Innobarometer หรือปรอทสำหรับวัดนวัตกรรม เป็นตัวชี้วัดให้เห็นสภาวะและทิศทางของการพัฒนานวัตกรรมและสามารถใช้สะท้อนสัญญาณในอนาคตได้
ในสัปดาห์นี้ ผมขอเล่าต่อเนื่องไปจากที่ได้นำเสนอไปแล้วในตอนที่ผ่านมา
ในปี 2010 ปรอทนวัตกรรม ให้ความสำคัญไปที่การวัดกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมในภาคการบริหารรัฐกิจของประเทศต่างๆ ในยุโรป
โดยที่ผลการวัดในปีที่ผ่านๆ มาได้เน้นไปที่ภาคเอกชนมาโดยตลอด และในข้อเท็จจริงทางปฏิบัติ จะเห็นได้ว่าภาครัฐ เป็นภาคส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งส่วนหนึ่งที่จะมีส่วนช่วยสนับสนุนบรรยากาศของการสร้างนวัตกรรมของประเทศได้
ข้อมูลที่ตรวจพบ ระบุว่า ประมาณ 2 ใน 3 ส่วนของหน่วยงานภาครัฐ มีการพัฒนาระบบหรือวิธีการให้บริการ (นวัตกรรมการบริการ) ให้ดีขึ้นและได้ผลอย่างชัดเจนในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา โดยระดับของการสร้างนวัตกรรมมีแนวโน้มโดยตรงกับขนาดขององค์กร และมีองค์กรจำนวนประมาณ 17% ที่ถือได้ว่าเป็นองค์กรผู้นำในการพัฒนานวัตกรรม
องค์กรภาครัฐมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดนวัตกรรมภายในประเทศขึ้นได้โดยอาศัยเครื่องมือที่มีความสำคัญ ได้แก่ การออกฏหมายหรือระเบียบข้อบังคับใหม่ (48%) ความคิดริเริ่มสร้างรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (40%)ช และการกำหนดลำดับความสำคัญของนโยบาย (39%)
องค์กรภาครัฐ ระบุว่า แหล่งไอเดียนวัตกรรมที่มีส่วนช่วยให้นวัตกรรมประสบความสำเร็จได้แก่ การผลักดันจากฝ่ายบริหาร (48%) จากคำแนะนำของผู้ใช้บริการหรือผู้รับจ้างให้บริการ (46%) ความคิดริเริ่มจากพนักงาน (45%) และการได้รับแรงจูงใจจากหน่วยงานอื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จ (33%)
ประเภทของนวัตกรรมที่องค์กรภาครัฐนำมาใช้ได้แก่ นวัตกรรมในการติดต่อสื่อสาร (57%) นวัตกรรมกระบวนการให้บริการ (55%) และนวัตกรรมภายในองค์กร เช่น การปรับโครงสร้างองค์กร (54%)
เว้นไป 2 ปี ในปี 2012 ปรอทนวัตกรรมของยุโรป ยังคงให้ความสนใจกับบทบาทของหน่วยงานภาครัฐ แต่เปลี่ยนประเด็นจากการสร้างนวัตกรรมในองค์กรภาครัฐ ไปเป็นประเด็นของผลลัพธ์ที่เกิดจากการสร้างนวัตกรรมโดยองค์กรภาครัฐ ในแง่ของการยอมรับและประโยชน์ที่เกิดขึ้นต่อภาคเอกชน
30% ของบริษัทเอกชนระบุว่าได้ใช้บริการจากองค์กรภาครัฐ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับเรื่องการจัดการสุขอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน และใช้บริการอื่นนอกจากนี้เพียงเล็กน้อย
นวัตกรรมที่ภาคเอกชนเห็นได้ชัดเจนจากองค์กรภาครัฐ ได้แก่ การพัฒนาการให้บริการและข้อมูลผ่านระบบอินเตอร์เน็ต
70% ของภาคเอกชนบอกว่าไม่เคยเข้าไปมีส่วนร่วมกับการจัดซื้อภาครัฐ ในขณะที่ 14% ระบุว่า บริษัทเคยชนะการประกวดราคาในการจัดซื้อของภาครัฐ และ 50% ในภาพรวม เห็นว่า จะชนะในการจัดซื้อจากภาครัฐได้ด้วยราคา มากกว่าได้ด้วยการนำเสนอนวัตกรรม
ปี 2013 ปรอท เปลี่ยนประเด็นจากเรื่องขององค์กรภาครัฐกับนวัตกรรม ไปเป็นเรื่องของการสร้างนวัตกรรมจากทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน โดยเฉพาะทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตนที่ต้องได้มาด้วยการลงทุน
ประเด็นสำคัญอยู่ที่การค้นพบว่า นวัตกรรมที่เกิดขึ้นในยุโรป ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นจากการลงทุนในทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน มากกว่าการลงทุนในเครื่องจักร อุปกรณ์ หรือเทคโนโลยีทันสมัย
ทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตนและมีความสำคัญต่อความสามารถในการสร้างนวัตกรรมของบริษัท ได้แก่ ทักษะและความสามารถของพนักงานและผู้บริหาร องค์ความรุ้ด้านการตลาด ภาพลักษณ์องค์กรและแบรนด์ประสบการณ์และความชำนาญ และฐานข้อมูลที่สะสมไว้ เป็นต้น
ปรอทนวัตกรรม ระบุว่า บริษัทภาคเอกชนที่มีศักยภาพในการสร้างนวัตกรรม มีการใช้เงินลงทุนกับการพัฒนาทรัพยากรภายใน เช่นระบบการทำงาน (60%) การฝึกอบรมพนักงาน (58%) การสร้างภาพลักษณ์องค์กรและแบรนด์ (52%) การพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการ (41%) พัฒนาซอฟแวร์คอมพิวเตอร์และระบบจัดเก็บข้อมูลภายใน (39%)
มีบริษัทที่ใช้เงินลงทุนในการวิจัยพัฒนาเพื่อสร้างนวัตกรรมเพียงประมาณ 32% เท่านั้น
การลงทุนกับทรัพย์สินไม่มีตัวตนที่สำคัญต่อการพัฒนานวัตกรรม เฉลี่ยแล้วจะอยู่ในระดับไม่เกิน 5% ของยอดขายในภาพรวม
สดๆ ร้อนๆ ในปี 2014 ที่ผ่านมา ปรอทนวัตกรรมของยุโรป ให้ความสนใจหลักไปที่เรื่องของการสนับสนุนจากภาครัฐต่อการขยายผลของนวัตกรรมไปสู่เชิงพาณิชย์ของภาคเอกชน
ระดับปรอทชี้ไปที่ตัวเลขที่ไม่แน่ใจว่าจะเป็นที่แปลกใจของใครหรือไม่
91% ของบริษัทในยุโรป ระบุว่า ไม่เคยได้รับความช่วยเหลือทางการเงินจากองค์กรภาครัฐในการพัฒนานวัตกรรมหรือการทำวิจัยและพัฒนาทางธุรกิจ โดย 3% ระบว่าเคยได้รับความช่วยเหลือจากระดับท้องถิ่น และ 4% เคยได้รับความช่วยเหลือในระดับรัฐบาล และ 3% เคยได้รับการสนับสนุนในระดับ EU
ในกลุ่มของบริษัทที่เคยได้รับความช่วยเหลือ 48% ระบุว่า ความช่วยเหลือนี้มีความสำคัญต่อความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมของบริษัท ส่วนอีก 49% ระบุว่า ความช่วยเหลือนี้ไม่มีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จของนวัตกรรม
และชี้ให้เห็นต่อไปว่า บริษัทขนาดใหญ่ แสวงหาแหล่งสร้างนวัตกรรมจากไอเดียของพนักงาน จากบริษัทอื่นๆ และจากสถาบันการศึกษาหรือมหาวิทยาลัย
เมื่อมองเขา แล้วกลับมามองเรา ก็จะเห็ฯได้ว่าการมีระบบและเครื่องมือที่สามารถใช้ติดตามความสามารถและศักยภาพในการสร้างนวัตกรรมของประเทศ เป็นเรื่องที่ผู้บริหารและมีหน้าที่กำกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศจะต้องพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือและชี้นำภาคเอกชน ให้เดินไปภายใต้วิถีการพัฒนานวัตกรรมขึ้นได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ
ไม่ใช่ปล่อยให้ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างเดิน!!









