สังคมไทยยุคปัจจุบันสะท้อนภาพ การเห็นและให้ความสำคัญ ของมูลค่าทางวัตถุมากกว่าคุณค่าทางจิตใจ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
ที่น่าตระหนก คือ ยิ่งมีวัตถุสนองความต้องการมากขึ้น ความต้องการก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นไปอีกไม่รู้จบ ขณะที่ความพยายามสรรหาเพื่อให้ได้สิ่งของวัตถุนั้นๆ มาครอบครองด้วยวิธีที่ถูกต้องและไม่ถูกต้องตามระดับสำนึก
กิเลสที่อยากมีอยากได้ สนับสนุนให้เกิดค่านิยมการบริโภคในรูปแบบต่างๆ ภาษาทางการตลาดอาจมองในเชิงพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปเนื่องด้วย “ไลฟ์สไตล์” ที่ถูกประโคมโหมปลุกกระแสไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ต้องเสพสินค้าและบริการที่แตกต่าง ไม่เหมือนใคร เป็นจุดขายของนักการตลาดสอดรับกับความเป็นปัจเจกบุคคล
คนส่วนใหญ่มักคิดว่า การมีความพร้อมทางวัตถุจะทำให้ชีวิตมีความสงบสุข จึงชอบวิ่งตามวัตถุ สิ่งที่ยังไม่มีก็จะพยายามดิ้นรนหามา สิ่งที่มีอยู่แล้วก็ให้มีมากกว่าเดิม สิ่งที่ตามมาคือการกู้หนี้ยืมสิน เป็นที่มาของปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยในระดับสูง หนักว่านี้ คือ การกระทำทุจริต คอร์รัปชั่น ในระดับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ขณะที่ภาคสังคม ก่อเกิดปัญหาการลักเล็กขโมยน้อย ฉกชิงวิ่งราวดัง มิจฉาชีพ กลโกง รูปแบบต่างๆ
ต้องยอมรับว่าปัญหาของสังคมไทยแต่นานกาลและยังคงดำรงอยู่ในวันนี้อย่างครบถ้วน ทั้งปัญหาความยากจน การขาดการศึกษาที่ดี ทำให้มีรายได้ต่ำ ประชากรจำนวนมากประกอบอาชีพเกษตรกรรม รับจ้าง ลักษณะอาชีพมีรายได้ไม่แน่นอน มีบุตรมากเกินไป รายได้ไม่พอกับรายจ่าย ที่สำคัญ
ลักษณะนิสัยเฉื่อยชาและเกียจคร้าน ไม่ชอบทำงาน
ทั้งภาวะการณ์หลงใหลในวัตถุ หรือชีวิตบนวัตถุนิยม และสภาพสังคม ความเป็นอยู่ดังกล่าว กรุยทางให้เดินเข้าสู่สิ่งที่เรียกว่า “อบายมุข” ได้ง่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะการเสี่ยงโชค ลุ้นหวย ชิงโชค ลุ้นรางวัล โดยคิดง่ายๆ จ่ายเงินก้อนเล็กๆ แลกโชคใหญ่ ทั้งที่รู้ว่าโอกาสของการครอบครองโชคใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย มีเพียง “หนึ่งในล้าน” หรือ “หนึ่งในสิบล้าน” หรือ “หนึ่งในร้อยล้าน”
ในอนาคต ประเทศไทยและสังคมไทยจะยิ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ก้าวสู่การเป็น “สังคมเมือง” มากขึ้น การเปลี่ยนจากสังคมเกษตรกรรมเป็นสังคมอุตสาหกรรม นำสู่การเกิดค่านิยมใหม่ๆ วิถีชีวิตของคนจึงไม่พ้นวงจรของปัญหาสังคมข้างต้น ขณะเดียวกันการอยู่ร่วมกันในสังคมที่หากสมาชิกบางกลุ่มไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่สังคมวางไว้ แม้กระทั่งไม่ปฎิบัติตามธรรมเนียมประเพณีปฎิบัติ สามัญสำนักของการอยู่ร่วมกัน เมื่อขาดระเบียบ ย่อมทำให้เกิดความขัดแย้งและอาจบานปลายร้ายแรงจนเกิดเหตุความไม่สงบได้เช่นที่ผ่านมา
กลุ่มสังคมต่างมีความคิดเห็นความต้องการและผลประโยชน์แตกต่างกัน ย่อมขัดกัน ไม่ยอมร่วมมือ สนับสนุน หรือแก้ไขปัญหาของสังคมตามครรลองที่ถูกต้อง วันนี้สังคมไทยอาจต้องย้อนกลับไปให้ความสำคัญกับการปลูกฝังและพัฒนาจิตใจพื้นฐานตั้งแต่ระดับครอบครัว เสริมสร้างพัฒนาชุมชนขนาดเล็กเข้มแข็งเป็นรากฐานสังคมไทยในวันข้างหน้า
ประเทศไทยก้าวเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) มีการหลั่งไหลของผู้คนจากทั่วภูมิภาคและทั่วโลกเดินทางเข้ามาไม่ขาดสาย ปริมาณผู้คนหมุนเวียนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการเติบโตของเมืองอย่างรวดเร็ว ขณะที่เราอาจยินดีกลับภาวะเศรษฐกิจไทยขยายตัวสูง (ในอนาคต) แต่อีกด้านหนึ่งวังวนของวงจรปัญหาสังคมจะยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว








