ซื้อพันธบัตรกรีซไว้ตอนปี 2010 เป็นหนี้กับไอเอ็มเอฟอยู่  2 หมื่นล้านยูโร จากการช่วยให้กรีซหลุดจากการล้มละลาย ประเทศต่างๆ ในยูโรรวมกันเป็นเงิน 5.3 หมื่นล้านยูโร และเป็นหนี้กับกองทุนเสถียรภาพทางการเงินยุโรป หรือ European Financial Stability Facility ที่มีขนาด 1.44 แสนล้านยูโร

แต่ที่เป็นจุดเป็นจุดตายของกรีซจริงในปีนี้ ได้แก่ หนี้ที่ค้างชำระมูลค่าเกือบหมื่นล้านในไตรมาส 3 ปีนี้ ซึ่งเริ่มต้นจากปลายเดือนนี้เกือบ 2 พันล้านยูโรต่อไอเอ็มเอฟ จากนั้นมีคิวต้องชำระหนี้ให้กับธนาคารกลางยุโรปอีกเกือบ 7 พันล้านยูโร ระหว่างวันที่ 20 กรกฎาคม ถึง 20 สิงหาคม นี้ (ดังรูปที่ 1) โดยทั้งหมดคิดเป็นประมาณร้อยละ 40 ของมูลค่าหนี้ที่เหลือในปีนี้ (ดังรูปที่ 2) ซึ่งตอนนี้บรรดาเจ้าหนี้ทั้ง 3 ราย ต่างพากันแท็คทีมร่วมกันร่างข้อเสนอให้รัฐบาลกรีซดำเนินมาตรการต่างๆ เป็นเงื่อนไขผูกมัดให้ปฏิรูปโครงการที่ผมเขียนไว้ข้างต้น ผมคิดว่า ’50 วันอันตราย’ ของกรีซอยู่ตรงที่ หากปลายเดือนนี้กรีซไม่ยอมจ่ายให้กับไอเอ็มเอฟ จะนำไปสู่ความกดดันของเจ้าหนี้ในการไล่บี้ ให้จ่ายในกลางเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนสิงหาคม ซึ่งหากนายชีปราส ยังไม่ยอมรับเงื่อนไขไปเรื่อยๆ ผมเกรงว่าในทางการเมือง รัฐสภาของเยอรมัน ซึ่งเป็นผู้จ่ายเงินรายหลักของยุโรป จะไม่ยอมผ่านกฎหมายการผ่อนคลายการชำระหนี้ให้กับกรีซเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ต้องบอกว่า Timing ใน 50 วันดังกล่าว ที่กดดันรัฐบาลกรีซนั้น ยาวนานกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ทางเจ้าหนี้ทราบดีว่าหากไม่บีบให้กรีซรับเงื่อนไขการปฏิรูปใน 50 วันนี้ คงจะสามารถทำได้ยากขึ้นมาก อย่างน้อยก็ในปีนี้ ทำให้กลายเป็นสถานการณ์ ‘Now or Never’ ที่ทางเจ้าหนี้คงยอมได้ยากกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา

ท้ายสุด หากจะให้มองโอกาสที่จะเกิดอะไรขึ้นกับกรีซใน ’50 วันอันตราย’ ผมยังให้โอกาสที่กรีซจะรอดแบบไม่เจ็บตัวเลย หรือครึ่งวงกลมซ้ายบนที่ร้อยละ 50 เนื่องจากผมมองว่า นางแองเจลล่า แมร์เคิล น่าจะอยากรักษาเครดิตของยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม่ให้รัสเซียมาเย้ยได้ และน่าจะคุมเกมการเมืองในเยอรมันได้ ส่วนที่กรีซรอดตัวได้แบบที่ออกแรงบ้าง ด้วยการมีมาตรการควบคุมการไหลออกเงินทุนในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน หรือครึ่งวงกลมขวาบน ผมว่ามีโอกาสราวร้อยละ 30 ส่วนที่จะออกจากยูโรหรือล้มละลายในทางกฎหมายผมให้อยู่ที่ราวร้อยละ 20 โดยสูงกว่าที่ผมให้ไว้คราวที่แล้วที่ร้อยละ 5

โดยสรุป กรีซใน ’50 วันอันตราย’ น่าเสียวไส้กว่าครั้งที่ผ่านๆ มา แม้ผมยังเชื่อว่าน่าจะผ่านได้ แต่ความมั่นใจผมลดลงกว่าต้นปีเล็กน้อยครับ

หมายเหตุ หนังสือเล่มล่าสุดด้านการลงทุนด้วยข้อมูลเชิงมหภาคของผู้เขียน “เล่นหุ้นในไทย รวยไกลรอบโลก” วางจำหน่ายทั่วประเทศ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ได้ที่ www.facebook.com/MacroView และ LINE ID: MacroView ครับ