ความตระหนักต่อผลกระทบที่มีต่อสังคมจากการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลาอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวและการสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจ
การเพิ่มขึ้นของความตระหนักต่อผลกระทบที่มีต่อสังคมจากการดำเนินธุรกิจ อาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวและการสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจ หากธุรกิจไม่ได้ระวังหรือไม่ได้เตรียมตัวที่จะรองรับกระแสสังคมจากผลการดำเนินธุรกิจ และสังคมเห็นว่าได้สร้างผลกระทบที่ไม่พึงปรารถนาต่อสังคม
ปรากฏการณ์นี้ ไม่ได้เกิดขึ้นในเฉพาะประเทศเรา แต่เป็นปรากฏการณ์ที่ทั่วโลกให้ความสนใจมานานแล้ว
เรื่องของการศึกษาผลกระทบที่มีต่อสังคม มีทฤษฎี หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติที่ได้รับการยอมรับมาเป็นเวลานานไม่น้อยแล้ว แต่มีการนำไปประยุกต์ใช้กับการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA – Environmental Impact Assessment) ของโครงการขนาดใหญ่เพื่อพิจารณาอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างโครงการ เป็นหลัก
หลักเกณฑ์ของการศึกษาผลกระทบที่มีต่อสังคม หรือ SIA (Social Impact Assessment) สามารถนำไปต่อยอดใช้ได้กับการประเมินการดำเนินการปกติของธุรกิจว่ามีโอกาสที่ธุรกิจจะทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อสังคมโดยการละเลยหรือไม่ได้ตั้งใจทำหรือไม่
ซึ่งจะทำให้ธุรกิจสามารถอยู่ร่วมกับสังคมและชุมชนได้ในระยะยาวโดยมีสังคมและชุมชมช่วยอุ้มชูให้ธุรกิจสามารถเติบโตและขยายตัวไปพร้อมๆ กับสังคมและชุมชนรอบข้างอย่างยั่งยืน
โดยทั่วไปแล้ว ปัจจัยที่ธุรกิจควรนำมาวิเคราะห์เพื่อดูว่า ธุรกิจมีการดำเนินการที่ทำให้เกิดผลกระทบโดยตรงต่อคนในชุมชนและสังคม ในเรื่องดังกล่าวต่อไปนี้ หรือไม่รบกวน หรือสร้างความกระทบกระเทือนต่อการตั้งถิ่นฐาน การอยู่อาศัย ความสัมพันธ์หรือปฏิสัมพันธ์ของคนและสิ่งแวดล้อมในชุมชนสกัดกั้น หรือขัดขวางความเจริญเติบโตของชุมชน ในแง่ของ รายได้ อาชีพ การถือครองทรัพย์สิน การใช้ประโยชน์ที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติ สาธารณูปโภค การบริการชุมชน การบริการสาธารณสุข การศึกษา รวมถึงการสันทนาการ เป็นต้น
ทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยในทรัพย์สิน หรือชีวิตของคนในชุมชนและสังคมทำลายหรือทำให้เกิดการด้อยของคุณค่าทางศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ โบราณคดี สถาปัตยกรรม ทัศนียภาพ หรือภูมิทัศน์ ขัดขวางการรวมกลุ่ม หรือขัดขวางความพยายามในการสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรของชุมชน ฯลฯ
ในการวิเคราะห์ผลกระทบเหล่านี้ ธุรกิจอาจจะใช้วิธีการระดมสมองของบุคคลากรภายใน โดยเฉพาะในหน่วยงานที่ต้องใกล้ชิดกับชุมชนและสังคม การสอบถามเพื่อทำความรู้จักกับชุมชนและสังคม หรือใช้ที่ปรึกษาภายนอกมาให้ความเห็นร่วม เพื่อให้ได้ผลการวิเคราะห์ที่แม่นยำและตรงกับสถานการณ์จริงได้มากที่สุด
ในบางครั้ง ธุรกิจอาจใช้เทคนิคการทำตารางตรวจสอบ (Check List) แบบง่ายๆ เพื่อนำมาประเมินในเบื้องต้นสำหรับหาประเด็นที่จะเป็นสาระสำคัญสำหรับนำไปวิเคราะห์ตรวจสอบโดยละเอียดต่อไป
นอกจากการประเมินผลกระทบในเชิงลบแล้ว ธุรกิจยังควรวางแผนการดำเนินการที่จะช่วยสร้างสรรค์ผลกระทบเชิงบวกให้กับสังคม เป็นกลยุทธ์เชิงรุก เพื่อช่วยปกป้องธุรกิจก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้น โดยเตรียมการในเรื่องสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่
การมีปฏิสัมพันธ์และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำชุมชน หรือ สมาชิกทั่วไปของชุมชน โดยเฉพาะในด้านของวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี ด้านเศรษฐกิจ ด้านการเมืองและกฎหมาย เป็นต้น
การกำหนดลักษณะทางกายภาพ เช่น พื้นที่หรือขอบเขตของชุมชน และพื้นที่ของธุรกิจ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเกี่ยวกับการแบ่งแยกหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพทางกายภาพในอนาคต และความเข้าใจผิดซึ่งกันและกัน
การเอื้อเฟื้อ อนุกูล อนุเคราะห์ และสานสายใยร่วมกันกับคนในพื้นที่ เพื่อแสดงว่าวิถีและความเชื่อด้านเศรษฐกิจและสังคมมีแบบแผนเดียวกันหรือใกล้เคียงกันระหว่างธุรกิจและชุมชม
แนวทางในการดำเนินการเหล่านี้ ต้องทำแบบค่อยเป็นค่อยไปและเป็นธรรมชาติ ซึ่งธุรกิจอาจต้องกำหนดไว้ในแผนดำเนินการประจำปี และในแผนระยะยาว เพื่อให้มั่นใจว่า จะมีการเตรียมงบประมาณบางส่วนสำหรับการเสริมสร้างและป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นจากผลกระทบต่อสังคมได้อย่างเพียงพอ
ธุรกิจที่ใส่ใจ คอยติดตาม ตรวจสอบ และวัดผลกระทบของการดำเนินธุรกิจ ในแง่ที่จะทำให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อชุมชนและสังคม จะทำให้ธุรกิจสามารถพัฒนาความยั่งยืนและเติบโตของธุรกิจได้อย่างราบรื่น ภายใต้การสนับสนุนช่วยเหลือจากชุมชนและสังคม
หลังจากธุรกิจได้ดำเนินการเกี่ยวกับการให้คามสำคัญต่อผลกระทบต่อสังคม แล้ว แนวทางต่อไปที่จะทำให้ธุรกิจสามารถพัฒนาต่อในแนวทางของการสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ โดยใช้หลักการพื้นฐาน ต่อไปนี้
1. ให้ความสำคัญต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้วัตถุดิบ การใช้พลังงาน และการลดการสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
2. การดำเนินธุรกิจอย่างมีจรรยาบรรณ ไม่เอาเปรียบ คู่ค้า ลูกค้า และพนักงานของตนเอง ให้ผลตอบแทนการทำงานอย่างยุติธรรมและมีเหตุผล
3. ไม่สนับสนุนการคอร์รัปชั่น การติดสินบน หรือการสร้างอาชญากรรม ต่อเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติ รวมไปถึงการก่อการร้ายในลักษณะต่างๆ
ธุรกิจที่ให้ความสำคัญต่อการสร้างกำไรและสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการดูแลการบริหารธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ การดูแลสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ และการดูแลสังคมและชุมชน จะถือได้ว่า สามารถทำกำไรได้ 3 ต่อ
คือ กำไรที่เกิดจากธุรกิจ กำไรที่เกิดจากการได้ช่วยสังคม และกำไรจากการได้ใช้ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่สะอาดและเพียงพอ









