ในภาวะที่เศรษฐกิจมีแรงกดดันให้เครื่องยนต์ต่าง ๆ ฝืดเคืองไม่ไหลลื่น ธนาคารพาณิชย์ได้รับภาระกิจ
ให้เข้าไปช่วยประคองลูกค้าผู้ประกอบธุรกิจทั้งหลาย ให้ยังเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่กลายเป็นหนี้เสียหรือเอ็นพีแอล ทั้งความพยายามในการส่งผ่านนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ที่ได้ปรับลดไปก่อนหน้านี้ แต่ธนาคารพาณิชย์รับลูกกันช้าเสียเหลือเกิน
จนกระทั่งผู้ว่าธปท.ต้องออกโรงเดินถือไม้เรียวมาส่งสัญญาณเตือน ถึงหน้าห้องประชุมที่สมาคมธนาคารไทยกำลัง และวันรุ่งขึ้นซีอีโอแห่งแบงก์รวงข้าวก็แถลงข่าวด่วน กระตุกต่อมเรียกสัมปชัญญะนายแบงก์ค่าตัวสูงทั้งหลายให้แสดงสปิริตลดดอกเบี้ยตามธปท. พร้อมกับนำร่องปรับลดเฉพาะดอกเบี้ยเงินกู้เพียงขาเดียว เพื่อไม่ให้กระทบกับผู้ฝากเงินที่พึ่งพิงดอกเบี้ย
ยังไม่รวมมาตรการที่ธปท.ออกเป็นหนังสือเวียนเพื่อขอความร่วมมือ ในการดูแลให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษแก่ลูกหนี้ผู้ประกอบ การเอสเอ็มอี 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจ 2.กลุ่มผู้ประกอบการใหม่ 3.กลุ่มที่มีศักยภาพ และ 4.กลุ่มที่จะขยายธุรกิจไปยังอาเซียนและต่างประเทศ ตามความจำเป็นและเหมาะสม เพื่อให้เอสเอ็มอีสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ทั้งการดูแลด้านวงเงิน รวมถึงการผ่อนปรนการชำระหนี้ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ และการปรับโครงสร้างหนี้
จริงอยู่ว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็นภาคส่วนที่สำคัญในระบบเศรษฐกิจ ด้วยมีการจ้างงานกว่า 80% ของระบบเศรษฐกิจ และในช่วงที่ผ่านมาเอสเอ็มอีเผชิญปัญหารุมเร้าต่อเนื่อง ทั้งน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ในปี 2554 สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองต้นปี 2557 ผลกระทบภาคท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวกลุ่มรัสเซีย ต่อเนื่องมาถึงต้นปีนี้ที่กำลังซื้อยังชะลอตัว จนกระทั่งสถานการณ์หนี้เสียที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสแรก ยังมาจากกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีและลูกค้ารายย่อยด้วย ทำให้เอ็นพีแอลครั้งนี้กระจายอยู่จากทุกกลุ่มอุตสาหกรรมเรียกว่าโดนกันถ้วนหน้า
สัญญาณหนี้เสียเหล่านี้ธนาคารพาณิชย์บางแห่งเห็นมาล่วงหน้าและมีแนวทางช่วยเหลือ ทั้งการตั้งทีมเฉพาะกิจออกไปใกล้ชิดลูกค้า หรือพูดคุยเพื่อหาแนวทางยืดหรือขยายหนี้ พักชำระเงินต้น ลดดอกเบี้ยเหล่านี้เพื่อดูแลสภาพคล่องในช่วงระยะเวลานี้ให้ลูกค้าได้ต่อลมหายใจ จนกว่าจะผ่านช่วงเวลายากลำบากไปได้ ใครแก้ทันเอ็นพีแอลก็เพิ่มขึ้นน้อย ใครรู้ตัวช้า แก้ไม่ทันก็เห็นยอดเอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้นเป็นธรรมดา
สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้จากนายแบงก์ที่พูดกันมากขึ้น หลังจากที่มีแรงกดดันให้เข้าไปช่วยเหลือลูกค้า คือเรื่องของการฉกฉวยโอกาสที่จะเข้ามารับมาตรการช่วยเหลือ เพื่อให้ได้ต้นทุนที่ถูกลงทั้งที่ตัวเองไม่ได้รับผลกระทบ หรือยังสามารถจัดการปัญหาได้อยู่ และเริ่มรู้สึกว่าแบงก์กำลังให้สิทธิพิเศษกับลูกค้าที่คุณภาพไม่ดี ในขณะที่ลูกค้าดีกลับไม่ได้รับการตอบแทนใด ๆ ยังต้องจ่ายดอกเบี้ยปกติ
แบงก์เรียกลูกค้ากลุ่มนี้ว่าลูกค้าหัวหมอ เป็นกลุ่มที่แบงก์กังวลว่าจะมีเพิ่มมากขึ้น จึงพยายามคัดกรองค่อนข้างมากก่อนจะให้ความช่วยเหลือ การให้ความช่วยเหลือจึงไม่ควรเป็นการหว่านแห ไม่ใช่แค่เกรงว่าจะกระทบกับกำไรแบงก์ แต่อาจสร้างลูกค้าที่ฉวยโอกาสไปด้วย
จะว่าไปแล้วเรื่องนี้ก็สามารถสะท้อนถึงวินัยทางการเงินของสังคมไทยได้อย่างดียิ่ง ในภาวะที่ยากลำบากเช่นนี้ถือเป็นโอกาสดี ที่จะพิสูจน์ความอดทนในการทดสอบแรงต้านที่เข้ามา ว่าจะสามารถรักษาเครดิตตัวเองได้ต่อไปหรือไม่ หรือจะยังถูกมองว่าเอสเอ็มอีไทยต้องมีบัญชีมากกว่า 2 เล่มเป็นมาตรฐาน ที่ไม่ใช่สากลเค้าทำกัน






