อิทธิพลของโลกออนไลน์ขยายกว้างขวางขึ้นทุกขณะ และส่งผลแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่า
ไม่เลือกเพศ ไม่แบ่งสีผิว ไม่ละเว้นอายุเท่าไร เด็กหรือผู้ใหญ่ คนแก่หรือหนุ่มสาว คนจบการศึกษาสูงๆ หรือคนที่เรียนมาน้อย โดยเฉพาะเมื่อขณะนี้ราคาของสมาร์ทโฟนลดลงมาอยู่หลักพัน แถมด้วยแคมเปญลด แลก แจก แถม ผ่อนชำระ ดอกเบี้ย 0% ทุกคนจึงมีสิทธิเข้าถึงโลกออนไลน์ได้เท่าเทียมกัน อาจเรียกได้ว่า เป็นการลดช่องว่างดิจิทัลได้อีกทางหนึ่ง หากคนๆ นั้นต้องการเท่าทันโลกยุคปัจจุบัน ต้องการคุยกับครอบครัว และสังคมรอบข้างรู้เรื่อง ซึ่งในแง่หนึ่งเป็นสิ่งน่าส่งเสริมเรื่องการสร้างโอกาสความทัดเทียมที่ผู้รู้ในอดีตต่างเป็นกังวล
อย่างไรก็ตาม หลังจากความกังวลเรื่องการลดช่องว่างดิจิทัลคลายตัวลง แต่สังคมกลับเผชิญปัญหาอีกแง่มุมหนึ่ง นั่นคือการที่ผู้ใช้สื่อออนไลน์ ใช้โซเชียล มีเดีย อย่างไม่ระมัดระวัง สร้างภัยแก่ตัวเอง และโพสต์ข้อความ หรือส่งต่อข้อความที่เป็นพิษ หรือส่งผลแง่ลบต่อบุคคลอื่น แม้จะมีกฎหมายคอยควบคุม หรือกำกับดูแล หากกฎหมายไม่ใช่คำตอบของการจะไม่กระทำผิด หรือละเมิดต่อผู้อื่น ตลอดจนการนำภัยมาสู่ตัวเองและครอบครัว เนื่องจากหลายๆ คน ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผู้มีการศึกษา หรือไร้การศึกษา ผู้ใหญ่หรือเด็ก ผู้หญิงหรือผู้ชาย เพราะเท่าที่ปรากฏนั้น “ผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์” เหล่านี้ มีทุกเพศทุกวัย และไม่จำกัดวุฒิการศึกษา
เรียกได้ว่า ใครๆ ก็สามารถกระทำการโดยปราศจากความระมัดระวังได้เท่าเทียมกันบนโลกเสมือน ดังจะเห็นได้จากข่าวคราวที่เห็น หรือได้รับทราบเสมอๆ มา ไม่ว่าจะเป็นการโพสต์ข้อความดูหมิ่นเกลียดชังผู้อื่น การด่าว่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย การโพสต์รูปโป๊เปลือย ลามกอนาจาร การโพสต์รูปบุตรหลาน การแชร์ที่อยู่ สถานะภาพของตัวเอง การให้ข้อมูลส่วนตัว ซึ่งทั้งหมดนี้ที่กล่าวมา และอาจกล่าวถึงไม่ครอบคลุมล้วนเปิดโอกาสกระทำความผิดของตัวเอง และเปิดทางให้คนร้าย มิจฉาชีพ เข้ามาใช้ข้อมูลส่วนตัว หรือของบุคคลใกล้ชิด กระทำการอันเป็นภัยแก่เจ้าของโพสต์ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องได้โดยง่าย
นอกจากนี้ การโพสต์ถ้อยคำแสดงความดูหมิ่น เกลียดชัง บุคคล กลุ่มคน หรือเชื้อชาติ ยังมีโอกาสทำให้ผู้โพสต์ที่มีงานทำอยู่แล้วต้องตกงาน หรือผู้ที่ยังไม่มีงานทำก็อาจไม่ได้รับการพิจารณาเข้าร่วมงานได้ภายในพริบตา หากข้อความ หรือรูปเหล่านั้นถูกตรวจสอบพบ หรือมีผู้ร้องเรียนไปยังองค์กรต้นสังกัด ซึ่งในอดีตเราอาจอ่านพบจากข่าวต่างประเทศที่ใช้เทคโนโลยีมาก่อนประเทศไทย แต่ปัจจุบันเราจะได้พบได้เห็นเรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น เกิดขึ้นได้กับตัวเรา หรือบุคคลใกล้ชิด ทุกคนมีโอกาสเป็นผู้ถูกกระทำ และเป็นผู้กระทำเท่าๆ กัน หากใช้สื่อออนไลน์อย่างไม่ระมัดระวัง หรือไม่รู้เท่าทัน
เรื่องเหล่านี้ อาจเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อยที่มองข้ามกันไป ที่ผ่านมา มีแต่ผู้กล่าวขวัญกระตุ้นเตือน หรือส่งเสริมให้ลดช่องว่างการเข้าถึงดิจิทัล แต่อาจจะมีน้อยครั้งที่ตักเตือนถึงการใช้สื่อออนไลน์ หรือเข้าถึงโลกดิจิทัลอย่างมีสติ สื่อออนไลน์ สื่อสังคมทุกชนิดไม่ใช่พื้นที่เปิด จะแสดงความคิดเห็น หรือโพสต์ภาพและข้อความใดๆ ต้องคิดก่อนทำ ไม่ว่าจะเป็นเพศใด วัยใด หากพลาดแล้วมีโอกาสจบอนาคตอันรุ่งโรจน์ได้ตลอดเวลา ในเมื่อประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่สังคมที่ขับเคลื่อนด้วยเศรษฐกิจดิจิทัล ดังนั้น ทุกคนต้องระมัดระวัง ไม่ประมาททุกจังหวะการใช้งานดิจิทัล








